Living Simply
ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย


ใช้ทรัพยากรของจิตใจ อารมณ์ ร่างกาย
วัตถุธาตุอย่างชาญฉลาดและระมัดระวัง
บนฐานของความจำเป็นมากกว่าความอยากปรารถนา
ด้วยความรับผิดชอบต่อ
การเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์แก่ผืนโลก


ความเรียบง่าย (Simplicity) เติบโตมาจากรากฐานอันศักดิ์สิทธิ์ของคุณธรรม และคุณค่าทางจิตที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้มีความมั่งคั่ง ซึ่งปรากฏชัดใน ทัศนคติ คำพูด กิจกรรม และวิถีทางในการดำเนินชีวิต

ผู้มีวิสัยทัศน์ที่ติดอยู่กับความฉาบฉวยภายนอก อาจมองว่า ความเรียบง่ายเป็นธรรมชาติที่เป็นสิ่งธรรมดา ไม่น่าสนใจ แต่สำหรับ ศิลปินที่มีความลึกล้ำ ละเอียดอ่อน แค่การเหลือบมองเพียงชั่วขณะ ความเรียบง่ายกลับให้แรงบันดาลใจในการสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่

การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย กับความคิดที่สูงส่ง
ความเรียบง่ายได้รวมความอ่อนหวานและการมีปัญญาไว้ด้วยกัน นั่นคือความกระจ่างชัดของจิตใจและสติปัญญา ผู้ที่มีความเรียบง่ายจะเป็นอิสระจากความคิดที่หนักหน่วงและซับซ้อน หรือความคิดนอกเรื่อง สติปัญญาจึงเฉียบแหลมและตื่นตัว

ความเรียบง่ายนั้นปราศจากความหลงทะนงตน เปรียบเช่นผู้ที่มีคุณธรรม ได้สละละทิ้งการครอบครองเป็นเจ้าของ และเป็นอิสระจากความต้องการทางวัตถุ ซึ่งคอยรบกวนสติปัญญา ทำให้หลงวนอยู่ในเขตแดนที่ไร้ประโยชน์

การจบสิ้นความปรารถนาใด ๆ มิได้หมายถึงการหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ตรงกันข้าม กลับมีทุกสิ่ง รวมทั้งความเต็มเปี่ยมภายในที่ปรากฏให้เห็นบนใบหน้า เป็นความไร้เดียงสาต่อสิ่งที่มากระทบ รบกวน ความอ่อนแอและความโกรธ จึงมีความสง่างามและความสูงส่ง ที่ปราศจากมายา แสดงออกในพฤติกรรม ความเรียบง่ายคือความเป็นเด็กไร้เดียงสาพร้อมกันกับความเป็นนายที่ฉลาดปราดเปรื่อง ซึ่งสอนให้รู้จักการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายกับความคิดที่สูงส่ง ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

ความงามคือสัจจะ
ความเรียบง่ายคือสัจจะ ความงามแห่งสัจจะนั้นแสนจะเรียบง่าย และทำงานในลักษณะเล่นแร่แปรธาตุ ไม่ว่าจะมีสิ่งหลอกลวงมาปรากฏอยู่เบื้องหน้ามากเพียงใด ก็ไม่สามารถที่จะบดบังแสงแห่งสัจจะไว้ได้ สัจจะกระจายสาระที่ลึกล้ำออกไปสู่หมู่ชน ด้วยภาษาที่เรียบง่าย ผู้นำสารแห่งสัจจะมักอยู่ในรูปแบบที่ธรรมดา ดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย และใช้หนทางสายกลางในการสื่อสารสัจจะนั้น ด้วยคำพูดและการแสดงออกที่งดงาม สูงส่ง ผู้นำสารเหล่านี้ เปรียบเช่นช่างเจียระไนเพชรพลอยที่ซื่อตรงต่ออาชีพของการทำให้เพชรพลอยทุกเม็ดไร้ตำหนิและมีคุณค่า

ความงามคือการชื่นชมในสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิต ซึ่งบางครั้งก็อาจมองไม่เห็นหรือไม่ปรากฏชัดต่อโลก

ความเรียบง่ายคือการชื่นชมความงามภายใน และตระหนักรู้ในคุณค่าและศักดิ์ศรีของนักแสดงทุกคน แม้กระทั่งผู้ที่ยากจน และเลวร้ายที่สุด

จรรยาของความเรียบง่าย
สิ่งเกื้อหนุนอันดับแรกในการพัฒนา คือจรรยาของความเรียบง่าย

ความเรียบง่ายสอนให้เข้าใจถึงการประหยัด และการลงทุนด้วยความกระจ่างชัด ทั้งมีความซื่อสัตย์ต่อความต้องการของตน ความเรียบง่ายจึงเปรียบเช่นมโนธรรม ซึ่งเรียกร้องให้ทบทวนคุณค่าภายใน

ความเรียบง่าย รู้เท่าทันการล่อลวงในทางจิตวิทยา กระตุ้นความต้องการในสิ่งที่ไม่จำเป็น ก่อให้เกิดการขัดแย้งของค่านิยม และความสับสนมากยิ่งขึ้น จากความโลภ ความกลัว แรงกดดันจากเพื่อนฝูง และการรู้จักตนเองอย่างผิดๆ เมื่อได้รับการตอบสนองให้มีการดำเนินชีวิตที่สะดวกสบาย สิ่งฟุ่มเฟือยจึงกลายเป็นสิ่งที่เย้ายวนให้ตามใจตนเองเกินควรเป็นการสิ้นเปลือง ด้วยข้ออ้างในการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่กลับผลักดันให้ผู้อื่นตกอยู่ในสภาวะยากจน หรือการทำให้ฝ่ายหนึ่งจำต้องเสียสละ เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งมั่งคั่ง ร่ำรวย นี่คือความอยุติธรรมในโลก

