Walking the Talk 
 พูดจริงทำจริง  


อยู่อย่างจริงแท้ต่อคุณค่าภายใน
และทำตามเสียงมโนธรรมแม้ใครจะต่อต้านก็ตาม
มีความจริงใจในการให้คุณประโยชน์แก่ผู้คนมากมาย


ความจริง คืออะไร? ความเท็จคืออะไร? ใครรู้บ้าง? บนเส้นทางชีวิตที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคในป่าแห่งขวากหนามที่มุ่งตรงไปสู่จุดหมายปลายทางของการใช้ชีวิตร่วมกันในสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่สวยงามและส่งกลิ่นหอม

ในเส้นทางของความจริงที่เป็นสัจจะ เราอาจล้มและลุกจึงต้องอยู่อย่างระมัดระวังอย่างยิ่งกับสิ่งที่หลอกลวงในใจให้หลงผิดในกรอบความคิดที่มีชีดจำกัด ดังนั้น การอยู่รอด ปลอดภัย จำเป็นต้องอยู่เหนือขีดจำกัดที่คุ้นชินจนกระทั่งรู้จริง รู้แจ้งในหนทางที่ดีที่สุด หนทางใดหรือ? ใครคือผู้ชี้หนทางนั้น?

เรารู้กันมาแต่โบราณกาล ว่าคัมภีร์กีตะคือแม่ของทุกคัมภีร์ ที่ผู้ใดได้ศึกษาหาความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก็สามารถดำเนินชีวิตไปในทิศทางที่สูงส่ง เรียกกันว่า Shrimad Bhawad Gita ศรีมัท ภควัท กีตะ หรือหนทางสูงสุด ตามท่วงทำนองเพลงสวรรค์แห่งองค์ภควัน พระผู้เป็นเจ้า ผู้ชี้หนทางไปสู่การหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิต เมื่อมีการศึกษาฝึกฝนด้วยศรัทธาในสติปัญญา จนกระทั่งจดจำระลึกถึงท่านได้ทุกลมหายใจ.. เราจึงสามารถอยู่ในสภาวะที่มั่นคงปลอดภัย จากศัตรูภายใน ความสำเร็จนั้นรับประกัน.. ขณะที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค นานับประการในนรก ที่กำลังจะกลายเป็นสวรรค์ด้วยพลังของโยคะทางจิต อันเกิดจาก ความเป็นสิริมงคลของการมาบรรจบพบกันระหว่างดวงวิญญาณมนุษย์และดวงวิญญาณสูงสุด เพื่อทำให้มนุษย์มีพลังในการทำให้ความคิด คำพูด และการกระทำสอดคล้องกลมกลืน

การพูดจริงทำจริง จำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจนว่าอะไรถูก อะไรผิด ในโลกของความสับสน มืดมนวกวนอยู่ในเขาวงกตที่หาทางออกไม่ได้

กระบวนการเรียนรู้และเติบโตทางจิตวิญญาณนั้นอยู่บนฐานของศรีมัท หรือคำสอน เรียกว่า มูร์ลี ซึ่งเราเรียนรู้ร่วมกันทั่วโลก เพื่อนำไปไตร่ตรองและย่อยให้กลายเป็นเลือด เนื้อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณให้เข้มแข็งพร้อมรับมือกับความอ่อนแอ ความผิดพลาดที่เกิดจากศัตรูที่จู่โจมจากความไม่ระมัดระวัง

การเต็มไปด้วยความรู้ (Knowledge-full) ทำให้เราเป็นอิสระจากสิ่งที่หลอกลวง ด้วยความเข้าใจในสติปัญญาว่าอะไรให้โทษให้ทุกข์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะมั่นคงปลอดภัยตราบจนกระทั่งเราสั่งสมความรักที่บริสุทธิ์ไว้ในหัวใจ ได้มากเพียงพอที่สามารถพัฒนาความฉลาดในการเปลี่ยนแปลงตนเอง จากลบเป็นบวก จากศัตรูเป็นมิตร จากกิเลสเป็นคุณธรรม... ที่หนุนนำชีวิต

เมื่อใดก็ตามที่เราประกาศสงครามกับมายา(ศัตรูภายใน) บาบา(พ่อสูงสุด) ก็พร้อมจะช่วยเหลือให้ลูกๆ
รู้คิดด้วยการใช้ตาที่สามแห่งปัญญาแยกแยะได้ว่าอะไรคือสัจจะ อะไรคือสิ่งหลอกลวง ในกระบวนการกอบกู้อาณาจักรภายในด้วยหัวใจและหัวสมอง... พร้อมรับฟังเสียงมโนธรรมที่สอดคล้องกับความถูกต้อง โดยไม่มีความขัดแย้งภายใน
  • ตัวอย่างการใช้สติปัญญาไตร่ตรองความรู้
    หลักประกันในความสำเร็จของการศึกษาที่แท้จริง ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังในแต่ละย่างก้าว ด้วยการนำความรู้มาใช้เป็นอาวุธประลองยุทธกับมายาในชีวิตประจำวัน

    น้องมาศได้แบ่งปันข้อคิดจากบางประเด็นของมูร์ลี...

    สิ่งที่สูญสลาย
    ในเชิงปรัชญาหรือแม้แต่จิตวิทยาก็ล้วนกล่าวอ้างถึงความหมายในการดำเนินชีวิตหรือการกระทำที่มีความหมายลึกซึ้งภายในหัวใจ แต่หากความหมายเบื้องหลังทุกสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่สูญสลายได้ ความคิด วาจา และการกระทำก็ย่อมสูญสลายตาม หากการกระทำที่สูญสลายเกิดจากวิธีการที่ผิด (Perishable mean) ก็คงเกิดจากสำนึกรู้ที่บิดเบี้ยวในตนเอง ทุกอย่างสูญสลายเนื่องจากความไม่รู้ มนุษย์จึงอ่อนแอลงทุกที แท้จริงแล้วพ่อบอกว่าเราทุกคนล้วนแต่มีสิทธิโดยกำเนิดที่จะอยู่อย่างเต็มเปี่ยม แต่หากเราไม่ตระหนักถึงสิทธินั้น ก็ไม่มีใครบนโลกประกาศสิทธิได้อย่างสมบูรณ์ (คลิกอ่าน)

    ความกลัว
    คือกิเลสที่เชื่อมตรงกลางระหว่างกิเลสสองตัว หากเปรียบกับกองทัพแล้ว อีโก้คือแม่ทัพ ความกลัวก็คือหัวหน้ากองที่สั่งการลงไปที่ทหารราบแห่งความไม่พอใจอีกที ดังนั้นมีความกลัวเมื่อไหร่ก็มีความเสี่ยงอย่างมากที่ความกลัวจะไปปลุกกิเลสตัวหยาบๆขึ้นมา และหากมีความกลัวอยู่ภายในก็มั่นใจได้เลยว่า ต้องมีกิเลสที่ใหญ่กว่าบงการอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นการที่จะอยู่ในกองทัพของพระเจ้าได้มั่นคงและเข้มแข็ง คุณธรรมหลักคือปราศจากความกลัว แต่การที่เราจะปราศจากความกลัวได้นั้น เราไม่ได้ทำงานกับความกลัวโดยตรง แต่เราจำเป็นต้องจบสิ้นกิเลสที่อยู่เบื้องหลังความกลัว (คลิกอ่าน)

  • การปฏิบัติจริง ตามศรีมัท คือ การคงสำนึกของการเป็นดวงวิญญาณ
    นั่งเงียบๆในการฝึกจิตใจ ใช้สติปัญญาที่จะเตือนตนเองว่า ‘ฉันเป็นดวงวิญญาณ’ และมีประสบการณ์ของความงาม ในสภาพที่เป็นดวงวิญญาณ ซึ่งรู้ว่าตนเองนั้นแท้จริงไม่ใช่ร่างกาย นี่คือสาระของงานที่ฉันจะต้องทำ เพียงแต่ให้เวลากับการฝึกฝนสำนึกนี้ เพื่อที่ฉันจะก้าวต่อไป

    การคงสำนึกของการเป็นดวงวิญญาณตลอดทั้งวัน ขณะที่ทำกิจกรรมต่างๆ คือความเพียรพยายามในการจัดการนิสัยที่ฝังรากลึกที่ดึงเราออกไปจากจิตสำนึกของการเป็นดวงวิญญาณ ให้กลับคืนจิตสำนึกของการเป็นร่าง จิตสำนึกของการเป็นดวงวิญญาณ เหมือนปรอทไหลลื่นแล้วก็หายไป

    ลองนึกภาพตนเอง เป็นผู้แสดงอยู่บนเวที หรือเป็นคนขับรถ เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับสติปัญญา ในการทำงานเพื่อช่วยให้ ฉันเปลี่ยนวิธีการคิด รู้สึก และกระทำ เป็นการเปลี่ยนแปลงตนเองและเปลี่ยนแปลงธรรมชาติของการกระทำ

    เมื่อฉันตระหนักรู้ตนเองว่าเป็นดวงวิญญาณ คุณสมบัติดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปของดวงวิญญาณนั้นก็ถูกดึงขึ้นมาเป็นเอกลักษณ์ ให้รู้สึกเติมเต็ม โดยไม่จำเป็นต้องมองหาจากภายนอก ชีวิตทางจิตนั้นไม่มีขีดจำกัด เป็นเหมือนการตักน้ำขึ้นมาจากบ่อลึกที่หยั่งไม่ถึงก้นบ่อ ฉันสามารถดื่มน้ำได้มากเท่าที่ฉันพอใจ (คลิกอ่าน)

  • สิ่งที่ตรงกันข้ามระหว่างจิตสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณกับจิตสำนึกที่เป็นร่าง
    (The Contrast Between Soul Consciousness & Body Consciousness)

    ขอบคุณซิสเตอร์ เดนิส ผู้บุกเบิกเส้นทางของชาวตะวันตกมุ่งสู่บูรพาทิศที่สามารถให้ข้อคิดด้วยจิตสำนึกที่ลึกล้ำในการเป็นดวงวิญญาณ

    จิตสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณเกิดมาจากประสบการณ์ของตนเองว่า เป็นดวงวิญญาณ จากความเข้าใจนิยามว่า ฉันดวงวิญญาณ เป็นจุดแห่งแสงที่มีชีวิต ที่ไม่มีตัวตน มีองค์ประกอบคือ ความบริสุทธิ์ ความสงบ ความรัก พลัง และปิติสุข การตระหนักว่าตนเองเป็นเช่นนี้ เราจึงต้องฝึกฝนจนสามารถที่จะปลุกเรียกประสบการณ์ของการมีชีวิตอยู่เช่นนี้ การใช้จิตใจสร้างภาพของตนเองที่มองไม่เห็น เป็นอมตะ มีความละเอียดอ่อน สามารถทำให้ตนเองมีประสบการณ์ในตนเองได้ ฉันเป็นฉัน หรือโอม คือความสงบโอมชานติ กลายเป็นการแนะนำตนเอง เราแนะนำตนเองให้แก่ตนเอง ว่าเราเป็นผู้ที่สงบ ละวาง

    จิตสำนึกที่เป็นร่าง คือสภาวะที่วนเวียนของจิตใจที่ไม่รู้จบ จากความคิดหนึ่งไปอีกความคิดหนึ่ง เกี่ยวโยงกันแต่ไม่มีการเชื่อมกันได้ เราสร้างเอกลักษณ์ของตนเองขึ้นมาบนฐานของร่างกาย มองเห็นบุคลิกภาพของตนเอง จากการเปรียบเทียบกับผู้อื่น การมองเห็นตัวเองว่ายิ่งใหญ่กว่าหรือด้อยกว่าผู้อื่น อารมณ์ที่ไม่ดีเป็นเชื้อเพลิงทำลายทิวทัศน์ภายใน (ที่สวยงามของตนเอง) และยังใช้เทคนิคในการหลีกเลี่ยงความรู้สึกของตนเอง ฉันสร้างหน้ากากที่หลอกลวงไว้ ทำให้รู้สึกดีขึ้น เรามีการชี้แจงอย่างมีเหตุผลกับการกระทำที่อ่อนแอของตน…
    (คลิกอ่าน)

  • ศรีมัท คือที่สุดของมาตรวัด (Shrimat is ultimate yardstick)
    การกำหนดทิศทางของพระเจ้าคือตัวโน้ตทางจิตวิญญาณ ที่สร้างให้เกิดเสียงดนตรีชีวิต เรียกว่า ศรีมัทแปลว่าการกำหนดทิศทางที่สูงส่ง ศรีมัทมาจากพ่อทางจิตที่เป็นไปเพื่อลูกทางจิต เมื่อทำตามศรีมัทจะสร้างพลังให้แก่ดวงวิญญาณทำให้มองเห็นทางอย่างชัดเจนและสามารถที่ชี้ทางนี้ให้แก่ผู้อื่นได้ ศรีมัทเป็นทางที่จะชี้ให้ลูกไปสู่ความสุข ขณะที่ลูกเดินทางอยู่ในหนทางทางจิตนี้จงสำนึกรู้อยู่เสมอว่าลูกได้รับการค้ำจุนจากมือของศรีมัทและได้รับความเป็นมิตรร่วมมือของท่าน มือที่วางบนศีรษะเป็นมือที่ให้พร ที่เป็นสิริมงคลและมือที่ลูกจับไว้เป็นมือของความร่วมมือและความเป็นมิตรจะต้องไม่หลุดออกไปจากชีวิตของลูก หากมือหลุดไปลูกก็จะอยู่อย่างอ่อนแอนั่นก็จะกลายเป็นอุปสรรคพ่ออยู่กับลูกเมื่อลูกจดจำพ่อ และมายาก็จะอยู่ในรูปของอุปสรรคที่ปรากฏออกมาเมื่อลูกอ่อนแอ เมื่อลูกกล้าหาญและจดจำพระเจ้าจะได้รับการช่วยเหลือในทุกย่างก้าว เพราะความรักนั่นเองที่อยู่ในทุกขณะในสถานการณ์ใดก็ตามบาบาเป็นผู้นำทางลูก ในขณะที่บาบาบอกลูกให้ทำสิ่งใดๆในฐานะผู้สังเกตการณ์ท่านเฝ้ามองว่าลูกทำอะไร พ่อให้ศรีมัทแก่ลูกและลูกก็เข้าใจอย่างแท้จริง ศรีมัททำให้ทั้งโลกกลับมาสูงส่ง

    การสะสมการกระทำที่ผิดในดวงวิญญาณที่เป็นผลของประสบการณ์ที่ยากลำบากมากมายของลูก ลูกได้รับความทุกข์จากการกระทำที่ผิดของลูกเอง เวลานี้พ่อคือผู้ให้ความสุขแก่ลูก ลูกจงทำตามศรีมัท ในหนทางของความรู้มีกฎที่เข้มงวดมาก ที่พ่อได้อธิบายแก่ลูก ขอให้ลูกจงระมัดระวัง การทำตามทิศทางที่พ่อกำหนดเป็นเพียงการนำความสุขมาให้เท่านั้น ไม่ใช่การบีบบังคับ ลูกได้รับศรีมัทก็เพื่อประโยชน์ของตัวเอง จงจดจำว่า พ่อที่ไม่มีขีดจำกัดมาเพื่อให้ประโยชน์แก่ทุกคน เมื่อลูกได้รับคุณประโยชน์ลูกก็ต้องให้แก่ผู้อื่นเช่นกัน ลูกจะกลายเป็นผู้ที่สูงส่งที่สุดจากมนุษย์ธรรมดา ด้วยการทำตามทิศทางที่พ่อกำหนดจงอยู่อย่างปราศจากความกลัวในการทำตามทิศทางที่พ่อกำหนดนี้ พ่อมาครั้งเดียวในวงจรเพื่อมาให้ศรีมัทแก่ลูก ในยุคบรรจบพบกันที่เป็นสิริมงคลนี้ ที่การพบปะในหนทางของความไม่รู้ กับหนทางของความรู้แจ้งมาบรรจบกัน พ่อมาเปลี่ยนทั้งโลกด้วยการชี้ทางนี้ พ่อทำให้สติปัญญาของลูกสูงส่ง ที่ทำให้ลูกมีพลังแยกแยะว่าสิ่งใดเป็นสัจจะ สิ่งใดเป็นความหลอกลวง ศรีมัทแรกคือ ให้พิจารณาตนเองว่าเป็นดวงวิญญาณเป็นผู้ที่ปราศจากร่างและจดจำพ่อผู้เป็นสัจจะ ผู้มีชีวิต และผู้ปิติสุข ลูกจะสามารถจดจำดวงวิญญาณสูงสุดเมื่อลูกพิจารณาตนเองว่าเป็นดวงวิญญาณเท่านั้น ศรีมัทจึงเป็นรากฐานของการกำหนดทิศทางอื่นๆ จงใส่ใจประเด็นนี้แล้วการกำหนดทิศทางอื่นๆจะง่ายมาก เรียกวิธีนี้ว่า “มานมานะภาฟ” หากลูกมีความรักในสติปัญญามากแค่ไหนก็จะเข้าใจและฝึกฝนได้มากเท่านั้นแล้วชีวิตของลูกจะปลอดภัย (คลิกอ่าน)
    (คลิกอ่านเฉพาะหัวข้อต่อ)
กิจกรรมเดือน พฤศจิกายน 2561

พฤหัส 8 พ.ย. 61 ณ บ้านริมทะเลสาบ ปทุมธานี
ช่วงเวลาตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม เราฉลองเทศกาลแห่งแสง(Diwali) ด้วยการจุดแสงแห่งปัญญา เพื่อเดินหน้าต่อไป จนกระทั่งถึงเวลาเริ่มต้นของอาณาจักรแห่งเทพในยุคแห่งสัจจะ หลังจากการกอบกู้อาณาจักรภายในด้วยอำนาจการปกครองตนเอง ที่มีมายาหรือกิเลสเป็นอุปสรรคตลอดเส้นทางของการหลุดพ้นจากนรกในยุคเหล็กไปสู่สวรรค์ในยุคทอง
ในหนทางของความรู้ที่เป็นสัจจะ เรากำลังประกาศสิทธิ์ในการได้รับ ทิลัค (Tilak) มงกุฎ (Crown) และ บัลลังก์ (Throne) มาสร้างอาณาจักรที่เต็มไปด้วยความมั่งคั่งทั้งภายในภายนอก ขณะที่หนทางของความเลื่อมใสศรัทธาที่ยังมีการกราบไหว้บูชาพระนางลักษมี เทวีแห่งความมั่งคั่งในเทศกาลดิวาลีมาจนกระทั่งบัดนี้
น้องอาร์ทแบ่งปันประสบการณ์ (คลิก)

16-19 พ.ย. 61 เชียงใหม่
วันเกิดทางร่างวัย 67 ของพี่หล้า คือ วันที่ใช้เวลากับผู้ให้กำเนิด -มารดาวัย 94 ที่จังหวัดเชียงใหม่
พร้อมกับการต้อนรับน้องใหม่(จากหาดใหญ่) ที่พี่ธรสอนบทเรียนราชาโยคะ ณ ศูนย์การเรียนรู้ 'เปรม' และร่ำลาทีมงานจัดรายการ Spiritual Spa กับ connection Spa ของน้องตู่ (คลิกอ่านประสบการณ์)
มาเซอร์ ผู้สูงส่งสวยงามตามมาเรียน
ราชาโยคะ ณ ศูนย์นนทบุรี

