กรกฎาคม 2562

วิชาสำคัญทั้ง 4 ที่สอนใน บราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก เริ่มจากวิชาความรู้ที่เป็นสัจจะ (Knowledge-Gyan) โดยมีสมดุลกับวิชาโยคะ (Yoga) เพื่อให้พลังในการแปรเปลี่ยนความรู้เป็นคุณธรรม (Dhama) ในวิชาที่สามที่ส่งผลต่อวิชาที่สี่ ในการทำงานรับใช้ให้คุณประโยชน์แก่ผู้อื่นและโลก (Service)

แต่ละเดือน เราแต่ละคนใช้คุณธรรมประจำตัวเป็นหลักในการพัฒนาศักยภาพภายใน ที่จะนำไปสู่ชีวิตที่มีสมดุล และสมบูรณ์พร้อมตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการศึกษา ‘ราชาโยคะ’ เพื่อเข้าถึงสัจจะ และเป็นอิสระจากสิ่งหลอกลวงในรูปของความทุกข์ ปัญหา และอุปสรรคนานัปการ เริ่มด้วยการกลับไปสู่รากฐานของทุกคุณธรรม คือความบริสุทธิ์

ความบริสุทธิ์เปิดเผยสัจจะ
ทุกวันนี้มนุษย์ทุกเชื้อชาติศาสนาต่างร่ำเรียกหาการหลุดพ้น การได้รับการปลดปล่อยจากความทุกข์ ทุกคนร่อนเร่ไปเพื่อแสวงหาหนทางที่จะทำให้พบแสงสว่างของการรู้แจ้ง ปัญญาเป็นที่ต้องการเพื่อเข้าถึงสัจจะ แต่หาได้ตระหนักไม่ว่าหากปราศจากความบริสุทธิ์ ปัญญานั้นก็เป็นเพียงปัญญาของนักปราชญ์ที่ความรู้กลายเป็นแค่ปรัชญา สิ่งที่รู้มาไม่สามารถแปรสภาพให้กลายเป็นตัวของสัจจะได้จริง

พระเจ้า ผู้เป็นสัจจะ จึงได้มามอบความรู้ที่เป็นสัจจะแก่มวลมนุษย์ และให้วิธีการปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงสภาพที่บริสุทธิ์สูงสุด ผ่านการเชื่อมโยงความรู้และวิธีการปฏิบัติเข้าด้วยกันโดยอาศัยความเงียบสงบ และความรักอันจริงแท้ต่อผู้ให้ความรู้นี้

สัจจะกล่าวได้ว่าเป็น Pure Knowledge หรือความรู้ดั้งเดิมที่บริสุทธิ์ มีพลังอย่างมากที่จะเปลี่ยนสภาพของผู้ที่ศึกษา จากผู้มีสติปัญญาตกต่ำเช่นหินให้กลายเป็นเช่นเพชร สติปัญญาที่เต็มไปด้วยกิเลสให้กลายเป็นปัญญาที่สูงส่งเยี่ยงเทพ ความลับก็คืออำนาจของความรู้ที่สมบูรณ์นี้อยู่ในมือของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

ข้อพิสูจน์ของสัจจะคือการเปลี่ยนแปลงที่มหัศจรรย์ ดวงวิญญาณมนุษย์ที่เคยไม่บริสุทธิ์ สกปรก เต็มไปด้วยกิเลส กลับมาบริสุทธิ์สวยงามอีกครั้ง เขาสามารถปลดแอกตนเองจากบ่วงและบาปที่ได้กระทำมาในหลายชาติเกิด กลับมาเป็นอิสระจากความหลอกลวงและความทุกข์ทุกรูปแบบ เขากลายเป็นผู้รู้แจ้ง มีชีวิตที่เป็นแสง หรือมีจิตสำนึกถึงตัวตนดั้งเดิมได้อย่างสมบูรณ์ เขาละวางต่อโลกทั้งหมดด้วยเข้าใจว่าโลกนี้คือเวทีแสดงละคร การแสดงไม่เคยหยุดนิ่ง นักแสดงทุกคนเล่นบทบาทของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีการไป-การมา, มีสภาพของการขึ้น-การตกต่ำ, เคยบริสุทธิ์-กลับมาไม่บริสุทธิ์ โลกหมุนเป็นวงจรเช่นนี้ชั่วนิจนิรันดร์