ความเรียบง่ายช่วยลดช่องว่างระหว่าง 'คนมี' กับ 'คนไม่มี' โดยการแสดงให้เห็นหลักการของเศรษฐกิจที่แท้จริง นั่นคือ หารายได้ เก็บออม ลงทุน กระจายการเสียสละและความเจริญก้าวหน้าไปให้ทั่วถึง เพื่อทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าเขาจะถือกำเนิดมา ณ ที่ใด
(ตัดตอนมาจากหนังสือ คุณค่าเพื่อชีวิต Living Values 12 ประการหลัก ของ บราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก สำหรับนักการศึกษาทั่วโลก)

ในเดือนมิถุนายนนี้ เราได้เรียนรู้จักนิยามของชีวิตที่เรียบง่าย รวมทั้งสุภาษิตที่แต่ละคนสามารถนำไปประกอบการไตร่ตรองร่วมกับคุณธรรมประจำตัวของแต่ละเดือน และกิจกรรมในเดือนนั้น เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปเพิ่มคุณค่าของความสัมพันธ์ และกิจกรรมต่างๆ

    ชีวิตที่เรียบง่าย
  • สามารถขจัดกิเลสภายใน ไม่ใช่การละทิ้งสิ่งใดภายนอก เป็นการกลับคืนสู่ความบริสุทธิ์จึงหลุดพ้นจากความซับช้อนและสับสนในตนเองและในความสัมพันธ์กับผู้อื่น
  • มีความสะอาดโปร่งใส ไม่หลอกลวงหรือแอบช่อนสิ่งใดให้ระแวงสงสัย จึงเป็นแสงสว่างชี้หนทางให้ผู้อื่นทำตามด้วยความไว้วางใจ
  • มีสำนึกที่ไม่มีตัวตน เป็นดวงวิญญาณ จุดแห่งแสงที่มีชีวิต มีการทำงานร่วมกันของจิตใจ สติปัญญา และจิตใต้สำนึก เพี่อใช้ความคิด คำพูด และ วิถีทางชีวิตที่ละเอียดอ่อน เป็นกระจกสะท้อนความงามที่ให้คุณประโยชน์ ตลอดไป
  • เป็นอิสระจากความวิตกกังวลเที่ยวกับอดีต และอนาคต ขณะที่อยู่กับ ปัจจุบัน ด้วยการใช้เวลาและความคิดไตร่ตรองคำสอนของสิ่งสูงสุด เพี่อพัฒนาความสูงส่งที่ไร้เดียงสาต่อมายา แต่มีพลานุภาพแห่งความรู้ ที่เป็นสัจจะ
    สุภาษิต
  • ความเรียบง่าย คือความถ่อมตน
  • ผู้ที่เรียบง่ายนั้นมีความเป็นธรรมชาติและซื่อสัตย์
  • หากต้องการจะสื่อความหมายกับทุกคน ต้องมีความเรียบง่าย
  • ผู้ที่เรียบง่าย จะมีผู้รับฟังด้วยความตั้งใจ เพราะรู้ว่าเขาไม่มีอะไรเคลือบแคลงแอบแฝงในการกระทำ
  • คุณสมบัติที่ยิ่งใหญ่ของความเรียบง่าย คือ ความคิด คำพูด และ การกระทำ นั้นเป็นสิ่งเดียวกัน
  • การเป็นผู้ที่เรียบง่าย คือการอยู่อย่างเป็นอิสระจากความเสแสร้งแกล้งทำ และความรู้สึกผิดใดๆ
  • สัจจะนั้นเรียบง่ายและลึกล้ำเสมอ
  • เมื่อพูดถึงสัจจะด้วยความเรียบง่าย ก็สามารถทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้โดยตรง

กิจกรรมในเดือนมิถุนายน 2561

5-12 มิ.ย. 61 ณ ศูนย์การเรียนรู้ของบราห์มา กุมารี ประเทศฟิลิปปินส์ เมืองตากอากาศ Tagaytey
พี่หล้าเดินทางไปร่วมรายการ 'Asia-Pacific NC/CC Retreat' ในหัวข้อ NIMIT - Responsibility with Humility นิมิต (ผู้เป็นเครื่องมือ) ความรับผิดชอบด้วยความถ่อมตน

เป้าหมายและวัตถุประสงค์
  • ส่งเสริมความสำคัญของความรู้สึกเบาสบาย ขณะที่ทำตามความรับผิดชอบ
  • มีประสบการณ์ว่า บาบา คือ ผู้ให้แรงบันดาลใจ (Karakaravanhar) ในทุกย่างก้าว
  • ให้แรงบันดาลใจให้ผู้อื่นร่วมมือโดยการเป็นตัวอย่าง
ผู้แทนทุกประเทศในแถบทวีปเอเชียและออสเตรเลีย เข้าร่วมรายการประมาณ 60-70 ท่าน โดย senior 4 ท่าน แบ่งปันประสบการณ์ของการเป็นเครื่องมือของพระเจ้า ในการพัