เพชรพลอยของความรู้ที่ไม่สูญสลาย
Imperishable Jewels of knowledge

การศึกษาเล่าเรียน ในเดือนมกราคม ในหัวข้อต่างๆ ที่แต่ละท่านได้รับประโยชน์ คือเพชรพลอยของความรู้ที่ไม่สูญสลาย ที่ทำให้เรามั่งคั่งในปัญญา และพร้อมแบ่งปันด้วยทักษะต่างๆ ที่มีอยู่
  • การแปลภาษา(อังกฤษ-ไทย)
  • การเก็บประเด็นสำคัญจาก class online ของ Seniors
  • การถ่ายทอดคำสอนในชั้นเรียนเป็นประจำ(ส่วนใหญ่บันทึกเป็น file เสียงของพี่หล้า)
  1. คลาสของ Didi Jayanti(UK - 7/1/23) โดย น้องโบว์ลิ่ง
    Value for series - Solitude ep56 คุณค่า-สันโดษ


  2. คลาสของ Didi Sudesh โดย แม่ปุ๋ย สรุปจากช้้นเรียนตอนเย็น วันเสาร์ที่ 7 ม.ค. ที่บันทึกไฟล์เสียงไว้ คลิกฟังเสียง

    • Meditation กับความรู้ ฉันคือดวงวิญญาณ และรู้จักดวงวิญญาณสูงสุด...เป็นการเชื่อมโยงของจิตใจ...แค่คิดถึง
    • การจดจำ การมีความสัมพันธ์กับบาบา และได้รับประสบการณ์และคุณสมบัติของบาบา (ความรักคือการหล่อเลี้ยงด้วยความรู้)...เป็นศรัทธาของสติปัญญา ว่าบาบาเป็นพ่อ แม่ ครู ฯลฯ...กลับไปหาความสัมพันธ์ที่เราหลงลืม จะได้ไม่ต้องไปจำมนุษย์
    • โยคะ มีประสบการณ์ความรักของพระเจ้า มีพลัง และชำระล้าง (เผาบาป) และให้เรากลับมามีคุณสมบัติเช่นพระเจ้าได้...ใช้ความคิดที่มีพลัง จิตใจที่มีความบริสุทธิ์ จึงมีโยคะของสติปัญญา รักษาศรัทธา ความมุ่งมั่น มีความชัดเจนในสติปัญญาที่สะอาด...เป็นความสัมพันธ์เพื่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่คิดถึง จึงต้องจดจำระลึกถึงที่เต็มไปด้วยความรักก่อน...เมื่อเรามีการจดจำในการกระทำเรียกว่าคาร์มาโยคะ
    • เพราะเราขาดศรัทธา ขาดความเคารพตนเอง ขาดการตระหนักรู้ เราถึงไม่สามารถมีโยคะได้


  3. คลาสของ Brother Ken (17/1/23) โดยแม่ปุ้ม
    "กลายเป็นผู้สละละทิ้งที่ไม่มีขีดจำกัด"

    ในมูร์ลีวันนี้บาบาให้การรู้แจ้งแก่เรา นั้นคือ
    เวลานี้เป็นจุดจบของละคร เราต้องไปสู่โลกใหม่ หมายความว่าเราต้องทำความเพียรพยายามกลับมา
    บริสุทธิ์ และช่วยชำระผู้อื่นให้บริสุทธิ์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ตอนนี้เราต้องทำลายข้อจำกัดทั้งหมดของเรา หากมีสิ่งหนึ่งเกี่ยวกับความรู้ ที่ดึงดูดฉันเสมอ มันเป็นไปได้ ที่จะกลายเป็นความไม่มีขีดจำกัด การก้าวข้ามขีดจำกัด ที่โลกทางกายภาพกำหนด
    • นอกเหนือจากร่างกาย
    • นอกเหนือจากการแตกแขนง ของความหลงทะนงของเรา
    • นอกเหนือจากการคิดไร้ประโยชน์ทั้งหมด
    • นอกเหนือจากการมีหัวใจเล็กๆ
    ด้วยวิธีนี้ เราจึงฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของเรา ซึ่งเยี่ยมมาก! ในมูร์ลีทุกวันบาบากล่าวว่า..บาบาไม่มีขีดจำกัด พูดกับลูกไม่มีขีดจำกัด ท่านเชิญเราเข้าสู่โลกของท่าน คือสิ่งที่ดึงดูดฉันให้มาหาพระเจ้า สามารถเป็นเหมือนท่าน เข้าใจทุกอย่าง ดังนั้นฉันสามารถกลายเป็นกลางอย่างสมบูรณ์ เพราะสิ่งที่ท่านรู้ สิ่งที่ท่านรัก ท่านเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวางและเป็นมหาสมุทรแห่งความรักในเวลาเดียวกัน ดังนั้นจึงได้รับแรงบันดาลใจ ที่จะคิด พูด ทำอย่างที่ท่านทำ ด้วยสภาพไม่มีขีดจำกัด มีทัศนคติที่ไม่มีขีดจำกัด มีวิสัยทัศน์ที่ไม่มีขีดจำกัดต่อตนเอง ผู้อื่นและโลก เราทุกคนสามารถเข้าใจความหมายของความไม่มีขีดจำกัดตามพจนานุกรม แต่บางทีเราอาจไม่มีประสบการณ์จริง ของความไม่มีขีดจำกัด โลกทางกายภาพที่มีขีดจำกัด.. ไม่ว่าจะยอดเยี่ยม หรือเป็นความจำกัดทางร่างกายและทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย ความรู้สึกของฉันที่เชื่อมโยงกับตัวตนทางกายภาพนั้นมีขีดจำกัด นอกจากเราก้าวไปไกลกว่านั้น (คลิกอ่านต่อ)

    ในกีตะมีการพูดถึงการสละละทิ้ง 3 ระดับ คือ~ ทามาสิก ราจาสิก และสัตวิก
    1. เมื่อเราทิ้งบางสิ่ง เนื่องจากเราไม่รู้
    2. เมื่อเราทิ้งบางสิ่งบางอย่าง เนื่องจากความกลัว หรือมีความกดดัน
    3. เมื่อเราละทิ้งจากบาปทั้งหมด จากความอยากปรารถนา อย่างไม่เห็นแก่ตัวและทำหน้าที่ทั้งหมดอย่างใจกว้าง และละทิ้งผลตอบแทนที่จะได้รับ ดังนั้นฉันจึงทำมันโดยไม่คิดถึงผลตอบแทน
    ในเดือนเมษายน 1982 ในอะแวคมุร์ลีมีหัวข้อสละละทิ้ง ทุกคนควรศึกษามูร์ลีนี้ ในสาระสำคัญของมูร์ลีคือ พื้นฐานของโชคคือการสละละทิ้ง
    - การสละละทิ้งอันดับแรกคือ "ฉัน" และ "ของฉัน" เชื่อมโยงกับสำนึกรู้ของร่างกาย บาบาได้อธิบายการสละละทิ้งในเชิงลึก มากกว่าอธิบายในกีตะ
    ท่านอธิบายการสละละทิ้ง (Tiag -เที้ยก) 3 อย่าง
    1. การสละละทิ้งธรรมดา
    2. การสละละทิ้งที่ยิ่งใหญ่
    3. การสละละทิ้งที่ไม่มีขีดจำกัด
    1.คือผู้สละละทิ้งธรรมดาคือผู้ที่มีความรู้ด้านโยคะตามที่บาบาบอก รู้ว่าชีวิตคืออะไรเขานำวิถีชีวิตบราห์มินมาใช้และด้วยเหตุนี้พวกเขาพร้อมละทิ้งโลกเก่า รวมถึงความสัมพันธ์ การเชื่อมต่อที่ชั่วคราว แต่เขาไม่สามารถรักษาความกล้าหาญอย่างต่อเนื่องและมีพลังน้อยที่จะเผชิญอุปสรรค เขาไม่มีพลังที่จะเผชิญ เขาไม่มีพลังตามที่บาบาบอก
    2. พวกเขาจะมีความกล้าหาญ มีความกระตือรือร้นในการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ในความสัมพันธ์ของพวกเขา ในความคิดและสันสการ์ เขารู้สึกว่าโลกเก่าและความสัมพันธ์ได้ตายไปแล้วสำหรับเขา เป็นความคิดของการอยู่ในสุสาน พวกเขาไม่ต้องต่อสู้อีกต่อไป เพราะด้วยเหตุนี้ จึงมีความมั่นคง พวกเขาเต็มไปด้วยความรัก ความร่วมมือและพลังอำนาจ แม้ว่าพวกเขาจะรับใช้ต่อเนื่อง แต่ก็มีความหลงทะนงตามมา กับการสละละทิ้งของพวกเขา (คลิกอ่านต่อ)