สัจจะเปิดเผยให้เห็นความงามของธรรมชาติในทุกมิติ เพียงแต่ผู้ที่มีดวงตาที่สามของปัญญาที่บริสุทธิ์เท่านั้นที่จะสามารถเข้าใจอย่างได้ถ่องแท้ และร่ายรำไปกับความสอดคล้องกลมกลืนของจักรวาล

ในเดือนกรกฎาคมนี้ เรามีคุณธรรม ‘ความถ่อมตน’ มาเสริมพลังภายใน
ที่ ดาดี้ แจงกี ได้ทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในพลังของสัจจะ

ความถ่อมตนและการเสริมพลังภายใน
พลังของสัจจะ
พลังของสัจจะทำให้เราอยู่ในสภาวะที่ไม่มีแม้กระทั่งใส่ใจหรืออยากที่จะพิสูจน์อะไรเลย ความพยายามพิสูจน์สัจจะนั้นบ่งชี้ถึงความดื้อดึงของตนเอง สัจจะจะเปิดเผยในเวลาที่ถูกต้องและในสถานที่ที่ถูกต้องเสมอ ด้วยเหตุผลนี้ การแสดงออกด้วยคำพูดที่มีพลังของสัจจะที่ดีที่สุดและเรียบง่ายที่สุดคือ ความถ่อมตน

ความเรียบง่าย
ความถ่อมตนทำให้เราเรียบง่ายและมีสัจจะ ยิ่งเราถ่อมตนมากเท่าไร เราก็จะเข้าใจสัจจะมากตามนั้น หรือจะพูดได้ว่าถ้าเรามีสัจจะ เราก็จะยิ่งถ่อมตน สัจจะจึงพิสูจน์ได้ด้วยความถ่อมตนผ่านคำพูดที่อ่อนหวานและกิริยามารยาทที่ดีงาม

ความเคารพตนเอง
คือ สภาวะของศักดิ์ศรีภายในซึ่งนำคุณประโยชน์มาให้ตนเองอย่างใหญ่หลวง ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ความเคารพตนเองจะทำให้ทุกสิ่งง่ายดายและเบาสบาย ความถ่อมตน คือ พื้นฐานของการคงรักษาความเคารพตนเอง

การปกป้องคุ้มครอง
ความถ่อมตนมีพลังที่จะช่วยปกป้องทั้งตนเองและผู้อื่นได้ ความถ่อมตนที่แท้จริงอันเกิดจากสัจจะนั้น จะทำให้เราเห็นคุณประโยชน์ในทุกสิ่ง แม้สถานการณ์ที่เราต้องถูกดูหมิ่น ประณาม หรือวิพากษ์วิจารณ์ เราจะยังคงรักษาความเคารพตนเองและทัศนคติของการเรียนรู้ไว้ได้ โดยไม่ถูกกระทบหรือรู้สึกไม่พอใจใดๆ แต่กลับเป็นความสงบภายในที่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลย ด้วยเหตุนี้ผู้อื่นจะตระหนักได้ในความผิดพลาดของเขา ส่วนเรามีเพียงความปรารถนาเดียวที่จะให้เขาสัมผัสกับความถ่อมตนของเรา เพื่อให้เขาสามารถเปิดใจและเริ่มที่จะเป็นสุขกับความถ่อมตนของตัวเขาเองด้วยเช่นกัน

