บันทึกข่าว การฉลองวันสันติภาพสากล
ตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 14.30 -17.00 น. ณ ห้องประชุม ปาวาติฮอลล์ ชีวา แซงจูรี่ ปากช่อง เขาใหญ่
สถานที่ : ปาวาติฮอลล์, Chiva Sanctuary, เขาใหญ่
ที่มา : ชื่อหอประชุม Parvati มาจากคุณนิกกี้ด้วยความศรัทธาในอำนาจของความเป็นแม่ ที่ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์เพื่อบุตรและบริวาร
ซึ่งกำเนิดทางจิตวิญญาณของเจ้าแม่ปาร์วดี คือ ตัวละครที่แสวงหาความเป็นอมตะ จากการได้ยินเสียงปันเดาะของพระศิวะบนภูเขาสูง Chiva Sanctuary เขาใหญ่นั้นมีสัญลักษณ์ของความเลื่อมใสศรัทธา (Bhakti - Devotion)
อยู่มากมาย ที่สามารถให้คำตอบจากหนทางของความรู้ (Gyan - Knowlege of Truth) เพื่อการหลุดพ้นอย่างแท้จริง
เราเปิดรายการด้วย VDO แนะนำ บราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลกที่เชื่อมโยงกับความสงบภายในสู่สันติภาพโลก
เพลง Om Shanti ให้โอกาสเราแนะนำตัว และผู้ที่เล่นบทบาทต่างๆ ในแต่ละภาคส่วนของสังคม โดยใช้เสียงร้องของ
Sr.Elizabeth จากอเมริกา ทั้งภาษาฮินดีและอังกฤษ พี่หล้าให้ความหมายและที่มาของคำว่า ‘Om’ หรือ ‘Aum’ อันเป็นราชาของมนตราและคำพร่ำสวดทั้งหมดที่สามารถให้คุณประโยชน์อันใหญ่หลวง
ถือว่าเป็นเสียงดั้งเดิมของจักรวาล ทำให้จิตใจสะอาด ควบคุมอารมณ์และสร้างสมดุลของจักระ ในร่างกาย ทำให้ผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ขณะที่ประจุพลังในบรรยากาศรอบข้าง
(คลิกอ่านต่อ)
เป็นการยืนยันการฝึกจิตและการไตร่ตรองคุณธรรมและคุณค่าที่เป็นบวกของเอกลักษณ์ที่แท้จริงภายในตนเอง คือการมีชีวิต ที่เต็มไปด้วยความรักและพลัง Om Shanti จึงให้ความหมายที่แท้จริงของสันติภาพ ที่เริ่มจากตัวตนภายใน ผู้สร้างความคิด ที่สอดคล้องกลมกลืน กับคุณสมบัติดั้งเดิมของทุกดวงวิญญาณ
โอม แปลว่า ฉันคือดวงวิญญาณ
ชานติ แปลว่า ความสงบ
โอม ชานติ ฉันคือดวงวิญญาณที่สงบ เป็นคำพูดที่ใช้ทักทายและร่ำลากัน ในวัฒนธรรมบราห์มินด้วยสำนึกของการเป็นดวงวิญญาณ เป็นพี่น้องกันของครอบครัวชาวโลก
เมื่อมีความกระจ่างชัดในสิ่งที่ต้องการและจดจ่อจิตใจอยู่กับสิ่งนั้นในแต่ละวัน อย่าเพียงแต่ยืนยันว่าไม่ต้องการอะไร ในโลกที่เราร่วมกันสร้าง จงทำให้พระเจ้ารู้ ทำให้จักรวาลรู้ ความเชื่อมั่นจะก่อตัวขึ้นในสิ่งนั้น เพื่อเริ่มใช้ชีวิตราวกับว่าได้เกิดขึ้นมาแล้ว และเฝ้ามองดูอนาคตที่เปิดเผยตนเองขึ้นมา ตามนั้นอย่างชัดเจนมากขึ้น ยาวนานมากขึ้น จนกลายเป็นธรรมชาติ
ศิลปะการปักสัญลักษณ์รูป โอม ตั้งที่หน้าเวทีและฉายภาพขึ้นบนจอ เพื่อให้ความหมายของสัญลักษณ์ได้ชัดเจน
สัญลักษณ์ ‘โอม’ ประกอบด้วย เลข 3 สำหรับการเปิดตาที่สาม ให้เห็นโลกภายนอกที่สะท้อนโลกภายในจากการเกี่ยวโยงกับระบบจักรวาลแทนด้วยหางจากเลข 3 ส่วนการล่วงรู้ถึงความลับของจักรวาลนั้นมีรูปพระจันทร์เสี้ยวและดวงดาว อยู่บนเลข 3 นั้น
(คลิกอ่านต่อ)
‘โอม’ ฉันคือดวงวิญญาณ พลังงานที่มีชีวิต สามารถประกาศสิทธิ์การบรรลุผลของความสมบูรณ์ในตนเอง ด้วยการควงกงจักรแห่งการสำนึกรู้ในตนเองว่า ฉันคือใคร เป็นของใคร และกำลังทำหน้าที่อะไรในโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนตลอดเวลา?
อย่างไรก็ตาม จิตวิญญาณคือรากฐานของอารยธรรมดั้งเดิมที่รุ่งเรืองที่สุดของมนุษยชาติ จึงสามารถนำความสำเร็จที่แท้จริงกลับคืนสู่ชีวิตที่เป็นไปตามกลไกของความเป็นนิรันดร์ จากเก่าไปใหม่ จากใหม่ไปเก่า ตามจังหวะเวลา...ถึงเวลาของการกลับมาช่วยกันฟื้นฟูวัฒนธรรมสันติภาพ
ข้อความนี้มีปรากฏในวรรคแรกของอารัมภบทในธรรมนูญขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม UNESCO และ สลักอยู่บนศิลาจารึกอนุสาวรีย์ ณ สำนักงานใหญ่ขององค์การยูเนสโกในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
“Since wars begin in the minds of men, it is in the minds of men that the defenses of peace must be constructed”
เนื่องจากสงครามเริ่มในจิตใจของมนุษย์ จึงขึ้นอยู่กับจิตใจนั่นเอง ที่จะก่อร่างสร้างความสงบขึ้นมาปกป้องตนเอง
ในวันที่ 20 กันยายน 2569 บี.เค. สไบทิพย์ ศิริรัตน์ธำรงค์ ผู้นำทางจิตวิญญาณของประเทศไทย ได้กล่าวถึงที่มาของการรณรงค์โครงการนานาชาติอย่างต่อเนื่อง กว่า 40 ปี เริ่มจากปี ค.ศ. 1986(พ.ศ. 2529)
ด้วยโครงการแรก ‘ล้านนาทีแห่งสันติ’ เพื่อสร้างความสงบขึ้นภายในตนเองด้วยวิธีต่างๆของแต่ละศาสนาและหลักศรัทธา เราได้รวบรวมเวลาที่ประชาชนในประเทศไทยสัญญาว่าจะรักษาความสงบถึงสองล้านกว่านาที ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชน หน่วยงานต่างๆ และประชาชนทั่วประเทศในการบริจาคเวลา ตามมาด้วยโครงการนานาชาติ ร่วมกันสรรค์สร้างโลก ในปี 1988 และโครงการสร้างวัฒนธรรมสันติภาพในปี 2000 โดยมีผู้นำทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามสนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมสันติภาพนี้
(คลิกอ่านต่อ)
ตลอดปี บราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก ในฐานะที่ปรึกษาขององค์กรด้านเศรษฐกิจและสังคม(ECOSOC)
ได้นำมุมมองทางจิตวิญญาณมาสู่ประเด็นการแก้ปัญหานานัปการของมนุษยชาติ ในระดับชาติ ระหว่างประเทศ และระดับโลก
ส่วนบราห์มา กุมารี ประเทศไทย 21 กันยายน วันสันติภาพสากล ปีนี้ (2569) ได้สืบสานวัฒนธรรมสันติภาพดังกล่าวมาตั้งแต่บราห์มา กุมารีมหาวิทยาลัยทางจิตของโลกได้รับการแต่งตั้งจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO) ให้เป็นผู้นำสาส์นสำหรับคำประกาศปี 2000 (Messenger for Manifesto 2000) เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนสร้างการกระทำดี มีค่าและความหมายต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตนเอง ผู้อื่น สังคม ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมและโลก
พี่ศรี ในฐานะผู้เป็นหลักในการใช้คุณธรรม ‘ความร่วมมือ’ หนุนนำคำประกาศในหลักการของการสร้างความสมานฉันท์ ได้พูดถึง ความหมายของภาพมือประสานกัน
‘สันติภาพอยู่ในมือของเรา’ Peace is in our hands
มือของเราประกอบด้วยห้านิ้ว ทุกนิ้วมีค่าทำหน้าที่ตามบทบาทที่พิเศษสุดของตน สัญลักษณ์ของการมีสองมือประสานกันเป็นตัวแทนของห้าทวีป ที่จะนำความสมานฉันท์มาสู่โลกที่แตกแยกกันเนื่องจากหัวใจได้แตกเป็นเสี่ยงๆ โลกจึงห่อเหี่ยวสิ้นหวัง แล้วใครเล่าจะร่วมมือกันให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกัน
หลังจากนั้น พี่หล้าได้เชิญให้รับชมการ์ตูนเพื่อสะท้อนความร่วมมือของประชาชนทุกหมู่เหล่าในสังคมโลก
(คลิกอ่านต่อ)
การฉลองวันสันติภาพสากลในประเทศไทย ยังคงอยู่ภายใต้ปีกของโครงการ ความเงียบสงบเรียกหา(Silence is Calling) ตลอดไปในหัวข้อต่างๆ ของแต่ละปี
ช่วงเวลาของความเงียบสงบในการจดจำระลึกถึงผู้เป็นหนึ่งเดียวผู้เป็นแหล่งแห่งความสงบ จึงเปิดเส้นทางของสันติภาพในทางปฏิบัติ เพื่อเข้าไปสู่ความสงบ(Peace)
ที่ฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของผู้นำในภาคส่วนต่างๆของสังคม ด้วยการตระหนักว่า ปัญหาของโลกคือปัญหาของเราในการแก้ไขด้วยความร่วมมือกันของทุกฝ่าย
ความสงบ(Peace) คือประสบการณ์ภายในที่มีความเงียบสงบ(Silence) เป็นเครื่องมือในการบรรลุผล
ความร่วมมือ (Co-operation) คือสื่อสันติภาพที่แท้จริง ด้วยอุดมการณ์เดียวกันของชุมนุมที่ยึดมั่นในสันติภาพ เสรีภาพ และภราดรภาพ
สมาชิกส่วนใหญ่ที่มีการปรับฐานของจิตวิญญาณแล้ว คือผู้แทนจาก 16 ภาคส่วนของสังคม ได้ใช้โอกาสนี้แสดงความคิดเห็นในสาระของแต่ละภาคส่วนตามลำดับ
1. ศาสนา (สไบทิพย์ ศิริรัตน์ธำรงค์)B.K.La
พี่หล้าเปิดรายการสร้างสังคมจาก 16 ภาคส่วน ในด้านศาสนา (แทนท่านจันทร์ ผู้ปฏิบัติธรรมชาวสันติอโศก ซึ่งแจ้งมาวินาทีสุดท้ายว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ)
จึงเกริ่นนำถึงทั้งสามอำนาจที่สำคัญของการศึกษาฝึกฝนราชาโยคะ คืออำนาจการปกครอง ที่ส่งผลต่อความเป็นหนึ่งเดียวกันและสันติภาพโลก อำนาจของศาสนาที่มาจากความบริสุทธิ์ และอำนาจวิทยาศาสตร์
ในการนำวัตถุธาตุมาใช้เพื่อพัฒนาจิตวิญญาณโดยไม่มีความเสียหายตามมา
คำถาม: ศาสนาอยู่ ณ ที่ใด อะไรคือแนวความคิดและหลักการที่เราให้คุณค่ามากที่สุด ในการสร้างความสอดคล้องปรองดองทางศาสนา
ศาสนา อยู่ ณ ที่มีคุณธรรมความดี (Embodiment of Dharna) สร้างวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ (Dharna of Purity)
ทำให้ผู้นับถือศาสนานั้น มีค่าต่อการกราบไหว้บูชา
เปลี่ยนแปลงโลกที่ไม่บริสุทธิ์ด้วยความบริสุทธิ์จากภายใน
ทำให้ดวงวิญญาณเย็นลงจากการเผาไหม้อยู่ในกองไฟกิเลส
เปิดตาที่สามของการรู้แจ้งจากความมืดบอด
สามารถค้ำจุนโครงสร้างของโลกไม่ให้ล้มลงได้ในช่วงเวลาที่แต่ละศาสนาเริ่มต้น
(คลิกอ่านต่อ)
จากการตั้งมั่นอยู่บนเสาหลักแห่งความบริสุทธิ์ ทำให้โลกได้รับการค้ำจุนตั้งแต่ยุคทองแดงเป็นต้นมา
มีความบริสุทธิ์ เป็นมงกุฎแห่งแสง กระจายรัศมีเจิดจรัสรอบศรีษะ จากบริเวณกลางหน้าผาก ที่ตั้งของดวงวิญญาณ
พี่หล้ากล่าวถึงคำสอน(มูร์ลี)โดยตรง ที่ย้ำคุณสมบัติพิเศษของศาสนา คือ
1)พลังการเปลี่ยนแปลง ( Power of Transformation
เมื่ออำนาจของศาสนาเลื่อมถอย แต่ละศาสนิกพบกับการเปลี่ยนแปลง จากมนุษย์ธรรมดา กลับกลายเป็นชาวพุทธ ชาวคริสต์ หรือการเข้าสู่ลัทธินิกายต่างๆ
2) ความมั่นคง (Firmness) โดยไม่ไหวหวั่นสั่นคลอน และอยู่อย่างมั่นคง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในคุณธรรมความดีของเขา ไม่ว่าจะมีการประณามหรือต่อต้านมากเท่าใด
ผู้ที่มีอำนาจของศาสนาคือ
ผู้ที่ถ่อมตนในทุกการกระทำ
ผู้เป็นตัวของคุณธรรมที่เขาสร้างสมไว้
ผู้ที่อยู่ในศาสนาบราห์มิน(พราหมณ์ทางจิต) ที่พระเจ้าก่อตั้งในยุคเพชรนี้ จะเปิดเผยทุกคุณธรรมต่างๆในวิถีชีวิตที่ประชาบิดาบราห์มาเป็นตัวอย่างในการใช้ความรู้ที่เป็นสัจจะที่สมบูรณ์ในเวลาของการบรรจบพบกัน
ของโลกเก่าและโลกใหม่ นั่นคือปัจุบัน ที่พลังของจิตวิญญาณ เท่านั้นที่ทำให้แต่ละศาสนาที่มนุษย์ก่อตั้ง ตั้งแต่ยุคทองแดง เกิดการตระหนักรู้ ในบทบาทและหน้าที่ของศาสนาทางร่างกาย ที่ต่างต้องการสัมผัสกับพระเจ้า...ผู้เป็นดวงวิญญาณสูงสุด พ่อสูงสุด ไม่มีตัวตน
(คลิกอ่านต่อ)
ดังนั้น เมื่อแต่ละศาสนาหลักในโลกมีการปรับฐานทางจิตวิญญาณในเวลาสุดท้ายได้แล้วเท่านั้น จึงจะเกิดความเป็นหนึ่งเดียวกัน มิฉะนั้น
ความสอดคล้องปรองดองทางศาสนาก็เป็นเพียงความฝันของผู้ที่ยึดมั่นในความเชื่อและหลักศรัทธาของตนว่าคือหนทางของการหลุดพ้นตามปรารถนา
2. ที่อยู่อาศัย (ผศ.ดร. ภัทรพล เวทยสุภรณ์)-คุณเชี่ยว
คำถาม: เราต้องการอะไรภายใต้หลังคาบ้าน และอาคารที่ก่อสร้างเพื่อให้คุณค่ามากที่สุดในสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานคุณภาพชีวิตภายในครอบครัวรวมทั้งการสร้างปัจจัยเชิงพาณิชย์
เราต้องการ Wealth and Well being, Wealth คือ ความมั่นคงมั่งคั่งสถานะภาพทางสังคมและความร่ำรวยทางกายภาพ ส่วน Well being คือความมั่นคงมั่งคั่ง และความร่ำรวย ทางด้านจิตใจและสุขภาพดี สองอย่างนี้เป็นแนวทาง ที่จะทำให้สถาปัตยกรรมสามารถสร้างความสมดุลไม่ว่าจะเป็นเชิงพาณิชย์การลงทุน หรือ เพื่ออยู่อาศัย ก็ล้วนแต่เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ มนุษย์ เช่น เครื่องนุ่งห่มที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค สถาปัตยกรรมไม่ว่าจะเป็นในเชิงพาณิชย์หรือไม่เชิงพาณิชย์ แต่ในการสร้าง Wealth and Well being ได้ ต้องอยู่ภายใต้กรอบของการเยียวยา เพื่อทำให้โลกใบนี้ เป็นที่สำหรับครอบครัวและผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ประโยชน์ในการเยียวยาทั้งทางด้าน ร่างกายและจิตใจ การเยียวยาจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีความรักที่บริสุทธิ์ ความรักที่อยากให้มนุษยชาติมีชีวิตที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น ด้วยความอ่อนโยนและอ่อนหวานภายใต้คอนเซ็ป Wealth &Well beingครับ
3. ธุรกิจ (คุณกัญญภัสสร ผลไม้)-นิกกี้
คำถาม: กำไรเป็นแรงจูงใจหลัก หรือความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและผู้ร่วมงาน อะไรคือจุดสุดท้าย อะไรคือความสำเร็จในการบริหารจัดการ
กำไรสำหรับนิกกี้นั้นไม่ใช่แรงจูงใจหลัก แต่กำไรย่อมเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจนั้นๆสามารถหล่อเลี้ยงคนในองค์กร เพราะว่าทุกคนต่างมีคนที่ต้องดูแล ความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กรนั้นต้องอาศัยการสื่อสารที่ดี สุดท้ายแล้วผู้บริหารที่ดีต้องสามารถรักษาสมดุลทั้งความสัมพันธ์ของคนในองค์กร และสร้างผลกำไรให้กับองค์กรเพื่อส่งต่อความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีค่ะ
4. ชุมชน (คุณศุภวรรณ พึ่งรัศมี)-ทิม ถอดการบันทึกเสียง
คำถาม: ความร่วมมือชนิดใดระหว่างผู้คนและระหว่างองค์กร จะหล่อเลี้ยงชุมนุมให้มีบทบาทสำคัญตามความต้องการและสถานการณ์ที่เหมาะสม
เป็นตัวแทนของชุมชนที่จะพูดถึงการสร้างวัฒนธรรม ของสันติภาพขึ้นมา ชุมชนนี้หมายถึงกลุ่มคน การที่เราจะทำงานกับคน เรามักจะใช้หลัก 3 ร เรือ นะคะ
ทำความรู้จักกัน เราจะต้องรู้จักและก็ยอมรับ ข้อดี ข้อด้อยของกันและกันด้วยนะคะ เมื่อเรารู้จักกันแล้ว
เราจะต้องรับฟังกันด้วยความตั้งใจ การที่เราตั้งใจรับฟังกันและกันนี้จะทำให้เราเกิดความเข้าใจค่ะ ในบริบทของแต่ละคน ซึ่งจะนำมาซึ่ง ร ที่ 3 คือ...
ความร่วมมือ
ดังนั้น การทำงานกับคนหลายหลายคน เราก็จะใช้หลัก 3 รอ นี้ เป็นการสร้างวัฒนธรรมของการสร้างสันติภาพในสังคมขึ้นมาได้ค่ะ
5. การเมือง (คุณณีรานุช วัฒนาทร)-เก๋
คำถาม: คุณค่าของระบบการเมืองอยู่ที่การแข่งขันหรือความร่วมมือ ใครจะเป็นตัวแทนของประชาชนที่นำพวกเขาไปสู่ภราดรภาพ และเสรีภาพที่แท้จริง
สำหรับดิฉัน การแข่งขันอาจทำให้เราเลือกคนที่ดีที่สุด แต่ความร่วมมือคือสิ่งที่จะทำให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้ เพราะหลังจากการแข่งขันจบลง เราไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายชนะหรือฝ่ายแพ้ แต่เรายังคงเป็นประชาชนของประเทศเดียวกัน และเป็นเพื่อนมนุษย์กัน การเมืองจึงไม่ควรมีเป้าหมายเพียงว่า “ใครจะชนะหรือใครจะมีอำนาจมากกว่า” แต่ควรถามว่า “เราจะใช้อำนาจนั้นอย่างไร เพื่อให้คนที่แตกต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันได้ และคำถามต่อมาคือ ใครควรเป็นตัวแทนของประชาชน
(คลิกอ่านต่อ)
ดิฉันเชื่อว่าไม่ใช่เพียงคนที่เก่งที่สุด หรือคนที่เอาชนะคนอื่นได้มากที่สุด แต่คือคนที่สามารถเอาชนะตนเองได้ เอาชนะความโกรธ เอาชนะความโลภ เอาชนะความกลัว และไม่ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตนเอง
จากการศึกษาทางจิต ดิฉันได้เรียนรู้คำหนึ่ง “การเป็นนายเหนือตนเอง” (Self-sovereignty) เพราะก่อนที่เราจะนำคนอื่น เราต้องเรียนรู้ที่จะนำตนเอง เมื่อผู้นำรู้จักคุณค่าของตนเอง เขาจะเห็นคุณค่าของประชาชน เมื่อเราเคารพตนเอง เราก็จะเคารพคนที่คิดต่างจากเรา และเมื่อเราเห็นว่าทุกคนมีคุณค่า เราจะเข้าใจคำว่า”ภราดรภาพอย่างแท้จริง
ภราดรภาพ ไม่ใช่การที่ทุกคนต้องคิดเหมือนกัน แต่คือ “การที่เราแตกต่างได้ และยังอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเคารพ” ดังนั้นสำหรับดิฉัน “การเมืองของโลกใหม่ ไม่ควรเป็นอำนาจเหนือผู้อื่น” แต่ควรเป็นพลังร่วมกับผู้อื่น
จากการแข่งขัน สู่ ความร่วมมือ
จากการแบ่งฝ่าย สู่การเข้าใจกัน
จากการใช้อำนาจ สู่การรับใช้ประชาชน
และจากความแตกต่าง สู่เสรีภาพ ภราดรภาพ และสันติภาพ
เพราะโลกใหม่ไม่ได้เริ่มต้นจากการเปลี่ยนคนอื่น โลกใหม่เริ่มต้นจากการเปลี่ยนตัวเราเอง
ถ้าเราแต่ละคนเริ่มสร้างสันติภาพในใจ ครอบครัวก็จะมีสันติภาพ สังคมก็จะมีสันติภาพ และวันหนึ่งโลกก็จะมีสันติภาพ
สันติภาพไม่ได้เริ่มต้นที่โลก แต่เริ่มที่เรา โอม ชานติ
การทำข่าวสด + ด่วน ของพรรคประชาชาติ โดยผู้สื่อข่าวและคณะ
“พรรคประชาชาติ” ชูวิสัยทัศน์ ก้าวข้ามผู้ชนะ-ผู้แพ้ มุ่งสร้างพหุสังคมแห่งความร่วมมือ-สันติภาพ ในวันสันติภาพสากล
Voice TV
6. กฎหมาย (พ.ต.อ.พิเศษ พุฒิพัฒน์ โพธิ์คงสิริเดช) แทนโดยพี่ภา เนื่องจากปัญหาสุขภาพ จึงยกเลิกวันสุดท้าย
คำถาม: อะไรคือระบบกฎหมายในอุดมคติที่มีสมดุลของความรักโดยไม่จำเป็นต้องออกบังคับใช้
“ โดยสรุปว่า “ในมิติของร่างกาย มีความแตกต่างระหว่างบุคคล สังคม ประเทศ ทวีป จึงมีความจำเป็นต้องมีกฎหมาย ที่ออกบังคับใช้ เพื่อทุกคนทำตาม และมีบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน “ในมิติของจิตวิญญาณ ทุกชีวิตมีความดีงามเป็นเนื้อแท้ดั้งเดิมที่ต้องกลับเสริมสร้างในขณะที่เสื่อมสลายคุณความดีเหล่านั้น ด้วยสำนึกที่แต่ละดวงวิญญาณ เป็น จุดแสงแห่งความรัก พลังงานชีวิตในรูปที่กระจายออกไปโดยรอบจากศูนย์กลาง ซึ่งมีอำนาจควบคุมอวัยวะประสาทสัมผัสของตนเอง ให้มีการกระทำที่เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมืองและกฎแห่งกรรม ให้ความรัก ได้รับความรัก ให้ความเคารพ ได้รับความเคารพ ให้พรได้รับพร สิ่งที่จำเป็นคือการศึกษาความรู้ทางจิตวิญญาณ เพื่อดึงเอาศักยภาพดั้งเดิมออกมาเชื่อมโยงกับแหล่งของพลังชีวิตโดยเคารพต่อกฎธรรมชาติที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและเคารพกฎแห่งกรรมที่ให้ความยุติธรรมที่สุด”
7. เศรษฐศาสตร์ (คุณวราภรณ์ พร้อมเจริญ) –อ้อ
คำถาม: มีการกระจายรายได้ไปให้ใคร ด้วยวิธีการหารายได้ด้วยวิธีการที่แตกต่างไปหรือไม่ การลงทุน การเก็บออม ใครควรมีพลังในการใช้จ่าย
เศรษฐศาสตร์คือการกระจายรายได้หรือการสร้างความมั่งคั่ง ซึ่งการสร้างความมั่งคั่งหรือสร้างรายได้นี้เกิดจากสองส่วน ส่วนแรกก็คือการใช้แรงกายและแรงสมองของเราในการทำงานหรือการประกอบธุรกิจเพื่อให้เกิดรายได้ขึ้น และเมื่อมีรายได้แล้ว เราก็จะแบ่งรายได้นั้นไปเป็นการออมหรือไปการสร้างพอร์ตการลงทุนของเราที่เราสะสมขึ้นมา เพื่อให้เป็นแหล่งรายได้ใหม่ และต้องการให้มีผลตอบแทนที่สูงขึ้น ซึ่งในการที่เราแสวงหารายได้ให้สูงขึ้นขึ้นเรื่อย ๆ มันก็อาจจะก่อให้เกิดการแข่งขัน ความโลภ การบริโภคเกินความจำเป็นจนต้องก่อหนี้สิน หรือการใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัดของมัน เพราะฉะนั้นการหารายได้มาก ๆ หรือการสร้างความมั่งคั่งนี้ มันเป็นการสร้างความมั่งคั่งให้กับใครกันแน่ ความมั่งคั่งที่แท้จริงคืออะไร หรือว่าจะต้องย้อนกลับมามองดูว่า การที่เราจะไม่มีความโลภหรือไม่มีหนี้สินนั้น เราควรจะใส่ใจเรื่องความสุข ความสงบ ความรัก ความร่วมมือกัน ซึ่งคือความมั่งคั่งภายในนอกจากนี้
(คลิกอ่านต่อ)
ในปัจจุบัน AI ได้เข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวัน ถ้าเกิดกรณีที่ว่าไม่มีการจ้างงาน คือนายจ้างเอา AI มาทำงานแทนมนุษย์ ทำให้เราขาดรายได้ เมื่อเราขาดรายได้ เราจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ในการซื้ออาหารหรือซื้อสินค้า เพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่มีเงินแล้วเราคงจะต้องหาสิ่งอื่นมาใช้แทนเงิน ซึ่งอาจต้องนำระบบบาร์เตอร์มาใช้ ระบบบาร์เตอร์คือการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการโดยไม่ใช้เงินเป็นตัวแทนในการแลกเปลี่ยน แล้วเราจะเอาอะไรไปแลก เรามีทักษะอะไรในการที่จะไปแลกสินค้าและบริการนั้นมา หรือเราควรจะต้องพิจารณาถึงเศรษฐกิจในอนาคต ว่ามันควรจะเป็นเศรษฐกิจแบบพึ่งพากัน ช่วยเหลือกัน เข้าอกเข้าใจกัน ซึ่งในระบบการแลกเปลี่ยนนี้จะต้องมีความไว้วางใจกัน จึงจะเกิดการแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมและยุติธรรม
เราคงต้องกลับมามองดูว่า การสร้างรายได้เป็นการสร้างความมั่งคั่งที่แท้จริงหรือไม่ การสร้างความมั่งคั่งภายในจะช่วยให้เราสร้างโลกใหม่ที่ยั่งยืนหรือไม่
ตอนท้าย พี่หล้า ได้สรุปสาระของการใช้เทคโนโลยีด้วยประสบการณ์ของผู้นำ IBM ที่ประทับใจดาดี้ปรากาซมณี ผู้นำด้านจิตวิญญาณของบราห์มา กุมารี...
(คลิกอ่านต่อ)
ดาดี้ประกาซมณี ใช้เวลา 38 ปี ในการเป็นผู้นำที่พิเศษสุดของบราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก เมื่อท่านได้พบผู้นำจาก IBM บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลกในด้านเทคโนโลยีจึงสร้างความประทับใจในการจัดการองค์กรบริหารกำลังคนเป็นแสนๆ โดยไม่พึ่งเทคโนโลยี เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ความลับของดาดี้คือ ทัศนคติ ที่กระจายกระแสแห่งการให้คุณประโยชน์และให้กำลังใจในการเป็นพวกพ้องเดียวกันที่นำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกันในบรรดาผู้คนอย่างลึกล้ำ
ไม่ว่าจะมีการอบรมกันมากมายแค่ใหนในการพัฒนาการบริหารจัดการและความเป็นผู้นำ สภาพภายในที่สุดแล้ว คือความสามารถที่จะทำให้มีความไว้วางใจและความจงรักภักดี ต่อองค์กร ด้วยทัศนคติของการให้คุณประโยชน์อย่างสม่ำเสมอด้วยความรู้สึกที่ดี ที่ทำผู้คนไว้วางใจได้โดยธรรมชาติ
ใครหรือจะคงการให้คุณประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย? นอกเหนือจากการมีแหล่งแห่งการเติมเต็มให้สมบูรณ์ หลายกรณีรู้สึกว่า ‘การให้’ อย่างต่อเนื่อง จนหมดแรง ‘หมดแรงเมตตา’ (compassion burnout) และอ่อนล้าในที่สุด แต่แล้วบางคนยิ่งให้ยิ่งรู้สึกว่ามีพลังทางจิตวิญญาณได้อย่างไร? เนื่องจากความอิ่มเต็มทางจิตวิญญาณที่แท้จริงนั่นเองช่วยเสริมพลัง 'การให้' ไม่หมดแรง
8. การคมนาคมและการสื่อสาร (คุณนภัสภาณุวิชญ์ คงทองสิทธิโชค)-วิชญ์(อุดม)
คำถาม: เราจะเดินทางไปพบกันได้อย่างไรด้วยเทคโนโลยีและทัศนคติที่เอื้อต่อการสื่อสารด้วยหัวใจ
วิทยาศาสตร์ได้พัฒนาระบบการคมนาคมและการสื่อสารที่ทำให้ทุกคนทั้งโลกสามารถเดินทางไปมาหาสู่เพื่อพบปะเจอะเจอกันได้ง่ายขึ้นโดยเครื่องบินรถไฟหรือเรือเดินสมุทร...ยิ่งในแวดวงการสื่อสารด้วยแล้ววันนี้สามารถสนทนาผ่านหน้าจอเสมือนนั่งอยู่ด้วยกันทั้งที่ความจริงตัวตนเขานั่งอยู่คนละซีกโลก...เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยแก้ไขปัญหาขีดจำกัดทางกายภาพของภูมิศาสตร์โลก...ให้กลายเป็นยุคของโลกที่ไร้พรมแดน(Globalization) แต่ต้องใช้เงินซื้อความสะดวกเหล่านี้
ผลพวงทางวิทยาศาตร์ที่มนุษย์คิดค้นขึ้นนั้นยังมีความหยาบที่เชื้อเพลิงเครื่องยนต์เผาไหม้แล้วเป็นมลพิษที่กระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมทำให้อุณหภูมิแวดล้อมเฉลี่ยสูงขึ้นโลกตกอยู่ในสภาพเรือนกระจกเพราะโอโซนชั้นปกป้องโลกถูกทำลาย ธรรมชาติจึงวิกฤตรุนแรงและกลับมาทำลายล้างชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างหนักหน่วง
(คลิกอ่านต่อ)
ในโลกแห่งอนาคตนักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่กำลังคิดค้นและสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นใหม่เพื่อให้ความสุขกับมนุษย์อย่างแท้จริงที่ไม่ก่อเกิดมลพิษได้อีก..เชื้อเพลิงในการคมนาคมขนส่งโลกใหม่จึงต้องสะอาดบริสุทธิ์100%เช่นพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์..และการคมนาคมขนส่งโลกใหม่ตั้งอยู่บนฐานของความประหยัดปลอดภัยสะดวกใช้งานง่ายและให้ความสุขปราศจากมลพิษ..พาหนะแม้เด็กน้อยกดปุ่มเดียวก็เดินทางไปมาได้อย่างสะดวกปลอดภัย ระบบขับเคลื่อนจะไม่ซับซ้อนยุ่งยากดังเช่นห้องค้อกพิทของนักบินทุกวันนี้
ในส่วนทัศนคติหรือหัวใจของการสื่อสารในยุคปัจจุบันผู้คนเต็มไปด้วยกระแสของความโลภความอยากปรารถนาผ่านคำพูดผ่านท่าทางที่จะได้รับประโยชน์อะไรจากใคร...ผู้คนพูดมากแต่ไม่อยากรับฟังใคร กระแสความคิดคำพูดจึงเต็มไปด้วยพลังงานลบหรือมลพิษใส่กัน สังคมจึงวุ่นวายขัดแย้งไร้ความสงบสุข
หัวใจการสื่อสารในโลกใหม่ผู้คนยุคใหม่จะถูกพัฒนาให้อิ่มเต็มมีเมตตาจริงใจบริสุทธิ์ใจต่อกัน เต็มไปด้วยความรักและปรารถนาดีต่อกันปราศจากอคติหรืออีโก้หรือความละโมบความรุนแรงที่ต้องการมีชัยชนะเหนือผู้อื่นหรืออยากปรารถนาในผลประโยชน์ของผู้อื่น สังคมโลกใหม่จึงมีแต่ความสงบและความสุขที่ทุกสิ่งสร้างมาจากฐานของความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
9. เทคโนโลยี (คุณนภัสภาณุวิชญ์ คงทองสิทธิโชค)-วิชญ์(อุดม)
คำถาม: มีการคมนาคม การสื่อสารใดที่จะพัฒนาหรือส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้วยคำจำกัดความของความก้าวหน้าทั้งด้านจิตใจและปัจจัยภายนอกอย่างกลมกลืน
การสื่อสารโลกใหม่ผู้คนจะใช้โทรจิตเพื่อติดต่อสื่อสารกัน(สิ่งนี้ปัจจุบันนักบินรบยุคใหม่เขาฝึกใช้คลื่นความคิดจากสมองสั่งการแทนใช้มือควบคุมกันแล้ว)
ผมขอฟันธงว่าโลกใหม่ที่กำลังจะมาถึงหลังจบสิ้นโลกเก่า ที่มนุษย์ได้รับการเตรียมการพัฒนาเทพปัญญาใช้เทคโนโลยี ไม่มีการเดินการทางโดยเรือหรือรถอีกต่อไป จะมีเพียงแต่ทางอากาศเท่านั้น...หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าวิมานเหาะไปไหนมาไหนได้ทุกหนแห่งเพียงการกดปุ่มเดียวเท่านั้นไม่ยุ่งยากเป็นร้อยๆพันๆปุ่มอย่างเครื่องบินของยุคสมัยนี้...สมัยใหม่ต้องใช้ง่ายสะดวกปลอดภัยประสิทธิภาพสูงและปราศจากมลพิษใดๆ..
(คลิกอ่านต่อ)
ใครจะว่าคนสติไม่ดีฝันเฟื่องถ้าจะยังจำกันได้เมื่อ 123 ปีที่ผ่านมาสองพี่น้องตระกูลไรท์ได้ทดสอบเครื่องยนต์ติดปีกเหมือนนกเพื่อที่จะบินแบบนกได้แล้ววันนี้ทุกคนคงเห็นภาพจริงว่านกเหล็กติดปีกบินเต็มท้องฟ้าไปหมด ซึ่งวิมานเหาะที่ได้คิดฝันวันนี้อีกไม่นานต้องเห็นเป็นจริง
10. การศึกษา (คุณวรพล วังฆนานนท์)-เคี้ยง
คำถาม: อะไรคือความรู้ที่แท้จริง ความสามารถของมนุษย์ใดหรือวิชาการสาขาใดควรได้รับคุณค่าและได้รับการส่งเสริม
การสร้างโลกใหม่ที่สวยงาม จะสำเร็จได้ ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบันจะมุ่งเน้นการศึกษาสิ่งภายนอกที่ใช้หารายได้และการแข่งขันเป็นหลัก การศึกษาที่แท้จริงควรมุ่งไปสู่การศึกษาสิ่งภายในจิตใจตนเอง ซึ่งไม่ใช่แค่การเรียนปรัชญาแบบทฤษฎีท่องจำ แต่ต้องเป็นการศึกษาที่มีกระบวนการยกระดับจิตใจในทางปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายในการฟื้นคืนความรู้ดั้งเดิมอันดีงามของมนุษย์
สำหรับคำถามว่าวิชาการใดควรได้รับการส่งเสริม ขอตอบว่าวิชาที่ควรส่งเสริมที่สุด คือ “วิชาครู” ซึ่งปัจจุบันเป็นสาขาวิชาที่สังคมมองไม่เห็นความสำคัญ ระบบการศึกษาที่ดีจำเป็นต้องมีวิชาครูที่มีคุณธรรม มีจรรยาบรรณ มีศิลปะจิตวิทยาในการถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียน
(คลิกอ่านต่อ)
ยกตัวอย่างครูมัธยมทึ่เก่งคณิตศาสตร์ที่เก่งคำนวณ แต่เมื่อสอนแล้วนักเรียนสอบตกทั้งชั้น นั่นไม่ใช่ครูที่ดีเลย ดังนั้นครูที่เก่งแต่ไม่มีคุณธรรมและไม่มีจิตวิทยาในการถ่ายทอดความรู้จะไม่สามารถสอนนักเรียนให้ดีได้ การสร้างโลกใหม่ที่สวยงามจึงเริ่มต้นจากการส่งเสริมวิชาครู และให้ความสำคัญให้มากกว่าที่เป็นในทุกวันนี้
11. วิทยาศาสตร์ (คุณสุทธิ มโนกิจจรูญมั่น) –สุทธิ
คำถาม: การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์แขนงใดที่ให้คุณค่าของการสร้างความสงบของจิตใจ
ในขณะที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาเจริญรุดหน้าอย่างยิ่งไปทั่วโลก ช่วยสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างมหาศาลให้กับมนุษยชาติ ทุกคนมีเครื่องใช้ไม้สอยที่ช่วยประหยัดแรง ประหยัดเวลา สะดวกสบายขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารที่ง่ายขึ้น เก็บได้นานขึ้น ปรับอากาศที่เย็นสบายได้ทุกที่ สั่งอาหารและของใช้ได้อย่างรวดเร็วทันใจ มีที่นอนที่อ่อนนุ่มสบายที่สุดต่อร่างกาย ปรับน้ำอุ่นน้ำร้อนตามที่เราอยากได้ แต่ในเวลาเดียวกัน มนุษย์กลับมีความทุกข์มากขึ้นหลายเท่าตัว โรคซึมเศร้า โรคอัลไซเมอร์ และอาการป่วยทางสมองเติบโตแบบก้าวกระโดดไปทั่วโลก ปัจจุบันคาดการณ์รวมผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองอยู่ที่ 3.4 พันล้านคนทั่วโลก (43% ของคนทั้งโลก)
ตัวเลขนี้บ่งบอกถึงความไม่สมดุลของพัฒนาการของวิทยาศาสตร์ไปในทางวัตถุนิยมมากกว่าทางจิตใจ
ดังเช่นที่มนุษย์ไม่พัฒนาสมอง 2 ซีกให้เกิดความสมดุลกัน ย่อมเกิดความเครียด ความกังวลและเข้าสู่สภาวะโรคทางสมองได้ การพัฒนาสมองซีกซ้ายคือการใช้ตรรกะ เหตุผล เชิงตัวเลข ขณะที่การพัฒนาสมองซีกขวาจะเน้นการใช้ศิลปะ ดนตรี ความคิดสร้างสรร โดยทั้ง 2 ด้านควรพัฒนาให้เกิดความสมดุลและสอดคล้องกัน เพื่อเข้าสู่ความเป็นกลาง เมื่อประสานกับการศึกษาทางจิตวิญญาณย่อมทำให้มนุษย์เข้าถึงการพัฒนาในระดับลึกเพื่อยกระดับสติปัญญาไปสู่ความสงบและความสุขที่แท้จริง
(คลิกอ่านต่อ)
นั่นหมายถึงการศึกษาเข้าไปสู่ด้านในไม่ใช่เพียงการให้ความสำคัญกับสิ่งภายนอก ตัวอย่างของพัฒนาการด้านใน เช่น เครื่องมือช่วยสร้างสมาธิ เครื่องวัดผลของสุขภาพ วัดการเต้นหัวใจ วัดความเครียด เป็นต้น
12.การแพทย์ (คุณรพินท์นฎา จิรพัทธ์ปิยากุล) –ปุ๋ย
คำถาม: สุขภาพแบบองค์รวมนั้นคืออะไร ในการดูแลสุขภาพของร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ
แน่นอนว่าด้านการแพทย์ เวลานี้ใครๆก็หันมาให้ความสำคัญการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เราจะสังเกตเห็นว่ามีการสร้างศูนย์ Wellness อย่างมากมายในประเทศไทย
ด้านหนึ่งคือการเติบโตทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทำให้ผู้คนมีอายุยืนขึ้น สุขภาพแข็งแรง คงความเป็นหนุ่มเป็นสาวมากขึ้น แต่ทางตรงกันข้ามด้านจิตใจ (Mental Health) เรากลับพบผู้คนที่เป็นโรคซึมเศร้า เหนื่อยล้า หมดหวัง ไม่มีความสุขมากขึ้น โรคที่เป็นกันมากที่สุด คือ อารมณ์เสีย ความรู้สึกเสีย ซึ่งเป็นกันทุกคน จนมีปัญหาในความสัมพันธ์ เรียกว่าความสัมพันธ์เป็นพิษ อยากแยกห่าง ไม่อยากปฏิสัมพันธ์ด้วย ที่พูดมาทั้งหมดนี้คือยังขาดการใส่ใจสุขภาพด้านจิตวิญญาณ
ฉันคิดว่าเป็นเวลาแล้วที่เราจะกลับเข้าสู่ธรรมชาติดั้งเดิมที่ดีงามของตนเอง เช่น หากเราเพียงใช้แค่คุณสมบัติเดียว “ความสงบ” จะสามารถลดการเกิดโรคต่างๆได้มากมาย ความสงบ ทำให้เราไม่คิดมากเกินไป ไม่วิตกกังวลจนนอนไม่หลับ หากจะตัดสินใจสินใจอะไร เราจะใช้สติและรอบคอบมากขึ้นในการจัดการปัญหา หรือ เราจะเลือกทานอาหารที่ดี เคี้ยวอย่างดี ไม่ช็อปปิ้งมากเกินไป รวมถึงเลือกวิถีชีวิตที่ดีที่เอื้อต่อสุขภาพองค์รวมของเราเองทั้งระบบ
13. สิ่งแวดล้อม (คุณประภา วิทยารุ่งเรืองศรี)-ภา
คำถาม: เราจะเชื่อมโยง และตอบรับ ต่อภาวะวิกฤตของสิ่งแวดล้อมทางกายภาพของโลกภายนอกอย่างไร ด้วยความรับผิดชอบต่อโลกภายในของเรา
ท่านทราบไหมว่าภาวะวิกฤตของสิ่งแวดล้อมทางกายภาพของโลกภายนอกเป็นผลสะท้อนของภาวะวิกฤตของจิตใจมนุษย์ จิตใจมนุษย์สร้างความคิด ความรู้สึกที่เป็นกระแสคลื่นความคิดหรือกระแสจิตที่มีผลกระทบต่อร่างกาย ความสัมพันธ์ สังคม สิ่งแวดล้อม และโลก การมีความรับผิดชอบต่อโลกภายในของเราจึงต้องเริ่มต้นที่ตนเองด้วยการสร้างความคิดและทัศนคติที่ดีทางจิตวิญญาณ ผลของความคิดที่ดีไม่ใช่ เป็น 1 ต่อ 1 หากทวีคูณ ความคิดเป็นเมล็ด เมื่อเราเพาะเมล็ดพันธุ์ ก็มีผลมากมาย แต่ละผลให้เมล็ดอีกเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ความคิดจึงเป็นการสร้างในลักษณะปลูกฝังที่เราอาจนึกไม่ถึง
(คลิกอ่านต่อ)
เพาะความคิด ให้ความรู้สึก
เพาะความรู้สึก ให้การกระทำ
เพาะการกระทำ ให้นิสัย
เพาะนิสัย ให้ บุคลิกภาพ
เพาะบุคลิกภาพ ให้ชะตากรรม
เมื่อการเพาะหว่านร่วมกันเสร็จสิ้น ย่อมมีโชคชะตาเดียวกัน
โลกใหม่ที่สวยงาม ต้องการเพียง เก้าแสนดวงวิญญาณ ที่คิดดี มีพลัง เข้าถึงความบริสุทธิ์สมบูรณ์
14. การพักผ่อน (คุณผุสดี วังฆนานนท์)-ปู
คำถาม: การพักผ่อนแยกห่างจากการทำงาน หรือเป็นการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์
ไม่ใช่แค่พักกาย แต่คือการพักจิตวิญญาณ: การพักผ่อนที่แท้จริงไม่ใช่แค่การหาความบันเทิงภายนอก แต่คือการดึงจิตใจกลับสู่ภายในเพื่อเชื่อมโยงกับความสงบ บริสุทธิ์ และความรัก ซึ่งเป็นการชาร์จพลังงานจากภายในอย่างแท้จริง
เปลี่ยนการดิ้นรนเป็นการส่งต่อพลังงานบวก: เมื่อจิตใจได้พักสงบ การดำเนินชีวิตในสังคมจะไม่ใช่เรื่องเหนื่อยยากอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นการขับเคลื่อนชีวิตด้วยความเบาสบาย และช่วยสร้างสรรค์โลกให้ร่มเย็นอย่างยั่งยืน
15. ครอบครัว (คุณวัลภา จันทรังษี)-ป้าวัลภา
คำถาม: ธรรมชาติของครอบครัวเป็นเช่นไร? ความสัมพันธ์? บทบาท? ความรับผิดชอบ? การคาดหวัง?
ครอบครัวคือกลุ่มคนที่มีความผูกพันกัน อาจจะเป็นพ่อแม่ ลูก พี่น้อง ปู่ ย่า ตายาย หรือคนที่ดูแลและรักกัน แม้บางครอบครัวจะมีรูปแบบแตกต่างกัน ทั้งความคิด อารมณ์ อายุและประสบการณ์ แต่สิ่งสำคัญคือความรัก ความห่วงใย การดูแลเอาใจใส่กันและกัน มีการเรียนรู้ที่จะสื่อสารรับฟังกัน และอยู่ร่วมกันอย่างเคารพ
(คลิกอ่านต่อ)
ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีประกอบด้วย การรักและห่วงใยกัน การให้อภัยเมื่อเกิดความผิดพลาด การเคารพพื้นที่และความคิดเห็นของกันและกัน มีการช่วยเหลือกันในเวลาที่มีปัญหา
บทบาทของสมาชิกในครอบครัว แต่ละคนแตกต่างกัน เช่น พ่อแม่หรือผู้ดูแลให้การดูแลด้วยความรักและเป็นแบบอย่างในครอบครัว บทบาทเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามวัยและสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ตายตัวเสมอไป
ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองและคำนึงถึงส่วนรวม เช่น รับผิดชอบงานที่ตนเองได้รับ ดูแลบ้านและสิ่งของส่วนรวม เมื่อเกิดเรื่องขึ้นก็ช่วยกันแก้ปัญหา
เมื่อคนในบ้านรักกัน เข้าใจกัน รับผิดชอบและประสบความสำเร็จ โดยไม่ควรคาดหวังจนอีกฝ่ายรู้สึกว่าต้องเป็นอย่างที่เราต้องการตลอดเวลา ควรพูดคุยกันให้เข้าใจว่าแต่ละคนต้องการอะไรและยอมรับความแตกต่างของกันและกัน
เมื่อมีความสำเร็จในการดูแลครอบครัวทางโลก ทางสายโลหิต การมีครอบครัวใหญ่ ครอบครัวทางจิต ถือเป็นโอกาสที่จะได้รับการหล่อเลี้ยงจากภายใน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม หรือสังคมโลกอย่างสมศักดิ์ศรี เมื่อมีการรวมตัวของผู้ที่อยู่ในสายสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณ บนฐานของความรู้เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริง เป็นการกลับไปเชื่อมโยงกับผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์มามากมายหลายภพชาติ ถือโอกาสทำกรรมดีเพื่อปลดหนี้กรรมกับสายสัมพันธ์ที่มีขีดจำกัดทางร่างกาย ทางสายโลหิตและอื่นๆ นี่คือนิยามของครอบครัวที่ต้องมีบทบาทตามความสามารถในการเป็นผู้ให้ประโยชน์อย่างกว้างไกล ในนามของครอบครัวชาวโลกที่ไม่มีขีดจำกัด ด้วยพลังความคิดในจิตใจเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับสิ่งสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ในสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณ และทำตามคำสอนสูงสุดและตามวิถีชีวิตที่สูงส่ง
(คลิกอ่านต่อ)
สำหรับการเกิดทางจิตครั้งที่ 2 ให้สอดคล้องกลมกลืนกับการปลดปล่อยมนุษย์ให้หลุดพ้นจากขีดจำกัด ในการเป็นร่างกายภายนอกที่ขึ้นอยู่กับ เชื้อชาติ ศาสนา สถาบันต่างๆ เพื่อทำให้เกิดอำนาจของการควบคุมบังคับตนเองอย่างไม่มีขีดจำกัดกับการพัฒนาศักยภาพจนถึงที่สุดในการเป็นมนุษย์
Spirit ของครอบครัวชาวโลกถูกปลุกสำนึกขึ้นมาด้วยการยกธงชาติของ 90 ประเทศ ในวันนี้เพื่อเติมอีก 90 ประเทศ ให้ครบทั้งโลกในรายการ วันพรุ่งนี้ ที่ Nordica Hill
ครอบครัว ‘จันทรังสี’ ของคุณป้ามาร่วมรายการ พร้อมคุณไก่ นักร้องชื่อดังของวง UHT สมัยวัยรุ่น ด้วยเพลง ‘พี่น้องกัน’
(คลิกฟังเพลง พี่น้องกัน) ที่ให้แรงบันดาลใจในโอกาสต่างๆเสมอมา
การตกแต่งโต๊ะด้วย logo ของ บราห์มา กุมารี กระจายรัศมีเป็นรูปแสง 16 แฉก คือที่วางขนมพายแอบเปิ้ลพร้อมแจกผู้แทนจาก 16 ภาคส่วนของสังคม
16. ศิลปะ (คุณเมษ สว่างโรจน์)-กอล์ฟ
คำถาม: การแสดงออกทางศิลปะประเภทใดที่ให้คุณค่าและกำลังใจ ในการดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยความหมายในการอยู่ร่วมกัน
คำตอบที่สะท้อนความคิดจากภาคส่วนศิลปะ
"ศิลปะที่มีความรับผิดชอบต่อการพัฒนาสังคมจิตใจ"
ศิลปะคือการสะท้อนโลกภายในออกมาสู่โลกภายนอก
ทุกผลงานศิลปะเริ่มต้นจากความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ และจิตสำนึกของผู้สร้าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียง สี รูปทรง เรื่องราว การเคลื่อนไหว หรือประสบการณ์ที่ผู้อื่นสามารถสัมผัสได้
ดังนั้น หากโลกภายในเต็มไปด้วยความกลัว ความขัดแย้ง หรือความสับสน สิ่งเหล่านั้นย่อมสามารถปรากฏออกมาในสิ่งที่เราสร้างได้เช่นกัน
ในทางกลับกัน เมื่อมนุษย์กลับมาเชื่อมโยงกับคุณค่าดั้งเดิมภายใน เช่น ความสงบ ความรัก ความบริสุทธิ์ ความสุข และปัญญา ศิลปะก็สามารถกลายเป็นพลังที่ส่งต่อคุณค่าเหล่านั้นออกไปสู่ผู้คนและสังคม
ในมุมนี้ ศิลปะจึงไม่ใช่เพียงการสร้างสิ่งสวยงาม แต่คือกระบวนการที่ทำให้สิ่งที่อยู่ภายในจิตสำนึกของมนุษย์ “มองเห็นได้” ในโลกภายนอก
และเมื่อโลกภายในเปลี่ยน สิ่งที่เราสร้างก็เปลี่ยน เมื่อสิ่งที่เราสร้างเปลี่ยน วัฒนธรรมและสังคมรอบตัวเราก็สามารถเปลี่ยนตามได้เช่นกัน
คลิกชม ผลงานศิลปะจากระบบ AI ของพี่กอล์ฟ
เก็บภาพหมู่ ขณะถือธงชาติของแต่ละประเทศ
มีดาดี้แจงกี อดีตผู้นำสถาบัน (ปัจจุบันอยู่ในร่างใหม่) ยังให้กำลังใจจากจอ ขณะถือโลกไว้ในมือ ด้วยความรักและปรารถนาดี
ผู้เป็นเจ้าของสมญาผู้มีจิตใจที่มั่นคงที่สุดในโลก ที่แพทย์ยืนยันว่าท่านสามารถผลิตคลื่นเดลต้าได้เสมอ
เตรียมตัวสำหรับ 21 กันยายน วันสันติภาพสากล
ช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 20 ก.ย. ตัวแทนทั้ง 6 ฐานซักซ้อมพร้อมทำกิจกรรมวันที่ 21 กันยายน ให้แน่ใจว่าใคร ทำอะไร อย่างไร เพื่อความเข้าใจและความพร้อมของทุกฝ่าย สำหรับการใช้คุณธรรมหนุนนำคำประกาศทั้ง 6 ประการ เพื่อนำไปสู่ประสบการณ์ความเงียบสงบจากการใช้ภาพ/เสียง ภายใน 15 นาทีของแต่ละกลุ่ม...ก่อนระฆังจะดังก้องประกาศเวลาของการเปลี่ยนแปลงตอนเที่ยงตรง
ช่วงเย็น ของวันที่ 20 ก.ย. เราช่วยกันจุดแสงแห่งสันติกับบาบา รอบบริเวณ Tower of Peace
หลังโยคะเย็น
กลับเข้าห้องเรียนบ้านนางฟ้า ทำความรู้จักสมาชิกใหม่
วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569 10.00-12.00 น.
กิจกรรม “จากเสียงสู่ความสงบ” Sound to Silence
สถานที่ ณ บ้านนางฟ้า, Nordika Hill, เขาใหญ่
หลังเรียนมูร์ลี ทุกคนเตรียมพร้อมสำนึกรู้ ทัศนคติ และการกระทำ สำหรับการร่วมกิจกรรมของคำประกาศทั้ง 5 ที่ใช้เวลาสถานที่ละ 15 นาทีสำหรับพูดข้อคิด 5 นาที, คิดเงียบ 5 นาที, เคลื่อนไหว 5 นาที
(คลิกอ่านต่อ)
When Where What/Virtue Who คำประกาศ Manifesto 2000
10:00 (15) Café Opening La ที่มา หลักการและเหตุผล
10.15 (15) Café เคารพ ต่าย เคารพทุกชีวิต
10.30 (5) Traffic Control
10.35 (15) Café ถ่อมตน วิชญ์+ปู รับฟังเพื่อความเข้าใจ
10.50 (15) สนามกอล์ฟ เป็นหนึ่งเดียวกัน ศรี+เหมียว สร้างความสมานฉันท์
(พูดในห้อง แจกธง เดินในความสงบไป สนามกอล์ฟ)
11.05 (15) หัวสะพาน รัก เคี้ยง แบ่งปันผู้อื่น
11.20 (15) ท้ายสะพาน รับผิดชอบ หญิง+แดง สงวนรักษาผืนโลก
11.35 (15) ห้องเรียน สงบ ปุ๋ย ปฏิเสธความรุนแรง
11.50 (10) ห้องเรียน สรุป La เตรียมพร้อม (ตีระฆังเที่ยงตรง)
12:15 นั่งที่ Tower of Peace เดินผ่านสนามกอล์ฟ ไป Eating Well เพื่อทานอาหารกลางวัน
เช้า 10 นาฬิกา เราเริ่มรายการที่ Eating well cafe นอกอาคาร
เมื่อมองออกไปที่สนาม Gokart แต่งด้วยสีฟ้าสีเหลือง ตาม สมญาของนอร์ดิกา Nordika ดินแดนแห่งความสงบ(สีฟ้า) และความสุข(Happiness) ผสมผสาน ให้ธุรกิจเป็นประโยชน์ต่อธุรจิต
ภายในอาคาร เราได้ตกแต่งด้วยสีฟ้าแห่งความสงบ มีธงนานาชาติติดผนังกระจก
พี่หล้าต้อนรับผู้รักสันติด้วยคุณธรรมประจำตัว/เดือน ‘อ่อนหวาน’ จากความสงบได้พบกับความรัก เพื่อความสุขในครอบครัวที่รู้ตัวว่าเป็นผู้นำสาส์นสันติ Peace Messenger
ส่วนพี่วิชญ์+พี่สุทธิ เสริมบรรยากาศที่หวานชื่นจากเสียงเพลงโปรด
พี่สุทธิ-Can’t help but falling in love พี่วิชญ์-Love me tender
บราเตอร์ทั้งสองช่วยกันแจกคุกกี้พิเศษจากบ้าน Harmony พี่หล้าได้ฝากขอบคุณ ‘คุณน้อง’ ที่ทำโทลีจนถึงตี 2 แต่กลับนำมาด้วยตนเองไม่ได้ตามความตั้งใจ พบกันครั้งหน้าค่ะ
ฐานที่1 การให้ความเคารพต่อชีวิตทั้งมวล : ความเคารพ - ต่าย
ความเคารพ หมายถึง การรู้ค่าของตนเองและการให้เกียรติต่อคุณค่าของผู้อื่น ผู้ที่ให้ความเคารพย่อมได้รับความเคารพ ก้าวแรกของความเคารพ คือความเคารพตนเอง
สำนึกรู้ (Awareness) - ทุกดวงวิญญาณมีความดีงามดั้งเดิมของตน
ทัศนคติ (Attitude) - ทุกดวงวิญญาณมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อกลับคืนสู่ความบริสุทธิ์ที่สุดของตน
การกระทำ (Action) - ขณะที่ยอมรับความแตกต่าง ให้ความเคารพและรับความเคารพทุกชีวิต
ต่าย นำเสนอ การเคารพต่อทุกชีวิต จากวิดีโอต้นไม้ และสรุปในสมาธิ
: บาบาเตือนเราให้กลับมาเคารพ รู้ค่าในสมญาต่างๆที่ท่านให้เรา เช่น เราคือดวงวิญญาณบรรพบุรุษโลก เราเป็นดวงวิญญาณดั้งเดิมของศาสนาเทพ...จากการเห็นกิ่งก้านสาขาที่แตกขยายไปตามส่วนต่างๆของต้นกัลป์ เราต้องเคารพตนเอง ด้วยการกลับคืนสู่สาระของชีวิต กลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง เราคือส่วนรากของต้นไม้ และเวลานี้ เราคือบราห์มิน ในสกุลของพระเจ้า ต้องเพียรพยายามกลับไปเชื่อมโยงกับแหล่ง ผู้เป็นเมล็ดของต้นไม้ ดวงวิญญาณสูงสุด พ่อแม่ของทุกดวงวิญญาณ เพื่อกลับมา
บริสุทธิ์สมบูรณ์ และช่วยเหลือดวงวิญญาณอื่นๆ ให้กลับไปเชื่อมโยงกับผู้เป็นเมล็ดและได้รับการหลุดพ้นจากบ่วงบาปความไม่บริสุทธิ์ทั้งหลายเช่นกัน
เมื่อเรากลับมาเคารพตนเองได้ เราจะสามารถปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับหลักการของ ความเคารพ ตามหลักคำประกาศ-ข้างต้น
พี่หล้าแจกสมญาต่างๆเพื่อสร้างความเคารพตนเองจากการ์ดผีเสื้อ
ฐานที่ 2 การรับฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อกัน : ความถ่อมตน - พี่วิชญ์/พี่ปู
ความถ่อมตน คือ กุญแจแห่งความสำเร็จในการมีปฏิสัมพันธ์ ผู้ซึ่งมีความถ่อมตนจะรับฟังและยอมรับผู้อื่น ยิ่งมีความถ่อมตนมากเพียงใด ก็ยิ่งสามารถรับรู้ต่อความคิดและความรู้สึกของผู้อื่นได้มากตามนั้น
สำนึกรู้ (Awareness) - ฉันคือดวงวิญญาณที่รู้ค่าตนและทุกคน
ทัศนคติ (Attitude) - ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าฉันคือบุคคลสำคัญที่ฉันรักและไว้วางใจที่สุด ฉันจะตั้งใจรับฟังเขา โดยปราศจากอคติใดๆ
การกระทำ (Action) - เปิดหัวใจรับฟังอย่างมีสมาธิ เพื่อเก็บเกี่ยวคุณค่าความดีจากเรื่องราวชีวิตของผู้อื่น
พี่วิชญ์ :
ความถ่อมตนคือกุญแจแห่งความสำเร็จ ในการมีปฏิสัมพันธ์ ซึ่งผู้มีความถ่อมตน จะรับฟังและยอมรับผู้อื่น ซึ่งมีความถ่อมตนมากเพียงใด ก็ยิ่งสามารถรับรู้ต่อความคิด และความรู้สึกของผู้อื่นได้มากตามนั้น
การสื่อสารที่ดีไม่ได้เริ่มจากคำพูดภายนอก แต่เริ่มต้นจากภาพลักษณ์และความรู้สึกที่เรามีต่อตนเองภายใน
พี่ปู ...อธิบายการสื่อสารที่ดีต้องมีความถ่อมตนและใช้กิจกรรมเสริม
เริ่มต้นจากภายใน: คำพูดที่ถ่ายทอดออกมากระทบผู้อื่นคือสะท้อนของจิตใจ หากเห็นคุณค่าในตัวเอง คำพูดจะนุ่มนวลและสร้างสรรค์ แต่หากมองตัวเองติดลบ สิ่งที่สื่อสารออกมาย่อมเต็มไปด้วยความขมขื่นและแข็งกร้าว
(คลิกอ่านต่อ)
ดูแลสวนแห่งจิตใจ: การให้เวลาอยู่นิ่งๆ เพื่อสำรวจตัวเอง ช่วยให้เราเลือกละทิ้งบาดแผลในอดีต (วัชพืช) แล้วดึงเอาความสงบ สุข และความรักที่เป็นแก่นแท้(ดอกไม้) ออกมาใช้งาน
มองข้ามเปลือกนอกเพื่อเห็น "ดวงวิญญาณ": การสื่อสารที่งดงามเกิดจากการเลิกตัดสินผู้อื่นด้วยรูปร่าง เพศ สีผิว หรือสถานะ แต่เลือกมองเห็นตัวตนที่แท้จริง(Soul) อันเป็นประกายแสงแห่งความดีงามของกันและกัน
การรับฟังด้วยหัวใจ: เมื่อมองเห็นคุณค่าในตัวตนที่แท้จริงของคู่สนทนา น้ำเสียงและคำพูดจะเปลี่ยนไปเป็นการสื่อสารที่เปี่ยมด้วยความเคารพ และเปิดโอกาสให้เกิดการรับฟังที่เข้าถึงความรู้สึกอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การได้ยินด้วยหู
กิจกรรม : ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่กัน สลับบทบาทการเป็นผู้พูด และผู้ฟังคนละ 2 นาที ซึ่งจะสนทนาในเรื่องราวใดๆก็ตาม แต่ผู้ฟังจะต้องสามารถเก็บเรื่องราวประสบการณ์ของผู้พูด สามารถนำมาถ่ายทอดหรือแบ่งปันได้อย่างครบถ้วน
เวลา 10.30 น. Traffic Control ได้ควบคุมการจราจรของจิตใจ ใช้เพลง/ภาพ ‘Remember Me’
ฐานที่ 3 การสร้างความสมานฉันท์ : ความเป็นหนึ่งเดียวกัน - พี่ศรี/น้องเหมียว
ความเป็นหนึ่งเดียวกัน คือความกลมกลืนภายในตนเองจากการมีความคิดที่สอดคล้องกับการกระทำ เป็นการหลอมรวมความแตกต่างเข้าด้วยกันจากการเห็นคุณค่าในความพิเศษของแต่ละคน
สำนึกรู้ (Awareness) - ฉันเป็นดวงวิญญาณที่มีคุณค่าพิเศษเฉพาะตน
ทัศนคติ (Attitude) - การเป็นพี่น้อง หลอมรวมความต่างเข้าด้วยกัน
การกระทำ (Action) - ใช้คุณธรรม ‘ความร่วมมือ’ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมาย และรับความสำเร็จร่วมกัน
เราตั้งหลักจาก Cafe พร้อมป้าย 3A (Awareness, Attitude, Action) และแจกธงของแต่ละประเทศให้สมาชิกไปตั้งขบวน เพื่อไปเดินยังสนามพัตต์ ที่มี 3 กลุมสำหรับ 3A ให้อยู่ในสมาธิ
พี่เหมียว ได้เน้นสมการที่ได้จากคุณธรรมประจำตัวของเดือนกันยายน
Silence+Virtue (ในความสัมพันธ์) = Harmony
Silence+Virtue (ในชีวิตด้านใน) = Perfection
พี่ศรี :
ทัศนคติของการเป็นพี่น้องกัน ที่มีพ่อแม่เดียวกันทั่วทั้งโลก สามารถหลอมรวมความแตกต่างเข้าด้วยกัน จากทุกประเทศทั่วโลก (181 ประเทศ)
รู้สึกถึงภาพที่เห็นแต่ละคนที่โบกธงที่อยู่ในมือจากแต่ละประเทศทั่วโลกเดินในความสงบ ล้อมโลกไว้ เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่ทุกคนนั้นร่วมมือกัน ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันในการทำให้โลกใหม่ที่สวยงามกลายเป็นจริงได้ในวันสันติภาพนี้
พี่ศรี แนะนำ 3A จาก 3 หลุม มีการเปลี่ยนสลับธงในมือกัน ขณะเดินรอบหลุมคือเดินรอบโลก
ฐานที่ 4 การแบ่งปันกับผู้อื่น : ความรัก - พี่เคี้ยง
ความรัก คือ ความมั่งคั่งอันจริงแท้ของการมีชีวิต เป็นของขวัญที่ควรค่าแก่การแบ่งปัน คือผลรางวัลของความเพียรพยายามที่จะเป็นนายเหนือจิตใจตนเอง
สำนึกรู้ (Awareness) - เราทุกคนเป็นดวงวิญญาณพี่น้องที่มีคุณสมบัติดั้งเดิมเหมือนกัน
ทัศนคติ (Attitude) - เป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ
การกระทำ (Action) - ส่งมอบความปรารถนาดีต่อกัน ด้วยกระแสของความรัก-เคารพ ผ่านภาษาของดวงตาและหัวใจ
พี่เคี้ยง นำเสนอ การแบ่งปันกับผู้อื่น ด้วยความรัก ในการแลกเปลี่ยนสายตาที่บริสุทธิ์ต่อกัน ด้วยสำนึกของการเป็นดวงวิญญาณพี่น้องหญิงชาย บนสะพานแห่งความรักที่ทุกคนต้องพบกันด้วยการประสานตา
: ความรัก คือความเมตตาปรารถนาดีที่มีต่อดวงวิญญาณพี่น้องชาย เป็นคุณสมบัติดั้งเดิมของทุกดวงวิญญาณ การแสดงความรักควรกระทำให้ครบทุกด้าน โดยเริ่มต้นจากการส่งกระแสจิต ความคิด คำพูด และการกระทำ การฝึกที่จะส่งกระแสจิตของความรักจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะแสดงความเมตตาปรารถนาดีต่อทุกดวงวิญญาณ ที่จะนำไปสู่ความรักที่แท้จริง ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ฐานที่ 5 การสงวนรักษาผืนโลก : ความรับผิดชอบ - พี่หญิง/พี่แดง
ความรับผิดชอบ คือการใช้เวลาและทรัพยากร เพื่อให้เกิดคุณประโยชน์สูงสุด สำนึกของความรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพของสังคมและโลก กระตุ้นให้เกิดการกระทำที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว
สำนึกรู้ (Awareness) - ฉัน ดวงวิญญาณเป็นผู้ใช้ร่างกายนี้
ทัศนคติ (Attitude) - เราเป็นผู้รับผิดชอบในการเพาะหว่านเมล็ดของการกระทำของตนเอง เพาะหว่านสิ่งใด ก็จะได้รับผลของสิ่งนั้น
การกระทำ (Action) - ปลูกต้นไม้ชีวิตด้วยการดูแลเอาใจใส่บำรุงรักษาให้เติบใหญ่เพื่อให้คุณประโยชน์
พี่แดง : อ่านข้อความจาก 3A
พี่หญิง : อ่านกลอนที่แต่งไว้
ธรณีถิ่นนี้ ที่อาศัย ผืนแผ่นดิน
ท้องฟ้า ทะเลไกล อีกมากมาย
พืชพันธุ์ บนโลกา สรรพสัตว์ทั้งหลายนั้นเล่า
คือเพื่อนเรา อยู่ร่วมกัน สุขหรรษา
จงช่วยกันเชิดชู บูรณา
เพื่อนำพา ความผาสุก สุดทวี
เช่นพี่น้อง สอดคล้อง ปรองดองรักษ์
เฝ้าปกปักดูแล อย่างแหนหวง
สิ่งแวดล้อมเป็นของชนคนทั้งปวง
จึงควรรวมร่วมมือกัน สำคัญเอย
แจกเมล็ดแมคคาเดเมีย แทนเมล็ดของความคิดเพื่อปลูกต้นไม้ที่ให้คุณประโยชน์ พร้อมกับหินหลากสี แทนเพชรพลอยแห่งความรู้
ฐานที่ 6 การปฏิเสธความรุนแรง : ความสงบ - พี่ปุ๋ย
ความสงบ คือ ธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์ เป็นสภาพที่ปราศจากความปั่นป่วนหรือความรุนแรง ความสงบเกิดจากการมีความคิด ความรู้สึก และความปรารถนาที่บริสุทธิ์
สำนึกรู้ (Awareness) - การค้นพบธรรมชาติที่แท้จริง คือ สำนึกรู้ในตนเอง
ทัศนคติ (Attitude) - แสวงหาเส้นทางของการรู้แจ้งที่ไม่มีขีดจำกัด
การกระทำ (Action)
วางรากฐานของการเติบโตทางจิตวิญญาณและการพัฒนาชีวิตส่วนตัว
ปลุกเรียกความสงบภายใน และพลังภายใน เพื่อก้าวไปสู่ชีวิตใหม่ โลกใหม่ในความเงียบสงบ
เข้าใจเหตุและผลของภาวะอารมณ์ทั้งหมด เพื่อลดความรุนแรงในการแสดงออกซึ่งเหตุผล ด้วยการน้อมรับความต่างที่พิเศษเฉพาะตน
ฝึกฝนจิตใจทุกจังหวะเวลาและสะท้อนความรู้สึก เพื่อฟื้นฟูความเป็นนายเหนือตนเอง ลงบันทึกส่วนตัวและกำหนดบทละครชีวิตของตนไว้ในสมุดเล่มเล็ก...ในหัวใจที่กว้างใหญ่
พี่ปุ๋ย :
การเริ่มต้นทั้งหมด เราเริ่มที่ตนเองเป็นจุดแรก เริ่มที่สำนึกรู้ว่า “ฉันคือดวงวิญญาณที่สงบ” ด้วยรู้ว่าฉันคือความสงบ ธรรมชาติของฉันคือความสงบ เราจึงเลือกที่จะไม่แสดงออกซึ่งอารมณ์ที่รุนแรงและสามารถน้อมรับความต่างของทุกคนได้
กิจกรรม : นั่งสมาธิร่วมกันเป็นเวลา 10 นาที ได้บอกบทแนะนำความคิดให้ทุกคนสร้างสำนึกรู้ของการเป็นดวงวิญญาณที่สงบ จนกระทั่ง 12.00 น. ระฆังตีบอกเวลา เราร่วมกันกระจายกระแสของความสงบสู่โลก
**ตลอดเดือนกันยายนนี้ พี่ปุ๋ยได้ร่วมมือในการสร้างความสงบ ด้วยการทำบทแนะความคิดประจำวัน สำหรับช่วงเวลาโยคะ 19.10 น.
(คลิกฟังเสียงพี่ปุ๋ย)
พี่หล้า จบระบบหลังเสียงระฆังดัง ตอน 12.00 น. ที่เราพร้อมเพรียงกันในกระแสความสงบ
(คลิกฟังเสียงระฆัง)
สมาชิกใหม่ติดผีเสื้อ บนผ้าใบใส ให้เปลี่ยนแปลงอย่างโปร่งใสเพื่อช่วยสร้างสวนดอกไม้แห่งคุณธรรม
ทานอาหารกลางวัน ในความสงบ
สายหมอก เชิญชวนให้เก็บภาพความชุ่มฉ่ำเขียวชอุ่มของบรรยากาศที่เย็นสบายทั้งกาย-ใจ
ประสบการณ์ร่วมงานวันสันติภาพสากล (UN International Day of Peace)
ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ของการร่วมกิจกรรมในวันสันติภาพสากล แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกแตะสัมผัสความหมายจริงๆของคำว่าสันติภาพ ที่ทั้งลึกซึ้งและกว้างขวางกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยความเข้าใจอย่างล้ำลึกในมิติทางจิตวิญญาณของผู้นำอาวุโสและทีมงานผู้จัดทุกคน ทำให้ไม่อาจเอ่ยได้ว่าวันนี้เป็นเพียงแค่กิจกรรมที่จัดไปตามโอกาสของความสำคัญในระดับสากลเท่านั้น แต่เชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าผู้ร่วมงานทุกคนได้ประสบการณ์ของสันติภาพที่ไร้พรมแดนอย่างแท้จริง พื้นที่จัดกิจกรรมที่เขียวขจี ท้องฟ้าโปร่งสว่างแบบเป็นใจ ก็ยังเทียบไม่ได้กับความเบิกบาน พลังจิต พลังใจของพวกเราในวันนั้นที่ส่งผ่านไปยังประเทศต่างๆ ธงชาติสัญลักษณ์ของแต่ละประเทศ เรียงรายหลากหลายสีสันอยู่ในมือของแต่ละคน พวกเราโบกธงในมือ พร้อมกับตระหนักว่า สันติภาพเริ่มจากภายในจิตใจของเรานี่เอง จิตใจที่เงียบสงบ ความรัก ความปรารถนาดี ที่พร้อมแบ่งกัน และหัวใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวของพวกเราทุกคนในวันนั้น
(อ.ดร.เกษร)
เหตุผลที่เข้าร่วมกิจกรรมเพราะสนใจแนวคิดเรื่องสันติภาพที่เชื่อมโยงกับความรู้4วิชาของบาบา หลังจบงานรู้สึกประทับใจเครื่องมือทีมงานทุกท่านที่ทุ่มเทจัดกิจกรรมให้ได้มีประสบการณ์ซาบซึ้งในความรัก ความศรัทธาในบาบาได้มากขึ้น ได้รู้สึกอบอุ่น และเชื่อมั่นกับพลังงานดีๆในการร่วมมือกันของทีมงานทุกท่าน ได้ตระหนักในความสำคัญของงานรับใช้ที่เริ่มต้นที่ความเงียบสงบภายในตัวเรา แต่ก็สามารถสร้างพลังงานแผ่ขยายออกไป ให้ส่งผลต่อสันติภาพระดับโลกได้ และยังสร้างแรงบันดาลใจให้มีความรัก ความศรัทธาต่อบาบาเพิ่มขึ้น และเพียรพยายามปฎิบัติตามศรีมัท เพื่อเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของการเป็นBK. ขอบคุณบาบาค่ะ
ด้วยรักและศรัทธา
BK. เสริมศิริ (เสริมศิริ กิตติวิริยะกุล)
สิ่งที่ได้จากการไปร่วมรีทรีส วันสันติภาพสากล
ท่ามกลางนอริก้าเขาใหญ่
ขุนเขาแห่งสันติ
ธรรมชาติโอบอุ้ม
ใจสงบเงียบลง
ร่วมวันสันติภาพสากล
แสงสว่างนำทาง
จิตวิญญาณตื่นขึ้น
จากวันที่มาใจยังมีหมอก
เมื่อร่วมศรัทธา
เมฆหมอกจางลง
เฝ้าดูและฟังเกิดพลังเปลี่ยนแปลงภายใน
สันติภาพเริ่มที่ใจเรา
แผ่ไกลทั่วไปในโลก
ขอบคุณพี่น้อง BK
ขอบคุณบ้านเก่า
ที่ก่อเมล็ด
ให้เติบโตมาถึงทุกวันนี้
21/10/26
(BK. ชมพู่)
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเจ้าของสถานที่ คุณนิกกี้และคุณเชี่ยวที่เอื้อเฟื้อสถานที่การจัดงานซึ่งอำนวยความสะดวกอย่างมากทั้งห้องประชุมและห้องรับประทานอาหาร ภาพที่ประทับใจคือภาพที่ทุกคนให้นิ้วแห่งความร่วมมือถือป้ายเป็นตัวแทนของประเทศต่างๆทั้ง 5 ทวีป โบกสะบัดไปมาซึ่งแสดงให้เห็นหัวใจที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันและการฉายการ์ตูนที่ทำให้เราได้ยินเสียงเรียกของหัวใจต้องการความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆในสังคม ซึ่งพวกเราก็ได้ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติภาพและการไม่ใช้ความรุนแรง
รายการจบด้วยความสงบและความสุข ขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณบาบาค่ะ
กิจกรรมวันจันทร์ที่ 21 ตลอดทั้งวันบรรยากาศดีมากอากาศก็ดีมากไม่มีฝนตกเลยจากก่อนหน้านี้และหลังงานมีฝนตกหนัก ขอบคุณธรรมชาติวัตถุธาตุและบาบา คารันคาร์ราวันฮาร์ ผู้ทำให้งานทุกงานประสบความสำเร็จ
(คลิกอ่านต่อ)
จากการนำเสนอของกระต่าย : เคารพทุกชีวิต
พบว่าการเพาะหว่านสิ่งใดก็จะได้รับผลของสิ่งนั้น
คุณปูและพี่วิชญ์ : ถ่อมตน
สิ่งที่ได้คือ - รับฟังให้มากพูดให้น้อย
พี่ศรีและเหมียว : เป็นหนึ่งเดียวกัน สร้างความสมานฉันท์
- ให้ความร่วมมือ มองเห็นความพิเศษของตนและของผู้อื่น
ตอบรับ ฮาจี้เสมอ - ให้ความร่วมมือด้วยความบริสุทธิ์ใจให้ความร่วมมือมากเท่าไหร่ก็จะได้รับความร่วมมือมากเท่านั้น
พี่เคี้ยง : รัก - เชื่อมความสัมพันธ์ด้วยความรัก แบ่งปันความรักให้กันและกัน ได้บรรยากาศที่ดีมากที่จัดที่ สะพาน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราจะข้ามจากฝั่งที่เป็นโลกเก่าไปสู่โลกใหม่ ในขณะที่เคลื่อนไป
เราใช้ความรักความสมานฉันท์เชื่อมสัมพันธ์เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี
พี่หญิงและพี่แดง: สงวนรักษาผืนโลก ร่วมกันรับผิดชอบเพื่อที่จะได้โลกใหม่ที่สวยงาม
ปุ๋ย : ความสงบ เรามีความสงบโดยไม่ใช้ความรุนแรง มีความคิดความปรารถนาดีและความรู้สึกที่บริสุทธิ์ น้อมรับความต่าง ฟื้นฟูตนเอง
นั่งในความสงบที่ Tower of Peace
ที่สนามกอล์ฟ ได้บรรยากาศความเป็นพี่น้อง ความสงบและความสุข
เที่ยงตรง ระฆังตีส่งกระแสให้โลก
วันนี้ได้รับพร : ผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ The Great Donor
ขอบคุณพี่หล้า เครื่องมือที่ยิ่งใหญ่ ผู้มีหัวใจเต็มเปี่ยมในความรักที่มีต่อบาบาและพี่น้องทุกท่าน ผู้ทำทุกงานด้วยความจริงจัง กระตือรือร้นและไม่รู้เหนื่อย
(พี่แดง)
ขอบคุณบาบา และพี่ๆ น้องๆ BK ทุกท่านที่ช่วยจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้นมา
สิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
กิจกรรมวันที่ 1
ได้รู้จักพี่ๆ น้องๆ BK เพิ่มขึ้นที่มาจากหลากหลายสาขาวิชา
ทุกคนที่มาร่วมงานมาด้วยหัวใจที่จะสร้างโลกใหม่ที่สวยงามและเพื่อเรียกร้องความสงบสุขให้แก่โลกใบนี้ เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำพาไปสู่ความสำเร็จของเป้าหมายที่ตั้งไว้คือการสร้างความงดงามให้แก่โลกใบนี้
กิจกรรมจุดคบเพลิงและยืนสงบนิ่ง เป็นกิจกรรมที่ทรงพลังมากทุกคนพร้อมใจกันอยู่ในความสงบ
กิจกรรมวันที่ 2
ประทับใจ ทั้ง 6 ฐาน มีการสอดแทรกคุณธรรมและข้อคิดเตือนใจให้แก่ทุกคน
ข้อเสนอแนะ เนื่องจากทีมงานหลัก มีจำนวนคนไม่มาก ต้องทำกิจกรรมและดูแลแขกที่มาร่วมงาน หากทีมจิตอาสา เช่น ลี ไปร่วมงาน พี่ภา สามารถเรียกไปช่วยงานได้เลยนะคะ จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง เช่น เสริฟอาหาร เสริฟน้ำ (หากไม่ผิดธรรมเนียมปฏิบัติ)นะคะ
พี่ลี (อัญชลี ตุ้มทอง)
ขอบคุณเดือนกันยายน สำหรับการฉลองวันสันติภาพสากล ที่เราทุกคนร่วมกันสร้างจากภายใน เพื่อเป็นผู้ให้ ผู้ประทาน เช่นพ่อ ตามสัญญาที่ละเอียดอ่อนประจำเดือนกันยายน
ขอบคุณสำหรับความเพียรพยายามของดาดี้แจงกี ในการทำให้การเป็นผู้ประทานของเราอยู่บนพื้นฐานของคุณสมบัติที่ดาดี้ใช้เป็นตัวอย่างทั้ง 6 ประการ
ขอบคุณผู้รักสันติทุกท่าน ที่มีส่วนในการจัดรายการนี้ ด้วยการมอบ พร ที่ได้มาจากถ้อยคำแห่งปัญญา ในการกระทำของดาดี้แจงกีทั้ง 6 ประการ
เราแจกพรนี้ในวันที่ 21 กันยายน เพื่อจบระบบรายงานข่าวประจำปีสู่สันติภาพโลก ที่เกี่ยวโยงกับความสงบภายในสู่สันติภาพโลก
โอมชานติ