กุมภาพันธ์ 2562
บนเส้นทางหลวง และตัวอย่างของชีวิต การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน การเดินทางอาจจะสั้น หรือยาวนาน ประเด็นสำคัญทั้งหมดของการเปลี่ยนแปลงคืออิสรภาพ (Freedom) ชีวิตของเราหลายคนผ่านสภาวะที่อยู่บนจุดสูงสุดและตกลงไปในร่องความกดอากาศต่ำ บ่อยครั้งที่เราปรารถนาสิ่งใดให้เกิดขึ้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นหรือสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก

เราอาจจะมีประสบการณ์ของความตายของผู้ที่เรารัก ความชอกช้ำของการพลัดพราก หรือความแปรปรวนบางอย่างเกิดขึ้นที่สร้างความเจ็บปวดและความปั่นป่วนในชีวิต เราอาจพบกับการสูญเสีย มองหาคำตอบและบางทีก็หันไปสู่ทิศทางที่ผิดๆ ไม่ว่าจะสุรา นาย/นารี หรือดนตรี ที่แปดเปื้อนด้วยเรื่องราวของโลกียะทำให้ติดกับ แล้วต้องรู้สึกอ้างว้างหรือโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ภายใน

เราเริ่มถามคำถามว่าทำไม? เป็นไปได้อย่างไร? จะมีอะไรต่อไปในเวลานี้? เราร่ำร้องหาการเปลี่ยนแปลง ‘ฉันไม่ต้องการสิ่งนี้ในชีวิตอีกต่อไป สถานการณ์ของฉันจะต้องเปลี่ยนไป ผู้คนรอบข้างฉันต้องเปลี่ยนแปลง แต่แล้วเขาก็ไม่เปลี่ยน เราจะทำอย่างไร? เราจะไปที่ใด? เราเพียงแต่ต้องหาเส้นทางที่ง่ายที่สุด สั้นที่สุด คือการเดินทางเข้าสู่ภายใน อาจเป็นสิ่งที่แปลก และน่าตกใจ เพียงชั่วครู่ เหมือนเวลาเราไปสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยโดยลำพังครั้งแรก ก้าวแรกนั้นอาจจะมาพร้อมความกลัว เกิดการสั่นสะท้านเพราะเราไม่รู้จัก สิ่งแวดล้อมใหม่ว่าเป็นเช่นไร ทำนองเดียวกันการเดินทางภายใน สามารถทำให้เรากระวนกระวายใจ แม้กระทั่งมีน้ำตาตอนเริ่มต้น เราจึงต้องมีความกรุณาปรานีและอดกลั้นกับตนเองเล็กน้อย เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างสบายใจ เหมือนอยู่ในบ้านของตนเอง ค้นหาอะไรที่ลึกล้ำและเกิดความรู้สึกตื่นเต้นกับการผจญภัยโดยไม่ต้องสงสัย การเดินทางภายใน คือถนนที่ใช้กันน้อยมาก แต่กลับทำให้เราหัวเราะและเรียนรู้จากข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆของเราเอง นี่คืออิสรภาพในความสามารถยิ้มอย่างมีความสุขกับตนเองอีกครั้ง

เมื่อพิจารณาอย่างดี เราเห็นสิ่งต่างๆชัดเจนมากขึ้น เรายิ่งรู้คิดและถ่อมตนมากขึ้น จนกระทั่งเราสามารถยอมรับการทำผิดอย่างร้ายแรงเนื่องจากความสะเพร่า รวมทั้งความผิดปกติในการสื่อสารและในทางอารมณ์ด้านจิตวิญญาณของเราเอง ในที่สุดเราสามารถฉลองอิสรภาพของการตื่นรู้ที่ว่า: ชีวิตเองนั้นมีปัญญาดั้งเดิมจริงแท้ที่จะสอนบทเรียนที่เราจำเป็นต้องเรียนรู้ เช่นผีเสื้อกางปีกตนเองเปิดออกไปนอกตัวดักแด้ การเดินทางภายในเป็นเพียงอีกก้าวหนึ่งจากขีดจำกัดของขอบเขตที่แคบและคุ้นเคยกับวิธีการคิดเก่าๆของเราเอง นี่เองคืออิสรภาพด้วยเช่นกัน เมื่อเราสามารถที่จะฝ่าเข้าไปในกำแพงที่แน่นหนาของความกลัวและความไม่ดีที่เป็นลบ ซึ่งบ่อยครั้ง เป็นหน้ากากของความหลงทะนงที่เราสวมใส่

อิสรภาพทำให้เราเห็นตนเองและเห็นโลกรอบตัว ด้วยความตะลึงงัน กับความเป็นไปได้ที่งดงามเปรียบเช่นการเปิดรับเราให้เข้าไปสู่ อ้อมแขนที่อบอุ่นของแม่ ทำให้เรามั่นใจด้วยความรัก ว่าอะไรที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังเกิดขึ้นอยู่นั้นดีและสิ่งที่ดีที่สุดกำลังจะมาถึง

การเดินทางภายใน คือมีการเพียรพยายามในการเปลี่ยนแปลงตนเอง สำหรับบางคนอาจจะเป็นการเอาชนะความโกรธ ความหยิ่งยโส สำหรับคนอื่นอาจจะเป็นการรวบรวมความกล้าหาญหรือคุณค่าของตนเอง บางคนเห็นว่าง่าย บางคนเห็นว่ายาก ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กก็ไม่สามารถจะวัดหรือตัดสินได้ด้วยปริมาณหรือขนาด การเปลี่ยนแปลงนั้นไร้ขอบเขตเพราะมาจากภายในอันลึกล้ำของดวงวิญญาณซึ่งไม่มีขีดจำกัดใดๆ เพียงแต่เมื่อเราตระหนักรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงที่ลึกล้ำกำลังเกิดขึ้นอยู่ภายใน แต่ละคนมีการเปลี่ยนแปลงหรือ เกณฑ์วัดผลของตนเอง (และนั่นคือความลับของเรา) นั่นคือข้อสัญญาของเรากับพระเจ้า ที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง นี่คือพลังของจิตวิญญาณที่แท้จริง ในการเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างไม่สิ้นสุด ดังนั้น พลังของจิตวิญญาณที่มีชีวิต (Living Spirituality) คือสิ่งที่ทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นจากภายในและเมื่อเรากลายเป็นคนที่ดีขึ้น ทุกสิ่งอื่นในโลกของเราก็จะดีขึ้น เรามีความสุข สนุกสนานมากขึ้น มีพลานามัยดีขึ้น มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสงบ และท่วมท้นล้นเหลือ

โลกของเราถูกแต้มสีสันด้วยความงามภายในของเราเอง ทันทีทันใดโลกก็ดูแตกต่างไป พระอาทิตย์ตกดูสวยขึ้น ดอกไม้มีกลิ่นหอมมากขึ้น และเพื่อนบ้านของเรากรุณาปราณีมากขึ้น จริงๆแล้วไม่ได้เป็นเพราะสิ่งใดเปลี่ยนไป แต่เป็นเรานั่นเองที่เปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องของมุมมอง เมื่อเด็กก้มหัวลงมา ซุกอยู่ระหว่างขาของเขา โลกก็กลับหัวกลับหาง เราสามารถปล่อยให้โลกนั้นกลับหัวกลับหางหากเราต้องการ สิ่งใดก็ตามและทุกสิ่งนั้นเป็นไปได้ ดีหรือไม่ดี เป็นสิ่งที่เราเลือก เป็นเรื่องของการเลือกสรรว่าเราต้องการจะเห็นอะไร คิดอะไร รู้สึกอะไร เข้าใจอะไร

เมื่อเรามองไปโดยรอบ เราสามารถเห็นความจริงของสิ่งต่างๆที่ทำให้เรากลัว เช่น สงครามที่เกิดขึ้นทั่วโลก ความยากจนข้นแค้น และความแปรปรวนของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสัจจะที่เราจำเป็นต้องเผชิญ (Inconvenient truth) แม้ไม่ได้ให้ความสบายใจแก่เราที่ต้องยอมรับ หากเรามีสัจจะที่สะดวกใจ (Convenient truth) คือ การเปลี่ยนแปลงตนเองอันส่งผลต่อมวลวิกฤตด้วยการสร้างระลอกคลื่นที่กระทบการเปลี่ยนแปลงต่อโลกในเชิงบวก เริ่มด้วยการเปลี่ยนแปลงภายในครอบครัวเราเองก่อน แล้วกลายเป็นคลื่นกระทบต่อชุมชน ต่อสังคม ต่อประเทศชาติของเรา และต่อครอบครัวมวลมนุษย์โลกทั้งหมดในที่สุด... เมื่อเราเปลี่ยนโลกเปลี่ยน

กิจกรรมเดือนกุมภาพันธ์ 2562
อาทิตย์ 3 ก.พ. ณ มูลนิธิฯ นนทบุรี
10 โมงถึงเที่ยงวันนี้ครอบครัวเรียนรู้วิชาความรู้ และแบ่งปันการไตร่ตรอง จาก พี่ป้อม
รวมทั้งวิชาโยคะ ในทางปฏิบัติจากพี่ภาช่วงจบครึ่งชั่วโมง


พุธ 6 ก.พ. ณ มูลนิธิฯ นนทบุรี
ซิสเตอร์ Meera จากประเทศมาเลเซีย เดินทางผ่านมาประเทศไทย และให้คลาส 'เวลาสุดท้าย' (The Final Moment) ณ ศูนย์นนทบุรี หลังไปเยี่ยมบ้านสินธุ สมุทรปราการ และศูนย์เชียงใหม่
พี่แว่น
(ผู้ใหญ่กรมป่าไม้)
เจ้าของบ้านบางบัวทอง
ได้พาเราเข้าชมบ้าน
ด้วยหัวใจที่ต้องการใช้
ให้เป็นประโยชน์

อาทิตย์ 10 – จันทร์ 11 ก.พ. ณ อ.มวกเหล็ก สระบุรี
พี่น้องบางส่วนที่เป็นคณะทำงานได้เดินทางไปมวกเหล็ก จ.นครราชสีมา เพื่อพบปะกับพี่แว่น ณ ที่ทำงาน ใกล้บริเวณน้ำตกมวกเหล็ก และมีโอกาสได้แบ่งปันความรู้ด้านจิตวิญญาณ
วันรุ่งขึ้นเราได้พักผ่อนหย่อนใจ และสูดอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ ในสถานที่ต่างๆ
สุดท้ายเราแวะชม Romantic Resort & Spa ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สำหรับงานรับใช้ในอนาคต

ศุกร์ 15 ก.พ. ณ บ้านสินธุ สมุทรปราการ
เวลา 10.00 ถึงเที่ยงวันนี้ ซิสเตอร์ Usha จากมธุบัน ให้คลาส (Self-Management) แก่พนักงานบริษัท KKC และสมาชิกบราห์มา กุมารี หลังไปเยี่ยมศูนย์สุขุมวิทและศูนย์เชียงใหม่

ช่วงวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ ซิสเตอร์ Usha ได้ร่วมประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 9 เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฐ นครปฐม เพื่อรับมอบรางวัล Moral Award 2019 "Virtue and Goodness of the person" ด้วยการสนับสนุนคนดี มีคุณธรรม ในวันนักบุญทั้งหมด(All Saint's Day) ซิสเตอร์สรุปเนื้อหาของการสร้างภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติไว้ หลังจากได้มีโอกาสสนทนากับผู้นำศาสนาต่างๆ ในที่ประชุมดังกล่าว

"เมื่อภูมิคุ้มกันทางจิตวิญญาณตก จิตใจก็อ่อนแอ ไม่มีความกล้าหาญ ความสุขและความสงบเงียบ การเข้าใจอะไรผิดๆ นั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงระดับต่ำสุด จนไม่เหลือภูมิคุ้มกันใดๆ ดังนั้น เราควรเสริมภูมิคุ้มกันนี้ ให้จิตใจเข้มแข็งเพื่อที่จะรับมือกับความกดดันต่างๆ ในชีวิตเช่น เราต้องทำอย่างไรที่จะไม่โกรธ การตอบโต้เชิงลบมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเป็นวงจร"
อารมณ์โกรธ คอยป้อนปัญหาให้ชีวิตซับซ้อนยิ่งขึ้น มีการตอบรับที่ทำให้ปัญหาบานปลาย กลายเป็นภูเขาของความทุกข์กดดันกันทุกระบบ จากภายในมีความหลงทะนง แทรกแซงให้เป็นลบมากขึ้น โดยไม่ยอมรับแม้คำว่า 'ขอโทษ' ความเดือดร้อนวุ่นวาย ทำให้คุณภาพชีวิตติดลบ
เราได้เรียนรู้จักครอบครัวที่มีปัญหาชีวิตอย่างแท้จริง จาก นาย นาง และลูกๆ
  1. Mis-understanding (ความเข้าใจผิด)
  2. Mister Doubt (ความสงสัย)
  3. Master Jealousy (ความอิจฉา)
  4. Master Hatred (ความเกลียดชัง)
  5. Master Leg pulling (การขัดแข้งขัดขา ดึงให้ผู้อื่นตกต่ำ)
เมื่อครอบครัวที่เคยมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน (Unity) กลับกลายเป็นสภาพที่แตกร้าว(Disunity) จนเกิดความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ -คิดลบ -คิดร้ายต่อกัน ในที่สุดทั้งโลกจึงเผชิญปัญหาโรคซึมเศร้า (Depression)