การให้
บางครั้งผู้คนก็ไม่เปิดใจที่จะสัมผัสกับความถ่อมตน เพราะเขายังไม่เข้าใจพลังนั้น เขาจึงถือประโยชน์จากทัศนคติของเรา ด้วยการคิดว่า เมื่อเรายอมให้ เราให้เกียรติ เขากลับเห็นว่าเราอ่อนแอ ในกรณีนี้สิ่งแรกที่ต้องจดจำคือถือว่าเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องช่วยผู้อื่น สำคัญที่จะต้องอยู่อย่างไม่รู้เหนื่อยในการให้ ในแง่หนึ่งคืออย่าได้ละเลิก อย่าได้หยุดให้ เพราะเขาจะเข้าใจในสักวันอย่างแน่นอน และเขาก็จะรับการช่วยเหลือจากเรา อย่างไรก็ตามในอีกแง่หนึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญเท่าๆ กันที่เราควรประเมินดูว่าเขามีคุณค่าขนาดไหนในการทำทานของเรา การเข้าใจคุณค่าว่าเรากำลังให้อะไรเป็นขั้นแรก การเข้าใจผู้ที่เรากำลังให้นั้นเป็นขั้นที่สอง แต่ถ้าเขาไม่รู้ค่าในสิ่งที่เขาได้รับ ก็เท่ากับว่าเรากำลังให้สิ่งที่เสียเปล่า เราจำเป็นต้องมีปัญญาที่จะเข้าใจทั้งสองสิ่งนี้ ถ้าเรากำลังให้อย่างเต็มที่ แต่เขาก็เอาไปโยนทิ้งหรือเอาไปไว้ที่อื่นโดยไม่สนใจ แล้วมีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องให้ถึงขั้นนั้น? ความถ่อมตน ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียทรัพยากร แต่หมายถึงการมีปัญญาที่จะเข้าใจพลังของทรัพยากรของเราเองและก็ให้ตามนั้น

การเข้าใจ
บางคนเข้าใจว่าความถ่อมตนคือการก้มหัวลง การตกเป็นทาสของใคร หรือการยอมจำนนต่ออะไร จึงเป็นเรื่องยากที่จะปลูกฝังความถ่อมตนของเขาขึ้นมาได้ ดาดี้ แจงกี บอกว่า ความถ่อมตนหมายถึงความเข้าใจตนเอง ซึ่งทำให้เราเข้าใจผู้อื่นด้วยเช่นกัน การคิดเกี่ยวกับความถ่อมตนเป็นเหมือนการคิดถึงเพื่อนเก่า ว่าใครได้สอนอะไรเรา เราได้เรียนรู้อะไรจากใครมาบ้าง ดังนั้นการพัฒนาความถ่อมตนจึงทำให้เราเกิดความสบายและให้การพักผ่อนในชีวิตอย่างมากมาย

ความรัก
ความถ่อมตนเป็นพลังที่อยู่บนฐานของสำนึกรู้ที่สูงส่งว่า ‘เราเป็นใคร’ สภาพของจิตสำนึกที่สูงเช่นนั้นทำให้เราเยือกเย็นมาก สงบมาก และมีความรักมาก ผู้ที่มีความถ่อมตนจะเต็มไปด้วยความรักและความเคารพ เพราะเขาเต็มอิ่ม และปรารถนาเพียงที่จะให้ ผู้ที่มีความถ่อมตนไม่มีความเห็นแก่ตัว ความถ่อมตนทำให้หัวใจเปิดกว้างและมีใจกว้าง เขาไม่เคยปรารถนาที่จะรับอะไรจากใคร ความถ่อมตนทำให้ง่ายที่จะสร้างความสัมพันธ์บนความรักและความเคารพกับทุกคน เมื่อมีความถ่อมตนเราก็จะมีความสุขสันต์กับความเข้าใจหัวใจของผู้อื่น ทำให้เราได้น้อมรับในสิ่งที่เขาพูด ถ้าวันนี้เรายอมรับในสิ่งที่ผู้อื่นพูด วันพรุ่งนี้เขาก็ยอมรับในสิ่งที่เราพูด ผู้ที่ถ่อมตนจึงมีความสุขอย่างสม่ำเสมอและทำให้ผู้อื่นมีความสุขด้วยเช่นกัน เขาจะพูดว่า “ไม่ว่าจะเป็นอะไร ไม่ว่าฉันได้รับอะไรมา ก็เป็นสิ่งที่ดี ฉันมีความสุข ฉันพอใจ” เขาไม่เคยโกรธ เป็นคนที่ง่ายๆ ไม่มากเรื่อง ถ้าเรามีความถ่อมตนผู้คนก็จะเข้ามาใกล้ชิดเราด้วยความรัก ความถ่อมตนทำให้ความสูงส่งของเราปรากฏขึ้นมา
(คลิกอ่านต่อ)

กิจกรรมเดือนกรกฎาคม 2562

7 ก.ค. สีสันของหัวใจ ณ มูลนิธิฯ นนทบุรี เริ่มเดือน มิ.ย. ถึง ก.ค.
เดือนที่สองของกิจกรรมสีสันของหัวใจ The Colors of The Heart เรายังคงเก็บเกี่ยวคุณค่าต่อไปทุกอาทิตย์ให้ครบ 8 คุณค่า

14 ก.ค. เปิดประตูใจให้กับความจริงของชีวิต (Open Heart to the Truth of Life) ณ มูลนิธิฯ นนทบุรี 10 โมง-เที่ยง
Dr.Swathy จากประเทศอินเดีย มีโอกาสมาพบครอบครัวไทยในเดือนแห่งสัจจะนี้ ด้วยรายการ “เปิดประตูใจให้กับความจริงของชีวิต (Open Heart to the Truth of Life)” ...หากเราเปิดประตูให้แก่ผู้เป็นสัจจะและทำให้ท่านเข้ามานั่งอยู่ในหัวใจของเรา หัวใจของเราก็จะสะอาด ซื่อสัตย์ และจริงแท้ ท่านเป็นผู้เดียวที่ให้ความอบอุ่นแก่หัวใจอย่างแท้จริง และเป็นศัลยแพทย์ทางจิตที่ผ่าเอาความสกปรกออกไปจากหัวใจของเราได้ด้วย... กิจกรรมเขียนความอ่อนแอที่ต้องการให้ศัลยแพทย์เยียวยาลงบนกระดาษ และให้ผู้อื่นเป็นผู้ช่วยศัลยแพทย์เขียนคำแนะนำให้แก่เรา จบด้วยความเบาสบายใจเพราะหัวใจของเราสะอาดขึ้น พร้อมแล้วที่ร้อยเรียงให้เป็นหนึ่งกับทุกคน...เมื่อเรารักพระเจ้า เราจะรักทุกคน

Prof.Dr.Narong Nimsakul ประธานชมรมมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น มาพบกับเราพร้อมผลงานด้านการผ่าตัดด้วยเลเซอร์
ตอนเย็นพี่หล้าพาซิสเตอร์ไปเปลี่ยนบรรยากาศ ปิคนิคริมสระ ที่หมู่บ้านของพี่หญิง

ช่วงเดือนกรกฏาคมนี้ ทีมงานส่วนกลางของ การกลับคืนสู่แหล่ง ได้จัดสรรวิธีการต่างๆ ให้ทั่วโลก

ร่ายรำไปกับจังหวะกลองแห่งสัจจะ
พระเจ้าชีวาพูดกับทุกดวงวิญญาณ: ร่ายรำไปกับจังหวะกลองแห่งสัจจะของกาลเวลา ขั้นตอนแรกคือการรู้ว่าการร่ายรำนี้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในกัลปะ, ใน 1 วงจร ในการร่ายรำในเวลานี้กับจังหวะกลองของพ่อที่แท้จริง ครูที่แท้จริงและผู้นำทางที่แท้จริง เธอ ดวงวิญญาณจะกลับมาสาโทประธาน การร่ายรำนี้เปลี่ยนดวงวิญญาณที่เป็นเหมือนกับลูกเป็ดขี้เหร่ที่ไม่มีความสุข ให้กลายเป็นหงส์ที่เต็มไปด้วยความเบิกบาน เพียงในสังกัมยุคเท่านั้นที่เธอจะสามารถร่ายรำกับจังหวะกลองนี้ การร่ายรำนี้จะให้พละกำลังแก่เธออย่างมากมายอย่างยิ่ง จนกระทั่งเธอนั้นจะสามารถปกครองโลก ไม่มีใครจะขโมยอาณาจักรไปจากเธอได้ (คลิกอ่านต่อ)

