ระเบียบวินัย & กฏเกณ์การใช้ชีวิต
หน้าปกของหนังสือเล่มเล็ก มีเนื้อหาสาระที่นำไปสู่ชัยชนะของการบรรลุถึงความสมบูรณ์พร้อมในการเป็นมนุษย์ ตามนิยาม&มารยาท ของบราห์มินที่สามารถรักษากฎเกณฑ์ระเบียบวินัยในการใช้ชีวิตสูงสุด ตามหนทางสูงสุด(ศรีมัท) ของพระเจ้าได้อย่างแท้จริง
คำพูดของบัพดาดาเกี่ยวกับการยึดมั่นในระเบียบวินัยของพระเจ้า(การมีความซื่อสัตย์)
อะแวค บัพดาดา 04/07/1974
คลิกอ่าน
เพราะด้วยเหตุผลบางอย่าง ลูกได้ปิดบังตัวเองจากพ่อ วิญญาณชั่วร้ายของความกลัวจึงยังคงซ่อนเร้นอยู่ภายในลูก เนื่องจากขาดศรัทธาที่ว่า “ไม่ว่าฉันจะเป็นอะไร ไม่ว่าฉันจะเป็นใคร ฉันเป็นของพ่อ” ลูกจึงไม่มีศรัทธาว่าลูกได้เป็นเช่นนั้นในหลายๆครั้ง ดังนั้น ก่อนอื่น จงตรวจสอบว่าลูกได้ทำให้ตัวเองกระจ่างชัดเจนต่อพ่อแล้วหรือยัง หรือลูกเพียงแค่เอาใจตัวเองและพ่อโดยคิดว่าพ่อคือจานีจานันฮาร์ (Janijananhar) เป็นผู้รู้ทุกสิ่งอยู่แล้ว พ่อไม่รู้หรือว่าท่านรู้ทุกสิ่ง ลูกกลายเป็นครูของครูของโลก พ่อลืมไปแล้วหรือว่าลูกกำลังเตือนพ่ออยู่ ลูกกลายเป็นครูของครูของโลก พ่อลืมไปแล้วหรือลูกจึงกำลังเตือนพ่ออยู่ นี่คือเหตุผลที่มีระเบียบวินัยของพระเจ้าหรือมารยาดา ผู้ใดที่ละเลยการปฏิบัติตามระเบียบวินัยหรือมารยาดาแม้เพียงข้อเดียว ก็ไม่สามารถเป็น maryada purshottam มารยาดาปุรโชตัม (ผู้ที่สูงส่งที่สุด และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระเบียบวินัยสูงสุด)ได้
ดังนั้น จงแก้ไขเหตุผลของข้อแก้ตัวของลูกเสีย เพียงคิดดูสิว่า การปกปิดสิ่งหนึ่งจากพ่อ ทำให้ลูกสะสมภาระหนักถึงแสนเท่าในตัวลูก ลูกทำความผิดพลาดมากมายเพราะด้วยความผิดเดียว และเพราะการไม่เชื่อฟังกฎเกณฑ์ระเบียบวินัยข้อหนึ่ง ลูกจึงไม่เชื่อฟังมารยาดามากมาย หากลูกยังไม่ทำให้ตนเองเบาบางจากการสะสมของภาระหลายแสนเท่า ลูกจะสามารถก้าวหน้าในสภาพที่สูงขึ้นได้อย่างไร และจะเข้าใกล้เป้าหมายได้อย่างไร ในโลกภายนอก ผู้ที่ปกปิดบางสิ่งบางอย่างจะได้รับสมญานามว่าอะไร ใครก็ตามที่ปกปิดแม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็จะถูกจัดอยู่ในรายชื่อโจรไม่ใช่หรือ ดังนั้น ในขณะที่ลูกมีสันสการ์ของการโกหกต่อบัพดาดาหรือปล่อยให้บางสิ่งบางอย่างผ่านไป (ปกปิด) ลูกรู้หรือไม่ว่า ลูกสะสมบาปไว้มากแค่ไหน มีการกระทำในเชิงลบมากมายที่แสดงให้พ่อเห็น ผู้ที่แสดงการกระทำเช่นนั้นจะไม่มีวันกลายเป็นผู้ที่มีกิจกรรมที่สูงส่งได้
เพราะลูกพิจารณาว่าพ่อคือเจ้าผู้ไร้เดียงสา ลูกคิดว่าบางสิ่งสามารถปกปิดได้และไม่เป็นเรื่องสำคัญอะไร อย่างไรก็ตาม ท่านคือเจ้าผู้ไร้เดียงสาในรูปของพ่อ พร้อมกันนั้น ในเวลาของการทำให้ลูกชำระสะสางบัญชีกรรมของลูก ท่านรักษากฎอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ลูกจะทำอะไรในเวลานั้น ลูกจะสามารถปกปิดตัวเองในเวลานั้นหรือ ลูกจะสามารถทำให้ตัวเองปลอดภัยได้หรือไม่
นิยาม
การยึดมั่นในระเบียบวินัยของพระเจ้า (การมีความซื่อสัตย์)
หากลูกฝ่าฝืนระเบียบวินัยใดๆของพระเจ้า นั่นคือ ทำความผิด ให้เขียนจดหมายถึงบัพดาดาหรือซีเนียร์ผู้เป็นเครื่องมือเพื่อที่จะลดบ่วงภาระ
วิธีนี้จะช่วยป้องกันความผิดครั้งต่อไปและลูกจะได้รับการช่วยเหลือ
มารยาด้า
จงตรวจสอบตัวเองอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกเรื่อง ฉันได้นำหลักปฏิบัติ คำสั่งสอนและคำแนะนำอันสูงส่งของพ่อไปปฏิบัติในทางปฏิบัติมากน้อยเพียงใด
ตรวจสอบดูว่ายังมีความผิดในวัยเด็ก ความผิดจากความประมาท ความผิดจากความเกียจคร้าน และความผิดจากการมีทัศนคติ ‘ที่ไม่ใส่ใจ’หลงเหลืออยู่หรือไม่
เนื่องจากอิทธิพลของสันสการ์เก่าหรือความประมาท อย่าทำความผิดร้ายแรงหรือการกระทำที่เป็นบาป
หากลูกทำความผิดใดๆ จงตระหนักถึงความผิดของตนเอง จงสำนึกผิดแต่อย่าใช้เวลานานเกินไปในเรื่องนั้น ใส่จุดและตระหนักอยู่ภายในอย่างแรงกล้าว่าจะไม่ทำผิดซ้ำอีก อย่าจมอยู่กับความเป็นลบ
ยอมรับการแก้ไขตนเองและการเติบโต อย่าคิดว่า "ไม่เป็นไรหรอก อย่างไรเสียเรื่องเช่นนี้ก็ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เดี๋ยวก็เกิดแบบนี้ต่อไป" "ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ" "มันก็เป็นเพียงแค่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยเท่านั้น" "แล้วจะให้ทำอย่างไรได้...สันสการ์ของฉัน ธรรมชาติของฉันเป็นเช่นนี้เอง!"
คลิกอ่าน
หากล่วงละเมิดหลักการระเบียบวินัยใดๆ ของพระเจ้า จงบอกสิ่งนั้นกับพ่อและจบสิ้นบ่วงภาระของความผิดของลูกด้วยตัวลูกเอง โดยขอคำชี้แนะจากซีเนียร์ผู้เป็นเครื่องมือเพื่อจะได้รับความช่วยเหลือ
หากลูกซ่อนความผิดหนึ่งสิ่ง และแล้วความผิดอื่นๆ ก็จะเกิดตามมาอีกมากมายจากความผิดเดียวนั้น ที่มาขัดขวางความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณของลูก จงซื่อสัตย์และขอคำชี้แนะเมื่อต้องการ
อย่าปกปิดความผิดของลูก โดยกล่าวว่า "มหารตี ผู้ยิ่งใหญ่กว่าฉันก็ยังทำเช่นนี้" ยิ่งลูกปกปิดมากเท่าไหร่ ภาระบาปก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ภาระบาปนี้จะไม่ปล่อยให้ลูกบินไปหาบาบา และสติปัญญาจะไม่สามารถซึมซับมุร์ลีได้
พระผู้เป็นเจ้าพอใจกับหัวใจที่ซื่อสัตย์ อย่าได้หวาดกลัวที่จะบอกความจริง จงมีหัวใจที่ซื่อสัตย์ จริงแท้ และเขียนจดหมายถึงพ่อหรือซีเนียร์ผู้เป็นเครื่องมือที่ได้รับความไว้วางใจและนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงโดยเร็วที่สุด
การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย(มารยาดา)แต่ละข้อสร้างบัญชีของการบรรลุผล และการไม่เชื่อฟังจะสร้างบัญชีของการสะสมบ่วงภาระ จงระมัดระวังอย่าสร้างบ่วงภาระใดๆ
แม้แต่พ่อก็ไม่สามารถที่จะไม่เชื่อฟังมารยาดาได้ ท่านถูกผูกด้วยพันธะของมารยาด้าและระเบียบวินัยของพระเจ้า แล้วลูกจะสามารถไม่เชื่อฟังได้อย่างไร?