เสาร์ 24 พ.ย. 61 ณ OZ Studio นนทบุรี
การทำบุญเริ่มขึ้นที่บ้าน เป็นหัวข้อที่เราทำกิจกรรมสร้างสรรค์ บรรยากาศของครอบครัวทั้งทางโลกและทางจิตร่วม 50 คน ด้วยการสนับสนุนของเจ้าของ OZ Studio แห่งนี้คือน้อง Oak และ น้อง Stop (อดีตเจ้าของสมญา Pretty เงินล้าน)

"กลุ่มอาหารบริสุทธิ์" รวมกำลังเลี้ยงรับรองและต้อนรับแขกนอกบ้านก่อนเข้าร่วมรายการในบ้าน ซึ่งมีน้อง Stop ทำหน้าที่เป็นพิธีกรหลักสัมภาษณ์กลุ่ม 'พูดจริงทำจริง' ของผู้เป็นแม่ 'แม่เก๋ แม่เจี๊ยบ แม่โอ๊ค' หลังจากที่พี่หล้าเปิดรายการ ให้ความสำคัญของ 'บ้าน' และสิ่งแวดล้อมภายใน

ภาพโลกที่สวยงามของน้อง Stop และน้อง Oak

ความสงบเงียบคือจุดเเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่
ขอบคุณสำหรับพลังความสงบเงียบที่พี่น้องส่วนใหญ่ได้ร่วมกันสร้างจากการเชื่อมโยงที่ถูกต้อง และการสื่อสารที่ถูกต้อง(Good connection, Good communication) 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของเดือนพฤศจิกายน คือการปฏิบัติจริงที่บาบา มหาสมุทรแห่งความสงบได้มอบประสบการณ์พิเศษในความเงียบสงบให้เป็นของขวัญ ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการชำระหนี้กรรม ด้วยกิจวัตรประจำวัน ที่เน้นสำคัญทั้ง 5 ประการ ตามตารางเวลานาฬิกาชีวิต เพื่อพัฒนาจิตวิญญาณ เริ่มจากการดูแลเอาใจใส่ตนเอง ขณะที่ต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว หน้าที่การงาน และโลก
  • การสนทนาจากใจถึงใจกับบาบาเวลาอมฤต(ตี 4)
  • การฟังมูร์ลีที่ศูนย์ แทนการรับฟังทาง Internet หรือการอ่าน
  • การเตรียมอาหารด้วยตนเอง และมอบถวาย(offer) ให้บาบาชำระให้บริสุทธิ์
  • การหยุดการจราจรของจิตใจทุกระยะ 5 ครั้งต่อวัน
  • การทำสมาธิเย็น และแบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งได้บันทึกเสียงนั้นไว้ให้แรงบันดาลใจตลอดไป ตัวอย่างเช่น
คลิกที่ชื่อเพื่อฟังเสียง --> แม่ปุ้ม ....และน้องใหม่ในศูนย์นนท์... แม่หน่อย, น้องน้ำผึ้ง, น้องกระต่าย น้องมาศ, พี่มณีรัตน์, พี่หน่อย, พี่ยงยุทธ,

ทั้ง 3 ท่านสุดท้ายนี้ได้แบ่งปันภาพโลกที่สวยงาม ตามบทบาทและหน้าที่

พี่อำนวย - เจ้าของร้านอาหารเจ

ที่หน่อยและพี่ยงยุทธ - ชีวิตคู่อยู่ในตำแหน่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

ข้อความจาก 10 หนทางของการเปลี่ยนแปลงโลก ได้จัดพิมพ์ไว้ในบัตรพรด้วยภาษาต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปปฏิบัติได้ง่าย หวังว่าท่านจะสามารถสะสมบัตรพรทั้ง 10 หนทางจากรายการของแต่ละเดือน (มีนาคม-ธันวาคม 2561)


โอมชานติ

© 2019 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.