21 ก.ค. ศิลปะของการอยู่อย่างเป็นสุขและพอใจ
(Art of Being Happy and Content)

ณ มูลนิธิฯ นนทบุรี 10 โมง-เที่ยง


สัจจะนำมาซึ่งความสุข เพราะทำให้เราเป็นอิสระจากความหลอกลวงที่นำไปสู่ความทุกข์

พ่อป้อมนำทีมมาพร้อมเป้าหมายของศิลปะในเดือนนี้ คือ เรียนรู้ที่จะสำรวจ/ค้นหาแหล่งของความสุขและความพอใจของตนเอง ด้วยวิธีการฟังเสียงเพลงต่างๆ แล้วกลับมาฟังเสียงภายในของตน

"ผู้ที่มีความสุข คือ ผู้ที่มีความพึงพอใจเป็นธรรมชาติด้วยเช่นกัน ผู้ที่พอใจจะไม่อารมณ์เสียใส่ใคร และก็ไม่มีใครที่จะมาทำให้เสียอารมณ์ แล้วใครที่สามารถมีความสุขได้อย่างแท้จริง? เพียงผู้ที่มีหัวใจที่ซื่อสัตย์เท่านั้น ที่จะมีความสุขที่แท้จริงได้ ถ้าหากว่ามีบางสิ่งอื่นในหัวใจของเรา และแล้วเราก็ไม่สามารถที่จะมีความสุขที่แท้จริงได้” ดาดี้แจงกี

ศิลปะของการอยู่อย่างเป็นสุขและพอใจ เปรียบเสมือนการเป็นนักธุรกิจที่ดี มีพร้อมซึ่งทุกสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและพอใจ! การทำให้มีแหล่งกำเนิดอุปทาน (supply) ที่สม่ำเสมอของความสุขนั้นเป็นศิลปะ เพื่อที่เราจะสามารถหล่อเลี้ยงสายน้ำแห่งความพอใจไม่ให้เหือดแห้ง ซึ่งหมายถึง เราจะไม่เคยต้องพบหรือรู้สึกว่า เราต้องขูดบริเวณก้นแม่น้ำที่แห้ง เพื่อค้นหาความสุขเพียงเล็กน้อย วิธีการก็คือ เราต้องทำตามหลักการทางจิตวิญญาณบางอย่าง นั่นก็คือ การรับฟังเสียงของตัวตนที่แท้จริงภายในตนเอง…ดวงวิญญาณ...ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของความสุข ส่วนการกระทำที่ออกไปนอกเส้นของสัจจะ หรือการรับฟังเสียงจากภายนอก คือ การสร้างความทุกข์
ประสบการณ์แม่เก๋ (คลิกอ่านต่อ)

27-29 ก.ค. ณ บ้านเปรม ศูนย์การเรียนรู้ทางจิต เชียงใหม่
รุธและชิงเป่า
ชวนแก้เชือก
แห่งความ
ผูกพันยึดมั่น
เราเรียงลำดับความสูงของร่างกายได้ แต่การจัดลำดับความสูงของจิตวิญญาณขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์
โดยไม่จำกัดรูปร่าง เพศ วัย หรือเชื้อชาติ ศาสนา ใดๆ

นำออกกำลังกายตอนเช้า
โดย พี่สมหมาย และ พี่แมรี่

ยืดเส้นยืดสายด้วย
ท่าของงานรับใช้

ถ้วย ถัง กะละมัง...ดนตรี
แห่งความสอดคล้องกลมกลืน

ปาร์ตี้น้ำมะพร้าว
สดจากสวนพี่แดง

4 ยอดกุมาร...กระตือรือร้นในการทำงานรับใช้ (สมหมาย ขาว เมฆ กระต่าย)

ก่อนกลับไปปรับ
บรรยากาศที่ร้านสีเหลือง

รับเครื่องดื่มพืเศษ
พร้อมญาติพี่แมรี่
(น้องชาย/น้องสะไภ้)
ไม่ลืมร่ำลาธรรมชาติที่เขียวชะอุ่มในมุมพิเศษของเชียงใหม่

ครอบครัว BK จากศูนย์นนทบุรีเข้าร่วมรีทรีตทั้งหมด 20 คน หัวข้อของการจัดรีทรีตในครั้งนี้ คือ “วิถีชีวิตทางจิตวิญญาณ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เราเข้าใจกฎเกณฑ์ระเบียบวินัยและตารางชีวิตบราห์มิน เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับครอบครัวทางจิต ครอบครัวของพระเจ้าที่พิเศษสุด และมีประสบการณ์ของความสอดคล้องกลมกลืน ในความสงบ ความรัก ความสุข ...ข้อพิสูจน์ของสัจจะคือสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน
กิจกรรมครอบครัวดวงดาว : พี่หล้าเปิดรีทรีตด้วยกิจกรรมครอบครัวดวงดาว เราแต่ละคนคือดวงดาวที่มีคุณค่าพิเศษแตกต่างกัน เริ่มด้วยการได้รับคุณสมบัติจากบาบา เขียนใส่ดาวนำไปประดับฟ้า(บนกระดาน) ไตร่ตรองถึงคุณค่านั้น แบ่งปันออกไป และเฝ้าเก็บเกี่ยวความพิเศษของผู้อื่น ตอนเย็นดวงดาวทั้งหมดถูกจัดกลุ่มเป็น 5 ครอบครัว อยู่บ้าน 5 หลัง และให้ตอบคำถามว่า ในบ้านของเราอะไรคือคุณสมบัติที่จำเป็นจะพาเราออกไปจากความมืด? ตัวอย่างบ้านของพี่หล้า มีพี่หล้า พี่ศรี และ ปุ๋ย...บ้านนี้ให้ความสำคัญต่อความสงบ สัจจะ และความบริสุทธิ์

วิถีชีวิตทางจิตวิญญาณ : การทำตามระเบียบวินัยในการใช้ชีวิตที่สูงส่งที่กำหนดโดยพระเจ้า คือ รากฐานชีวิตของเรา พี่หล้าให้คลาสที่ทำให้เรากระจ่างชัดมากขึ้นเกี่ยวกับศรีมัท ส่วนการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของพวกเราคือการปฏิบัติจริง

วันรำลึกถึงดีดี้ มานโมฮินี ทุกวันที่ 28 ก.ค. : พวกเราได้เห็นถึงตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่ของการก่อตั้งและหล่อเลี้ยงยักย่า คุณสมบัติพิเศษของท่านได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เรา...ดีดี้ มานโมฮินี กับดริสตีที่มีพลัง ผู้ที่จะให้กำเนิดเจ้าชายองค์แรกของยุคทองด้วยพลังโยคะ

การเยียวยาสุขภาพแบบองค์รวม : แม่ปุ๋ย ผู้ช่วยคุณหมอ Shiva ศัลยแพทย์ทางจิตที่ยิ่งใหญ่ รักษาได้ทุกโรค ต้อนรับคนไข้เข้าสู่ศูนย์รักษาสุขภาพแบบองค์รวม เริ่มด้วยการตรวจสอบสุขภาพทั้ง 4 มิติ คือ ด้านร่างกาย, จิตใจ, อารมณ์ และจิตวิญญาณ จากนั้นคุณหมอให้การบำบัดด้วยแสงทิพย์ ทำให้ร่างกายคลายจากความเจ็บป่วย, บำบัดด้วยการสนทนา “เปลี่ยนภาษาของปัญหา เป็นภาษาของความหวัง” ทำให้จิตใจและสติปัญญามีพลัง เพิ่มภูมิต้านทาน, และบำบัดด้วยการเปิดใจกับนางฟ้า ส่งเสริมต่อการชื่นชมรู้ค่าตนเอง

ศิลปะของการเรียนการสอน (Art of Teaching & Learning) : พี่อุดมและพี่แดงนำเสนอศิลปะของการใช้ต้นไม้แห่งปัญญา สำหรับการเรียนการสอนที่ไม่ได้อยู่บนกระดาน หรือแค่การนั่งเรียน แต่เป็นการกลับไปรื้อฟื้นสัจจะที่เราเคยรู้มาในตลอดทั้งวงจร ไม่ว่าเราจะยืน เดิน นั่ง นอน เราสามารถเข้าถึงสาระสำคัญเพื่อกลับมาเต็มไปด้วยความรู้ เต็มไปด้วยสัจจะอีกครั้ง


พิธีรักชบันดาน :
เมื่อแขกเกือบ 10-20 คน ยกเลิกวินาทีสุดท้ายเราจึงได้จัดรายการอย่างเรียบง่ายและใกล้ชิด รวมแขกที่ผูกรัคกี้ทั้งหมด 3 ท่าน – พี่พัชรินทร์ (วังซ้าย) เพื่อนเก่าของพี่หล้าสมัยเรียน ร.ร. เรยีนา (อดีตดาวจุฬาอัญเชิญพระเกี้ยว) น้องสะใภ้ของพี่แมรี่ และคนสุดท้าย คือ เพื่อนพี่ณัฐ จากลำพูน สมทบด้วยพี่น้อง B.K.ประมาณ 5 ท่านในโอกาสนี้

แม่ปุ๋ยทักทายทุกคนด้วยคำแนะนำของการเป็นดวงวิญญาณ และพี่อุดมแนะนำให้รู้จักกับพ่อที่สูงส่งของพวกเรา จากนั้นจึงทำสัญญาและผูกข้อมือ แขกร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับเราและมีโอกาสได้อยู่สนทนากันนาน ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น มีบรรยากาศที่เบาสบาย เป็นกันเอง

• อำลาเชียงใหม่ด้วยประเด็นความเงียบสงบจาก ดาดี้ แจงกี เน้นหลักปฏิบัติที่ชัดเจน

• ครอบครัวดวงดาวมีสมาชิกใหม่คือ น้องนก เพื่อนของน้องกระต่ายจากกรุงเทพ ขึ้นมารับบทเรียนราชาโยคะและอยู่ร่วมกิจกรรมกับเรา ก่อนการผูกรักกี้

ประสบการณ์ กระต่าย , แม่ปุ๋ย (คลิกฟังเสียง)

Insperience : เรามีประสบการณ์กับบาบา ผู้เป็นหนึ่งเดียว ตามสมญาต่างๆของท่าน ตั้งแต่อมฤตจนเข้านอน

แม่ปุ๋ย / พ่อสูงสุด The Supreme Father

การสำรวจตน
ผู้เดียวนี้คือพ่อผู้เป็นที่น่ารักที่สุดของทั้งหมด ฉัน,ลูกของท่าน,มีพรของผู้เดียวนี้เสมอ
การจดจำระลึกถึง
ดวงวิญญาณสนทนากับผู้เดียว : ผู้เดียวที่รักของฉัน ท่านคือมหาสมุทรแห่งความรัก และนั่นคือว่าทำไมทุกคนจึงเรียกท่านว่าพ่อ ฉันเข้าใจว่าพ่อสูงสุดหมายถึงพ่อของทุกดวงวิญญาณ ฉัน,ดวงวิญญาณ, มีความซาบซึ้งของการที่ท่านนำมาเลี้ยง เพราะว่าฉันได้รับมรดกที่เต็มเปี่ยมของท่าน
ผู้เดียวสนทนากับดวงวิญญาณ : ดวงวิญญาณที่แสนหวาน, อะไรก็ตามที่ลูกเป็น, อย่างที่ลูกเป็น, พ่อผู้เดียวนี้รักลูก สิ่งแรกที่พ่อทำคือนำลูกเข้ามาสู่ความสัมพันธ์ที่น่ารักของครอบครัวผู้เป็นหนึ่งเดียว ผู้เดียวนี้รักลูกๆทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่มีใครควรจะคิดว่า “คนนี้ได้รับความรักมากกว่า และฉันได้รับความรักน้อยกว่า” ผู้เป็นหนึ่งเดียว, พ่อสูงสุด มีความใส่ใจอยู่ 2 สิ่ง : คือการให้การศึกษาแก่ลูกๆ และแล้วทำให้ลูกเป็นทายาทของยุคทอง
การฝึกฝน (คลิกอ่าน)