คำพูดของบัพดาดาในอมฤตเวลา
ความสำคัญของอมฤตเวลา อะแวค บัพดาดา (ส่วนสุดท้ายของ 08/07/73)
คลิกอ่าน
หากการเริ่มต้นของวันใหม่ อมฤตเวลาดี ช่วงกลางวันและช่วงท้ายวันก็จะดีตามไปด้วย หากลูกไม่ฝึกฝนการสัมผัสประสบการณ์ใดๆตั้งแต่เริ่มต้น และแล้วลูกก็จะไม่สามารถมีประสบการณ์การเริ่มต้นของโลกได้ นั่นคือ ความสุขทั้งหมดของการเริ่มต้นของวงจรโลก นี่คือการเริ่มต้นของทั้งวัน และดังนั้น หากลูกปล่อยวางการเริ่มต้นนี้ แล้วตื่นขึ้นมานั่งลงหรือสร้างความสัมพันธ์หลังจากนั้นสักพักหรือหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ลูกล่าช้าที่นี่มากเท่าใด ลูกก็จะล่าช้าที่นั่นตามนั้นด้วยเช่นกัน เพราะโอกาสแรกของเวลาการนัดพบสำหรับการพบปะบัพดาดานั้นได้มอบให้แก่ลูกๆ จากนั้นจึงเป็นเวลาสำหรับผู้เลื่อมใสศรัทธา
หากลูกสร้างความสัมพันธ์ในเวลาสำหรับผู้เลื่อมใสศรัทธา ลูกจะไม่ได้รับพรที่ลูกๆควรได้รับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมในตอนนี้จึงมีการเชื่อมโยงกับเวลาในตอนนั้น สิ่งสำคัญที่สุดและสิ่งแรกในงบประมาณการจัดสรรเวลาชีวิตก็คือสิ่งนี้ : อมฤตเวลา ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้น ในช่วงเวลานั้น จงตรวจสอบว่าลูกจะได้มาเกิดในช่วงเริ่มต้น(ยุคแรก)หรือจะมาเกิดหลังจากนั้นอีก2-3ชาติเกิด จำนวนชั่วโมงที่นี่จะเท่ากับจำนวนชาติเกิดณที่นั่น หากลูกพลาดชั่วโมงที่นี่ไปมากเท่าไร ลูกก็จะพลาดจำนวนหลายชาติเกิดที่นั่นไปมากเท่านั้น และจุดนี้เองที่เรามักมีจุดอ่อน แน่นอน ทุกคนนั่งลง (อมฤตเวลา)หากลูกได้เห็นภาพในเวลานั้น ลูกอาจจะรู้สึกขบขันฉากในเวลานั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ของหฐโยคีในไจเปอร์ มีการแสดงให้เห็นหฐโยคะหลายประเภทมากมาย
บางคนก็พยายามฝืนข่มความง่วงของตนเองด้วยพละกำลัง ส่วนบางคนก็ปล่อยให้เวลาผ่านไป ตามหน้าที่ บางคนก็นั่งสัปหงก จึงหมายความว่าพวกเขาไม่สามารถทำภารกิจที่ตนเองนั่งอยู่ตรงนั้นให้สำเร็จลุล่วงได้เลย หฐโยคีบางคนถูกแสดงกำลังยืนอยู่บนขาข้างเดียว บางคนห้อยหัวลง และบางคนก็อยู่ในท่าทางต่างๆ ภาพในเวลานั้นก็เป็นเช่นนี้ บางคนผ่านไปได้ดีในหนึ่งวินาที แล้วถ้าลูกมองพวกเขาในวินาทีต่อไป พวกเขาก็ยืนอยู่บนขาข้างเดียวแล้วอีกข้างก็ล้มลง พวกเขาคิดว่าวันนี้พวกเขาจะสะสมอะไรบางอย่างได้ แต่พวกเขาไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้ ฉากนี้คุ้มค่าแก่การชม บางคนแม้กระทั่งมีโยคะขณะนอนหลับ เหมือนกับคนที่นอนบนหนามอย่างฝืนใจ ที่นี่พวกเขานอนบนเตียงงู ท่าทางของเวลานี้ก็น่าอัศจรรย์มากเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ลูกได้รับการบอกด้วยการรู้ถึงความสำคัญของอมฤตเวลาและนำไปใช้ในชีวิตจริง ลูกสามารถกลับมายิ่งใหญ่ หากลูกไม่วางแผนในเวลาอมฤต แล้วลูกจะนำมาประยุกต์ใช้ในรูปที่ปฏิบัติจริงได้อย่างไร
ภารกิจทางโลกจะสำเร็จลุล่วงได้อย่างดีก็ต่อเมื่อลูกมีแผนการที่เหมาะสม หากลูกไม่กำหนดแผน ลูกก็จะไม่ประสบความสำเร็จ หากลูกไม่กำหนดแผนของลูกในลักษณะนี้ในอมฤตเวลา ลูกก็ไม่ สามารถบรรลุความสำเร็จที่ลูกควรได้รับจากความคิด คำพูด และการกระทำของลูก
เวลานี้ จงเข้าใจความสำคัญของสิ่งนี้และกลับมายิ่งใหญ่ เวลานี้ลูกได้รับการบอกอย่างกระจ่างแล้วว่า ยังมีความเพียรพยายามอะไรที่คงต้องทำอีกบ้าง ด้วยการทำให้อมฤตเวลาของลูกสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทุกสิ่งอื่นจะกลับมาดี เช่นที่ลูกกลับมาเป็นอมตะด้วยการดื่มน้ำทิพย์ ดังนั้นด้วยการทำให้อมฤตเวลาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ลูกจะได้รับพรของการกลับมาเป็นอมตะ และแล้วตลอดทั้งวัน ลูกจะไม่สับสนกับอุปสรรคใดๆ ลูกจะเป็นอมตะในการคงอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใสและเต็มไปด้วยพลังอย่างสม่ำเสมอ หากลูกไม่รับพรที่ลูกควรได้รับในอมฤตเวลาของการกลับมาเป็นอมตะ แล้วลูกจะต้องทำงานหนักมาก ลูกต้องทำงานหนักและเสียค่าใช้จ่ายมากมาย มิฉะนั้น ด้วยการรับพรของการเป็นอมตะ ลูกจะได้รับการช่วยให้พ้นจากการทำงานหนักและเสียค่าใช้จ่ายใดๆด้วย อัจชะ
นิยาม การจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึงในอมฤตเวลา
อมฤตเวลาเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับการรับการหล่อเลี้ยงจากพระเจ้า เป็นเวลาพิเศษสำหรับการเฉลิมฉลองการพบปะกับพระเจ้า เป็นเวลาสำหรับการมีการสนทนาทางจิต เป็นเวลาสำหรับการได้รับพรอย่างง่ายดายจากคลังสมบัติของเจ้าผู้ไร้เดียงสา
มารยาด้า
อมฤตเวลา : เวลาของน้ำทิพย์ (2:00-5:00am)
ตื่นนอนทุกวันเวลา 3.30 น.
ล้างหน้าล้างตา จัดทรงผมให้เรียบร้อย พันผ้าคลุมไหล่และนั่งให้เหมาะสมบนเก้าอี้หรือโซฟา อย่านั่งหรือนอนบนเตียงเว้นแต่จะมีปัญหาสุขภาพ
ร่วมการจดจำระลึกถึงช่วงเวลาอมฤตอันทรงพลัง : มีการสนทนาจากใจถึงใจหรืออยู่ในห้วงแห่งรัก หรือประสบการณ์สภาพโยคะภูเขาไฟ/เทวดานางฟ้า /เมล็ด และอื่นๆ
เพื่อการเติมเต็มอย่างแท้จริงในเวลาอมฤต จดจ่อจิตใจอยู่ในการจดจำระลึกถึงเพียงอย่างเดียว กิจกรรมอื่นๆเช่น การทำอาหาร การเช็คอีเมลล์ และอื่นๆ สามารถรอคอยได้
อะไรเป็นอุปสรรคขวางกั้นต่อการจดจำระลึกถึงในเวลาอมฤต
ความไม่บริสุทธิ์ใดๆแม้เพียงเล็กน้อยในดวงวิญญาณ
ตลอดทั้งวัน หากลูกคิด พูด หรือกระทำการใดๆที่ไร้ประโยชน์ หรือเบี่ยงเบนไปจากระเบียบวินัย แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม
การให้หรือรับความทุกข์ หรือการประพฤติตนอย่างหยิ่งยะโส ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความไม่บริสุทธิ์
การขาดระเบียบวินัยในกิจวัตรประจำวันและการบริหารเวลาที่ไม่ดี ทำให้สติปัญญาไม่สามารถจดจำระลึกถึงบาบาได้
ขาดการใส่ใจต่อมูรลี หรือการศึกษาเล่าเรียนจะทำให้สติปัญญาอ่อนแอในการจดจำระลึกถึงบาบาในเวลาอมฤต
Avyakt BapDada, 02/02/2011:
คลิกอ่าน
ลูกยังคงได้รับความรักและการระลึกถึงจากบัพดาดาอยู่ทุกวัน แม้ขณะนั่งอยู่ที่บ้าน ลูกก็จะไม่พลาดที่จะได้รับความรักและการระลึกถึงจากบัพดาดาแม้แต่เพียงวันเดียว หากลูกอ่านมูร์ลีอย่างสม่ำเสมอทุกวัน พ่อไม่เคยพลาดที่จะมอบความรักและการระลึกถึงแม้แต่เพียงวันเดียว ลูกได้รับใช่ไหม? ลูกได้รับความรักและการระลึกถึงทุกวัน ทุกคนได้รับใช่ไหม? นี่คือสัญญาณแห่งความรักของบัพดาดา หากลูกพลาดมูร์ลี ลูกก็จะพลาดความรักและการระลึกถึงจากพ่อ แล้วลูกก็จะไม่เพียงพลาดมูร์ลีนั้นเท่านั้น แต่ลูกยังพลาดความรัก การระลึกถึง และพรจากบัพดาดาด้วย
ลูกสามารถติดตามมูร์ลีได้ แต่เวลาที่กำหนดไว้สำหรับการรับความรักและความระลึกถึงจากบัพดาดาได้พลาดไปแล้วใช่ไหม?
สำหรับผู้ที่มาร่วมชุมนุมนี้ทุกคน ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า โปรดจดจำไว้ให้ดี ว่าห้ามพลาดคำสอนมูร์ลี(Murli) เด็ดขาด บัพดาดาจะลงมาจากที่บ้านสูงสุดทุกๆวัน
พ่อลงมาจากแดนไกล พ่อลงมาเพื่อลูกๆ เช่นเดียวกับที่พ่อไม่เคยพลาดมูร์ลี ลูกๆ ก็ไม่ควรพลาดมูร์ลีเช่นกัน
ตอนนี้ เช่นเดียวกับที่ผู้ที่มายังมธุบันถูกขอให้กรอกแบบฟอร์ม ลูกก็ควรให้พวกเขากรอกแบบฟอร์มด้วยเช่นกัน ว่าพวกเขารับฟังมูร์ลีทุกวันหรือไม่ หรือพลาดไปกี่วัน ลูกเห็นด้วยหรือไม่? ใครเห็นด้วย โปรดยกมือขึ้น! แม้แต่ผู้ที่มาจากมธุบันก็โปรดยกมือขึ้น! ลูกต้องไม่พลาดมูร์ลีไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
เช่นเดียวกับที่ลูกไม่เคยพลาดมื้ออาหารของลูก ในทำนองเดียวกัน นี่ก็คืออาหารเช่นกัน ไม่ใช่หรือ? นี่คืออาหารสำหรับร่างกาย และนี่คืออาหารสำหรับจิตวิญญาณ ลูกชอบไหม? ลูกทุกคนที่มาใหม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา ลูกก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยนี้เช่นกัน เช่นเดียวกับที่มีระเบียบวินัยอื่นๆ นี่ก็เป็นระเบียบวินัยอย่างหนึ่ง บราห์มิน หมายถึงผู้ที่รับฟังมูร์ลี ผู้ที่รับใช้ อัจชะ