เมื่อร่างกายต้องการอาหารเป็นยาชูกำลัง พร้อมทั้งการพักผ่อนและออกกำลังกายสม่ำเสมอ จิตใจก็ต้องการอาหารของความคิดที่เป็นบวกให้รู้สึกผ่อนคลาย ย่อยอาหารได้ดี ขณะที่มีการฝึกฝนจิตใจให้คิดบวก และสร้างสรรค์ ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ในเชิงลบ เป็นการปลูกฝังนิสัยให้ คิด พูด ทำ ด้วยความสงบ ความรัก และความสุข

อาทิตย์ 17 ก.พ. ณ มูลนิธิฯ นนทบุรี
พี่หล้าร่ำลาพี่น้องไปมธุบันด้วยกิจกรรมเปิดเผยความลับของหัวใจในสมุดบันทึกส่วนตัวที่แต่ละคนในฐานะ Green Angel ใช้เก็บคุณสมบัติที่ดีงามของทุกคนไว้เพื่อพิสูจน์ความรักที่มีต่อพ่อ-แม่สูงสุด ผู้หล่อเลี้ยงเราด้วยคุณธรรมความดีของสมาชิกในครอบครัวทางจิต
พี่หล้าได้มอบ card ผีเสื้อสำหรับบันทึกการเปลี่ยนแปลงที่สูงค่า พร้อมของขวัญแห่งปัญญาในการแยกแยะความต่างระหว่างจิตสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณ และจิตสำนึกที่เป็นร่างบนพื้นฐานของศรีมัท (กรุณาติดต่อขอรับเอกสารฉบับเต็มชุดละ 3 หน้า)
ช่วงเย็นเราใช้ชั่วโมงฝึกจิตเพื่อโลก เพื่อเตรียมพบกับบัพดาดาจากการถ่ายทอดทั่วโลกในคืนนั้น


พุธ 20 - พฤหัส 21 ณ ชานติวัน มธุบัน
Br.Letchu (N.C. ประเทศมาเลเซีย) เป็นประธานในการประชุมสภาผู้ประสานงานประเทศทั่วโลก Council of National Co-operation (CNC) เพื่อความชัดเจนในการบริหารงานด้านจิตวิญญาณของแต่ละภูมิภาค-ทวีป

พฤหัส 21-อังคาร 26 ก.พ. ณ ชานติวัน มธุบัน
พี่หล้า พี่ทิม น้องแย้ม เข้าร่วมรายการ NC/CC Retreat 2019 ที่ Shantivan ในหัวข้อ นิมิต (เครื่องมือ) รับใช้ช่วยเหลือด้วยความรับผิดชอบ และความจริงแท้ Nimit-Serving with Responsibility & Authenticity โดยมีกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาเป็นเจ้าภาพ ต้อนรับพี่น้องทั่วโลก 130 ประเทศ ผู้ทำหน้าที่ประสานงานศูนย์ (CC) และประสานงานประเทศ (NC)
สมุดจดบันทึกที่เราได้รับแจกตอนลงทะเบียนมีคำสอนของบาบา เตือนใจเราให้เป็นเครื่องมือในการช่วยท่านสร้างโลกใหม่ด้วยความถ่อมตน และไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนใดๆ

อาทิตย์ 26 ก.พ. ณ มูลนิธิฯ นนทบุรี
10 โมงถึงเที่ยงวันนี้ ครอบครัวเรียนรู้วิชางานรับใช้จากแม่ปุ้มโดยมีน้องวรินธรเป็นทีมงาน ในกิจกรรม “การจัดการกับความโกรธ” แม่ปุ้มทำให้เราเข้าใจหลักจิตวิทยาของการปฏิสัมพันธ์กันของมนุษย์ที่ออกมาจากความปรารถนาต่างๆด้านในที่ทำให้เรามีความซับซ้อน คาดหวัง เกิดการแสดงออกทางพฤติกรรมที่เบี่ยงเบน เช่น ยอมจำนน ร้องขอ / จอมเผด็จการ สั่งการ / เจ้าเฉไฉ มีเหตุผลของตนเอง แต่ทั้งหมดหากเราใช้ความรู้ทางด้านจิตวิญญาณมองผู้อื่น เราก็จะเข้าใจบทบาท หน้าที่ และมองเห็นประโยชน์ในแต่ละสถานการณ์ และเราเองต้องหลีกเลี่ยงไม่ทำพฤติกรรมเหล่านั้นที่มาจากแรงจูงใจที่ไม่บริสุทธิ์
พี่น้องกลุ่มสุดท้าย
ของศูนย์นนทบุรี
ร่ำลาพี่น้องไปมธุบัน