พี่หญิง / ดิลาราม ผู้ให้ความอบอุ่นจากหัวใจ Dilaram , The Comforter of Hearts.
การสำรวจตน เสียงของหัวใจที่แท้จริงดึงดูดผู้อื่นมากมายมาสู่ผู้ให้ความอบอุ่นแก่หัวใจ
การจดจำระลึกถึง
ดวงวิญญาณในการสนทนากับผู้เป็นหนึ่งเดียว : ผู้เป็นหนึ่งเดียวผู้เป็นที่รักของฉัน ท่านบอกฉันเสมอให้จดจำท่านด้วยหัวใจที่จริงแท้ ท่านไม่เคยบอกว่าจดจำท่านด้วยหัวที่จริงแท้ ท่านพูดว่าพระเจ้านี้พอใจกับผู้มีหัวใจที่จริงแท้ ท่านไม่เคยพูดว่าพระเจ้าพอใจกับผู้มีหัวที่ฉลาด
ผู้เป็นหนึ่งเดียวในการสนทนากับดวงวิญญาณ : ดวงวิญญาณที่แสนหวาน ชีวิตมนุษย์ขึ้นอยู่กับหัวและหัวใจ หัวควรจะเฉลียวฉลาด หัวใจควรจริงแท้ ผู้เป็นหนึ่งเดียววางมือของพรบนศีรษะของผู้มีหัวใจจริงแท้ เพราะท่านคือผู้ให้ความอบอุ่นแก่หัวใจ ลูกรับแรงบันดาลใจที่ละเอียดอ่อนเต็มไปด้วยนัยยะสำคัญสำหรับความคิด คำพูดและการกระทำเมื่อหัวของลูกฉลาดและหัวใจจริงแท้
การฝึกฝน (คลิกอ่าน)

ขอให้ความสัมพันธ์พิเศษของแต่ละคนกับบาบาครั้งนี้ส่งผลต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตครอบครัวดวงดาว ที่สามารถส่งกระแสถึงกันทั่วทั้งจักรวาล ตราบนานที่แต่ละท่านจะใช้ประสบการณ์ครั้งนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน
• The Messenger ผู้นำสาสน์ – อุดม
• The Protector ผู้ปกป้องคุ้มครอง – ชิ้ง
• Sat Chit Ananda: Truth, Living, Blissful ผู้เป็นสัจจะ ผู้มีชีวิต ผู้มีความปีติสุข – เก๋
• The Destroyer of Obstacles ผู้ทำลายอุปสรรค – ศรี
• The Purifier ผู้ชำระล้าง – ธร
• Somnath: The Lord of Nectar เจ้าแห่งน้ำทิพย์ – เมฆ
• The Ocean of Purity มหาสมุทรแห่งความบริสุทธิ์ – ขาว
• Satguru: The True Guru กูรูที่แท้จริง – สมหมาย
• Bestower of Honor ผู้ประทานเกียรติ – แมรี่
• Trikaldarshi: Seer of the Three Aspects of Time ผู้รู้รูปกาลเวลาทั้งสาม – อึ่ง
• Satyam Shivam Sundaram สัจจะ ผู้ให้คุณประโยชน์ ผู้ที่สวยงาม – แดง
• Jadugar: The Magician นักมายากล – ณัฐ
• The Lawmaker ผู้กำหนดกฎหมาย – ชิงเป่า
• Supreme Beloved ผู้เป็นที่รักสูงสุด – กระต่าย

โอมชานติ

© 2019 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.