    3. การสละละทิ้งที่ไม่มีขีดจำกัด กลายเป็นตัวคำสอนสุดท้ายของบาบา ไม่มีตัวตน ปราศจากความหลง และปราศจากกิเลส เช่นที่บาบาอธิบาย แม้อยู่ในรูปที่มีตัวตน ผู้ที่สละละทิ้งไม่มีขีดจำกัด จะไม่มีตัวตนในความคิดเสมอ จะเป็นดวงวิญญาณที่มีความรักและละวางเช่นเดียวกับพ่อจะไม่มีความหลงทะนงในคำพูดสม่ำเสมอ
    - มีความอ่อนหวานและความถ่อมตนที่เท่ากัน
    - ปราศจากกิเลสในการกระทำ กับประสาทส้มผัสทั้งหมด นั่นคือพวกเขาจะมีบุคลิกภาพของความบริสุทธิ์ นี่คือผู้สละละทิ้งที่ไม่มีขีดจำกัด (คลิกอ่านต่อ)


  4. การเสริมสร้างคุณธรรมประจำตัว/ประจำวัน จากชั้นเรียนที่ได้บันทึกเสียงไว้สำหรับไตร่ตรอง อาทิเช่น

    • วันที่ 2 ม.ค. 23 - 'มีศักดิ์ศรี' (ต่าย) เพื่อเป็นเทวดานางฟ้าในทางปฏิบัติ คลิกฟังเสียง
    • วันที่ 3 ม.ค. 23 - 'ซื่อสัตย์' (อึ่ง) การเชื่อมโยงความซื่อสัตย์กับความผูกพันและละวาง คลิกฟังเสียง
    • วันที่ 27 ม.ค. 23 'เป็นศูนย์รวม' (นิ) และ 'ใจกว้าง' (ภา) แม่ปุ้มพยายามแกะบันทึกเสียงที่พี่หล้าขยายความ
      เราจะรวมอะไรไว้ในใจกลางหัวใจหรือในใจกลางจักรวาล ก็เป็นเรื่องเดียวกันทุกสิ่งที่รวมไว้ก่อให้เกิดพลังของการปรับเปลี่ยนและทำให้โลกนั้นสามารถที่จะเปลี่ยนจากเก่าไปใหม่ จากสภาวะที่ตกต่ำ ให้กลับมามีพลังยิ่งใหญ่อีกครั้ง ที่แน่นอนต้องเปลี่ยนจากศูนย์กลาง ชีวิตของแต่ละคน คือจิตสำนึกของเราจะต้องเปลี่ยน จากการเป็นร่างให้กลายเป็นวิญญาณ และเราก็จะเห็น กระบวนการที่เราถูกเปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดาให้กลายเป็นเทพ คือการเป็นผู้ให้อย่างไม่มีเงื่อนไข ให้ด้วยการเป็นเครื่องมือที่พระเจ้าใช้ ไม่ใช่ให้เพราะอยากทำนั่นนี่ด้วยตนเอง เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างใจกว้าง ในการปรับประสาทสัมผัสของเรา ให้เป็นประโยชน์ต่อการนำสารหรือการสื่อสาร ทำให้ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ขัดแย้งกับกฎจักรวาล หรือกฎแห่งกรรมหรือกฎธรรมชาติ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวของเมล็ด ที่ได้เห็นชัดเรากำลังถูกฝึกให้มีสำนึกของการเป็นเทพ เราไม่สามารถจะคิดเองหรอกว่าวิธีนี้ คือสิ่งที่ต้องให้ เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งอาจตามมาด้วยโทษ เพราะทุกคนติดยึดกันในระบบการให้ ที่เราเองอาจจะเห็นว่าเขาต้องการ แต่ไม่รู้ว่า..ความต้องการของเขาทำให้เขาขาดหรือเปล่า ..ทำให้เขารู้คิดหรือเปล่า ดังนั้นเราต้องมุ่งตรงไปสู่สภาวะ ที่เขาไม่ติดหนี้ แต่เกิดการเรียนรู้มากขึ้นสำหรับสิ่งนี้

      (คลิกอ่านต่อ)

© 2024 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.