ประสบการณ์บางส่วนจากแม่ปุ้ม (ผู้จัดกิจกรรม)
เมื่อพูดถึงท่าทาง.... "เพราะท่าทางจะเป็นตัวบีบเค้นสภาพจิต ที่ทำให้สัมผัสกับความรู้สึกของประสบการณ์ในอดีตได้ชัดขึ้น ที่เราได้เรียนรู้ว่าถ้ายังต้องกลับไปทำแบบเดิมๆ แต่ต้องไม่คิดเหมือนเดิม เพราะจากการตระหนักรู้นี้ เราจะทำทุกสิ่งที่แสดงออกมา ด้วยสำนึกใหม่ สำนึกที่เป็นดวงวิญญาณ ที่จะไม่ต้านกับจิตใจภายใน และได้แสดงให้เห็นความแตกต่างของสำนึกที่เป็นร่างกับสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณแล้ว และที่สำคัญการเรียนรู้ครั้งนี้ เราจะได้พัฒนาวิธีรับมือกับปัญหา ด้วยการรักษาสมดุลให้เกิดคุณธรรมขึ้นในตัวเราที่ไม่ใช่แบบเดิม และยังสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้สร้างสมคุณธรรมขึ้นมาได้จากทัศนคติที่เปลี่ยนไปของเราในการแสดงออก และนี่คือ"คำสอนของบาบา" เพราะถ้าแบบเดิมเป็นการทำร้ายทั้งตนเองและผู้อื่น และยังเชื่อว่า ขณะนี้คนส่วนใหญ่ก็ยังหนีไม่พ้นกิเลสตัวนี้ และก็ยังรับมือในรูปแบบเดิมๆ อยู่ เชื่อมั่นว่าผู้เข้ากิจกรรมต้องได้ประโยชน์อย่างแน่นอน จากวัตถุประสงค์ที่แจ้งมาดังกล่าว เพราะทำจากสำนึกที่ถูกต้อง"

ประสบการณ์จากพี่ธร (ผู้ร่วมกิจกรรม)
"จริงๆแล้วถ้าในแง่การแก้ไขปัญหาความโกรธทางจิตวิเคราะห์ จิตวิทยาเป็นการแก้ที่ปลายเหตุอาจได้ผลชั่วคราวเพราะไม่ได้ใช้ความจริงแก้ไขความหลอกลวง(ความโกรธ) ซึ่งไม่มีอยู่จริง ไม่ใช่คุณสมบัติของดวงวิญญาณ เราไม่ต้องไปทำอะไรกับความโกรธแค่ให้แสงแห่งความเมตตา ความมืดของความโกรธก็จะหายไป ในความโกรธมีความเกลียดชังตัวเองแฝงอยู่ จงเมตตาตนเองด้วยการให้อภัยในความผิด(รู้สึกผิด)ในอดีต แล้วเราจะรู้สึกให้อภัยต่อความผิดของผู้อื่น แล้วจะโกรธไปทำไม

เมื่อเราเข้าใจความจริงใดๆที่จะนำไปเปลี่ยนความหลอกลวงของตัวเอง ในรูปของข้อสอบเราย่อมสามารถใช้ความรู้ได้ เมื่อผ่านข้อสอบ เกิดความสุขจากภายใน นี่คือประสบการณ์ จงเข้าใจความจริงให้ถ่องแท้ เมื่อนำไปสู่การปฏิบัติ เราได้รับประสบการณ์กระทั่งกลายเป็นตัวของสิ่งนั้น ลองทำดูเถิดแล้วจะเกิดผล"

อังคาร 27- พุธ 28 ก.พ. ณ ชานติวัน มธุบัน
เราได้ร่วมรายการ B.K.Board Retreat 2019 ครั้งที่ 5 พร้อมพี่น้องทั่วโลกที่ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการบริหารองค์กรอย่างเป็นทางการ ในหัวข้อ การจัดการที่ดูแลเอาใจใส่ (Caring Management) พร้อมกันนี้เราได้ใช้สมุดบันทึกส่วนตัวสำหรับเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของ Seniors ผู้เป็นเสาหลักขององค์กร... พรที่ทุกคนได้ ถือเป็นของคู่กันในการทำงานด้านจิตวิญญาณ เพื่อความสำเร็จที่ง่ายดาย ด้วยการเรียนรู้จากอุปสรรคต่างๆ
พี่หล้าได้รับพรพิเศษ... ลูกที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ย่อมเชื่อมโยงกับพ่อ ผู้เป็นแหล่งแห่งความสงบ ความรัก ปัญญา ความบริสุทธิ์ และพลังในรูปสูงสุดของตนได้อย่างง่ายดาย

โอมชานติ

© 2019 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.