นิยาม
เข้าเรียนทุกวัน
เช่นเดียวกับที่ลูกไม่ควรพลาดการระลึกถึงพ่อ ในทำนองเดียวกัน ลูกก็ไม่ควรพลาดการศึกษาเล่าเรียนมูร์ลีเช่นกัน
มารยาด้า
เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมสำหรับการรับฟังมูร์ลี ด้วยการอาบน้ำและสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาดและสุภาพสำหรับมูร์ลี (ห้ามสวมชุดนอนหรือชุดกลางคืนขณะฟังมูร์ลีผ่าน Zoom)
เข้าร่วมชั้นเรียนอย่างน้อย 15 นาทีก่อนเริ่มมูร์ลี และทำจิตใจให้สงบในการจดจำระลึกถึงบาบา
มาให้ตรงเวลาและตั้งใจฟังด้วยจิตสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณ
คงจิตสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณขณะฟังมูร์ลี: "บาบากำลังสอนฉัน และฉันเป็นนักเรียนของพระเจ้า"
จดบันทึกประเด็นสำคัญของมูร์ลี และทบทวนบันทึกของลูกหลายๆ ครั้งในระหว่างวัน เพื่อไตร่ตรองหรือซึมซับประเด็นเหล่านั้น
คลิกอ่าน
ให้สติปัญญาจดจ่อในสมาธิที่มูร์ลี หลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนทุกชนิด
โปรดนั่งในห้องเรียนที่จัดไว้ขณะที่มีการสอนมูร์ลี และอย่าไปนั่งในห้องของบาบา ห้องครัว หรือพื้นที่อื่นๆในศูนย์
งดกิจกรรมทุกอย่าง เช่น การทำอาหาร การรับประทานอาหาร ฯลฯ ในช่วงเวลาที่กำหนดนี้
ร่วมแบ่งปันประเด็นสำคัญในการฝึกฝนจากมูร์ลีเมื่อได้รับสัญญาณจากผู้เป็นเครื่องมือ อย่าเพียงแค่ฟังอย่างเดียว
และออกจากห้องเรียน/ห้องเรียนเสมือนจริงโดยทันที การแบ่งปันช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในความรู้และเป็น
ประโยชน์ต่อประสบการณ์การเรียนรู้ของทุกคน
เพื่อเป็นการเคารพความศักดิ์สิทธิ์ของมูร์ลี กรุณาปิดเสียงโทรศัพท์และหลีกเลี่ยงการรับสายหรือตรวจสอบข้อความในมือถือขณะฟังมูร์ลี
เมื่อฟังมูร์ลีผ่าน Zoom:
สร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับมูร์ลี จัดสรรพื้นที่เงียบสงบในบ้าน พร้อมเก้าอี้ที่นั่งสบาย โต๊ะ สมุดบันทึก ปากกา และแล็ปท็อปหรือโทรศัพท์ การมีพื้นที่เฉพาะจะช่วยให้สติปัญญาจดจ่ออยู่กับมูร์ลีได้ดียิ่งขึ้น
ควรหลีกเลี่ยงการอ่านมูร์ลีขณะที่ครูกำลังอ่าน วิธีที่ดีที่สุดในการซึมซับมูร์ลีคือการนั่งในสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณ ฟัง และสัมผัสประสบการณ์
ปรากฏตัวด้วยความเคารพ เมื่อเข้าร่วมชั้นเรียนมูร์ลีผ่าน Zoom โปรดเปิดวิดีโอและสบตากับเครื่องมือขณะฟัง การกระทำง่ายๆ นี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความเคารพต่อความรู้
หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการประชุม Zoom หลายๆแห่งพร้อมกัน โดยแสร้งทำเป็นว่ากำลังเข้าชั้นเรียนมูร์ลี
Avyakt BapDada, 06/11/87: on Godly Servive
ในชีวิตบราห์มิน ความสมดุลระหว่างการจดจำระลึกถึงและการทำงานรับใช้จะทำให้ลูกมีค่าควรแก่การได้รับพรจากบัพดาดาและเหล่าบราห์มินผู้สูงส่งทั้งหลาย มีเพียงในยุคแห่งการบรรจบกันนี้และในชีวิตบราห์มินนี้เท่านั้นที่ลูกจะได้รับพรจากพระเจ้าและสกุลบราห์มินหากลูกเป็นโยคีที่สม่ำเสมอ ลูกก็เป็นผู้รับใช้ที่สม่ำเสมอเช่นกัน ความสำคัญของการรับใช้ยังคงอยู่ในสติปัญญาของลูกเสมอหรือไม่?
ลูกสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้หลากหลายวิธีตลอดทั้งวัน
ในนั้น อันดับแรกคือการรับใช้ตนเอง นั่นคือ การใส่ใจตนเองอยู่เสมอเพื่อให้เพียบพร้อมและสมบูรณ์ ลูกต้องสอบผ่านด้วยเกียรตินิยมในทุกวิชาหลักของการศึกษานี้ ลูกต้องเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยความรู้ ความทรงจำ และการสร้างสมคุณธรรม ลูกต้องทำให้ตนเองเต็มเปี่ยมในทุกสิ่ง จงให้การรับใช้ตนเองนี้คงอยู่ในสติปัญญาเสมอ งานรับใช้ตนเองนี้สามารถช่วยให้รับใช้ด้วยรูปที่สมบูรณ์แบบของตนโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม วิธีการที่จะทำเช่นนั้นได้คือการใส่ใจและการตรวจสอบตัวเอง ไม่ใช่ตรวจสอบคนอื่น
ประการที่สองคือการรับใช้โลก ซึ่งลูกทำในหลากหลายหนทาง หลากหลายวิธีการ ทั้งทางคำพูด ความสัมพันธ์ และการเชื่อมโยงต่างๆ ลูกรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว
ประการที่สามคือ การทำงานรับใช้ยักย่า(Yagya) ซึ่งกระทำด้วยร่างกายและทรัพย์สินของตน
ประการที่สี่คือ การรับใช้ด้วยจิตใจ ไม่ว่าลูกจะอาศัยอยู่ที่ใด ก็สามารถช่วยเหลือผู้คนมากมายด้วยความรู้สึกบริสุทธิ์ ความปรารถนาอันสูงส่ง ทัศนคติอันสูงส่ง และกระแสจิตอันสูงส่ง วิธีการที่จะทำเช่นนี้คือการเป็นประภาคารแห่งแสงสว่างและพลังอำนาจ
คลิกอ่าน
Avyakt BapDada, 28/06/1977:
จงระลึกไว้เสมอว่า ในขณะที่ลูกเรียกตัวเองว่าเป็นผู้มีความรู้หรือผู้ช่วยเหลือผู้อื่น ลูกอย่ากลายเป็นเครื่องมือในการกระทำหรือแพร่กระจายกระแสจิตใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแทนที่จะเป็นประโยชน์ ควรมีการช่วยเหลือผู้อื่น แต่จงจำไว้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จะทำลายประโยชน์ที่มากกว่านั้นถึงสิบเท่า เหมือนกับการลบอะไรบางอย่างด้วยยางลบ ความเสียหายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวก็จะทำลายบัญชีงานรับใช้ที่มากกว่านั้นถึงสิบเท่าเช่นกัน
เพราะได้รับอิทธิพลจากอุปสรรค จิตวิญญาณเช่นนั้นจึงกลายเป็นอุปสรรคในการรับใช้เสียเอง พวกเขาถูกเรียกว่าผู้ทำลายอุปสรรค แต่กลับกลายเป็นอุปสรรคเสียเอง
เนื่องจากภาระหรือความหนักหน่วงของจิตวิญญาณเหล่านั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความคิดฟุ้งซ่านและความไม่สงบในจิตใจจึงก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ขึ้นเป็นระยะๆ
ประการที่สอง เนื่องจากลูกมีน้ำหนักมาก ความเร็วในการออกแรงของคุณจึงไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ ลูกแทบจะกระโดดสูงไม่ได้เลย แม้แต่การวิ่งก็ยังทำไม่ได้ ลูกวางแผนที่จะทำโน่นทำนี่ แต่ลูกก็ไม่ประสบความสำเร็จ
แง่มุมลึกซึ้งประการที่สามคือ จิตวิญญาณที่หนักอึ้ง กลายเป็นเครื่องมือในการสร้างอุปสรรคหรือกระทำการที่ไม่พึงประสงค์ จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะพวกเขาเสียทั้งร่างกายและจิตใจที่ได้อุทิศให้พ่อ และทรัพย์สินที่ได้รับมาเพื่อรับใช้พระเจ้าไปโดยเปล่าประโยชน์เพราะอุปสรรคเหล่านั้น
นิยาม
งานรับใช้ของพระเจ้า
จงมีความสามารถ ปราศจากอุปสรรค แต่ละคนล้วนมีคุณค่าไม่ยิ่งหย่อนกัน
แล้วลองดูสิว่าชื่อเสียงของคุณจะได้รับการยกย่องเชิดชูมากน้อยแค่ไหน
ในสนามของงานรับใช้ อย่ากลายเป็นปัญหาเสียเอง แต่จงเป็นผู้ที่จบสิ้นปัญหาทุกอย่าง
มารยาด้า
งานรับใช้ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของศรีมัทเสมอ
จงมีแต่ความปรารถนาดีและจิตใจที่บริสุทธิ์ขณะปฏิบัติหน้าที่เสมอ
ในการทำงานรับใช้ จงก้าวข้ามจิตสำนึก "ฉันและของฉัน" จงมีสำนึกรู้อยู่เสมอว่า "ฉันคือ Khudai Khidmatgar" (ผู้ช่วยของพระเจ้า)
จำไว้ว่า "ฉันกำลังทำงานรับใช้ของพระเจ้า" ไม่ได้ทำเพื่อบุคคลใด เพื่อเอาใจใคร หรือเพื่อให้ได้รับการยอมรับ
ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความพอใจ และความไม่เห็นแก่ตัว เป็นคุณธรรมจำเป็นที่ควรควบคู่กันไปในชีวิตการเดินทางในงานรับใช้
คลิกอ่าน
จงมีสำนึกของการเป็นเครื่องมือและจดจำระลึกถึงคารันคาราวันฮาร์(บาบา ผู้ดลใจให้มีการกระทำ)
การทำงานรับใช้จะต้องดำเนินการภายใต้คำแนะนำหรือการอนุมัติของเครื่องมือที่ศูนย์เท่านั้น การทำงานรับใช้ที่มีประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นได้ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์ที่สังกัด พวกเขาจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าความพยายามของคุณคุ้มค่าและสอดคล้องกับความต้องการของศูนย์
การทำเซวา(seva) หรืองานรับใช้โดยอาศัยมานมัท (การกำหนดของตนเอง) หรือภาร์มัท (การกำหนดของนักเรียน BK คนอื่นๆ) นั้นไม่ถูกต้อง
ความหยิ่งยะโสและการดูถูกเหยียดหยามเป็นสองสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการทำงาน จงละทิ้งความหยิ่งยะโสในลักษณะ "ฉันทำสิ่งนี้" "ทำไมฉันถึงไม่ได้อยู่ข้างหน้า" และความรู้สึกถูกดูถูกเหยียดหยาม เช่น "ทำไมความคิดของฉันถึงถูกปฏิเสธ" "ทำไมถึงพูดแบบนี้กับฉัน"
ละทิ้งความหลงทะนงตน เพื่อประสบการณ์งานรับใช้ที่แท้จริง ละทิ้งความต้องการการยอมรับหรือการเปรียบเทียบส่วนตัว มุ่งเน้นไปที่ความสุขสันต์จากการมีส่วนร่วมและโอกาสในการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับผู้อื่น
พร้อมกับงานรับใช้ การใส่ใจการเรียนและการฝึกโยคะก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน จงผสมผสานโยคะและการทำงานรับใช้เข้าด้วยกัน
จงให้คุณลักษณะที่สูงส่งของลูกเปล่งประกายออกมาในระหว่างกิจกรรมงานรับใช้ทั้งหมด เพื่อยกระดับจิตใจของผู้คนรอบข้าง สร้างสภาพแวดล้อมของงานรับใช้ที่กลมกลืน
การพูดเสียงดังด้วยท่าทีไม่สุภาพ ข่มขู่ และท้าทาย การดูถูกผู้อื่น การวิพากษ์วิจารณ์ และการกล่าวโทษ ล้วนเป็นพฤติกรรมหยาบคาย ซึ่งขัดขวางงานรับใช้และทำให้ผู้อื่นหมดกำลังใจที่จะทำงานรับใช้
อย่าผูกพันกับงานรับใช้ใดเป็นพิเศษ จงเต็มใจรับมอบหมายงานรับใช้ใดๆก็ได้ ด้วยทัศนคติที่ไม่เห็นแก่ตัว ล่วงรู้ว่าทุกบทบาทล้วนมีส่วนช่วยให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม
ในระหว่างการทำงานรับใช้ หากนักเรียน BK คนใดก่ออุปสรรคและรบกวนงานรับใช้หรือผู้ร่วมงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า เครื่องมือที่ศูนย์หรือผู้ใหญ่ที่อาวุโสมีสิทธิ์ที่จะขอให้นักเรียนคนนั้นหยุดการทำงานรับใช้ได้
Avyakt BapDada, 28/02/2003
ลูกบราห์มินถือสัตย์เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มอย่างแน่วแน่เช่นกันไม่ใช่หรือ? เมื่อต้องให้กรอกแบบฟอร์มมธุบัน พวกเขาก็ถูกถามด้วยว่าอาหารและสิ่งบริโภคบริสุทธิ์หรือไม่ พวกเขาถูกถามเช่นนี้ไม่ใช่หรือ? ดังนั้น การถือสัตย์เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มนั้นแน่วแน่หรือไม่? แน่วแน่หรือบางครั้งก็หย่อนยานลง? สำหรับลูกต่างชาติควรจะเข้มแข็งเป็นสองเท่า แน่วแน่เป็นสองเท่าหรือไม่? แน่วแน่สำหรับลูกต่างชาติหรือไม่? แน่วแน่เป็นสองเท่าหรือไม่? หรือว่าเหนื่อยล้า ก็พูดว่า: ไม่เป็นไร วันนี้ฉันจะกินอะไรสักอย่าง (จากข้างนอก) ไม่หย่อนยานบ้างเลยใช่ไหม? พวกเขาแน่วแน่ในเรื่องอาหารและเครื่องดื่มหรือไม่? นี่คือเหตุผลที่เหล่าผู้ศรัทธาก็ถือศีลอดอาหารและเครื่องดื่มของตนเช่นกัน
นิยาม อาหารสัตตวิค
อาหารที่ลูกรับประทานเป็นเช่นไร จิตใจของลูกก็จะเป็นเช่นนั้น อาหารของลูกควรเป็นสัตตวิค (อาหารที่บริสุทธิ์) อาหารเจปรุงโดยโยคี และรับประทานอย่างสงบเงียบ ปรุงอาหารด้วยมือตนเอง แต่ให้สติปัญญาอยู่กับชีพบาบา บราห์มา โบเจน(Brahma Bhojan) ต้องบริสุทธิ์ เป็นอาหารสำหรับบราห์มิน ยิ่งบราห์มินมีโยคะมากเท่าไรขณะเตรียม อาหารนั้นก็จะยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น บราห์มินที่พูดว่าพวกเขากำลังปรุงอาหารในการจดจำระลึกถึงบาบาจะปรากฏตัวขึ้น บาบากำลังท้าทายลูกๆ ควรมีบราห์มินเช่นนั้นที่อยู่ในโยคะขณะปรุงอาหาร อาหารควรบริสุทธิ์ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับอาหารนั้นเป็นอย่างมาก
มารยาด้า
ควรรับประทานเฉพาะอาหารสัตตวิค(อาหารที่บริสุทธิ์) เท่านั้น ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์ หัวหอม (รวมถึงต้นหอม ต้นกระเทียม ต้นหอมญี่ปุ่น) กระเทียม (รวมถึงหน่อกระเทียม) ปลา และไข่
จงปรุงอาหารด้วยมือตนเอง หรือปรุงโดยดวงวิญญาณโยคี อย่ารับประทานอาหารในร้านอาหาร หรืออาหารที่ปรุงโดยผู้ที่ไม่ใช่โยคี
อาบน้ำให้สะอาด แล้วค่อยทำอาหาร
ขณะเตรียมอาหาร จงระลึกถึงชีพบาบา อย่าระลึกถึงผู้มีร่างกายใดๆ
รับประทานอาหารในการจดจำระลึกถึงและความเงียบสงบ อย่าพูดคุยเรื่องธุรกิจหรือเรื่องทางโลกขณะรับประทานอาหาร
นิยาม อาหารสัตตวิค
ผู้ที่ปรุงอาหารบราห์มาโบเจนมีความรับผิดชอบอย่างมาก มหาระตี(ผู้นำระดับสูง)เองก็ต้องอยู่ประจำที่แผนกอาหารด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารจะถูกปรุงตามหลักโยคะ
ขณะเตรียมบราห์มาโบเจนที่ศูนย์ จงอยู่ในความเงียบสงบและระลึกถึงบาบา อย่าแข่งขันกัน แต่จงแข่งกันในความระลึกถึง
บราห์มาโบเจนควรมีความสมดุลและมีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ควรเรียบง่ายหรือหรูหราเกินไป และมีอาหารหลายอย่างเกินไป ควรปรุงอาหารสดใหม่ด้วยวิธีที่เรียบง่ายและดีต่อสุขภาพทุกวัน แล้วถวายแด่บาบา ส่วนในโอกาสพิเศษต่างๆ ก็สามารถจัดงานฉลองด้วยอาหารมากชนิดได้
อย่าเสิร์ฟอาหารด้วยความรู้สึกว่า "ฉันเป็นคนทำ" ขอให้การเสิร์ฟอาหารนั้นช่วยเตือนใจผู้คนถึงบาบาและยักย่า ไม่ใช่ทำให้พวกเขากระหายอยากมากขึ้น
ควรตรวจสอบกับดวงวิญญาณเครื่องมือก่อนเสมอ ก่อนที่จะแจกบราห์มาโบเจนให้ผู้อื่น เพื่อให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
การรักษาความสะอาดในครัวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมอาหาร(บราห์มาโบเจน) หลังจากเตรียมเสร็จแล้ว ต้องทำความสะอาดครัวให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้ครัวสกปรก และอย่าทิ้งงานที่ยังไม่เสร็จไว้ให้ผู้อื่นทำต่อ เพราะอาจทำให้งานรับใช้ติดขัดได้
จงรับผิดชอบอย่าให้บราห์มาโบเจนสูญเปล่า เป็นอาหารที่ถวายแด่บาบาแล้ว และยังเป็นการสรรเสริญเหล่าเทพเจ้าที่ยกย่องบราห์มาโบเจนอย่างมาก ซึ่งช่วยชำระล้างหัวใจให้สะอาด
ชาร์ตที่ถูกต้องแม่นยำหมายถึงทำความก้าวหน้าและนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง
สำหรับการเปลี่ยนแปลงตนเองทุกคืน ให้จดบันทึกและตรวจสอบประสาทสัมผัสทางกายและประสาทสัมผัสที่ละเอียดอ่อนของลูก
ตรวจสอบดูว่าลูกปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระเบียบวินัยของการทำตามศรีมัทอย่างครบถ้วนหรือไม่
ตรวจสอบว่า “ ความคิด คำพูด และการกระทำของฉันสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ระเบียบวินัยของสกุล
บราห์มินหรือไม่ การตรวจสอบนี้จะช่วยให้ลูกระบุจุดที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาได้
จดบันทึกอย่างซื่อสัตย์เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ดูบันทึกของลูกเอง เพื่อดูว่าลูกก้าวหน้าไปอย่างไร การสำรวจตนเองอย่างซื่อสัตย์เช่นนี้ เป็นเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับการเติบโตทางจิตวิญญาณ
อย่ามองคนอื่น จงมองที่ตัวลูกเอง
คลิกอ่าน
จัดทำแผนภูมิบันทึกของการจดจำระลึกถึงและการปลูกฝังคุณธรรมและพลังต่างๆ
จงตรวจสอบตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่ามีความอ่อนแอใดๆ สันสการ์เก่าหรือข้อบกพร่องใดๆในตัวลูกหรือไม่ ด้วยการยอมรับและมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบและเปลี่ยนแปลง
อย่าเพียงแค่ตรวจสอบว่าลูกไม่ได้เป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ใดๆ แต่จงตรวจสอบว่าลูกได้ให้ความสุขแก่ผู้อื่นมากแค่ไหน
ให้การตรวจสอบของลูกลึกซึ้ง(ละเอียดขึ้น)จากการตรวจสอบธรรมดา เจาะลึกเข้าไปเพื่อค้นหาเส้นใยทองคำอันละเอียดอ่อนของมายา
ตรวจสอบบัญชีทั้งหมดของลูกว่า มากเท่าไหร่ที่ลูกได้สะสมด้วยร่างกายของลูก มากเท่าไหร่ที่ลูกได้สะสมด้วยความคิดที่สูงส่งในจิตใจของลูก มากเท่าไหร่ที่ลูกได้สะสมความมั่งคั่งด้วยการใช้มันสำหรับงานที่สูงส่งตามศรีมัท
ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับบัญชีสะสม (บัญชีออมทรัพย์)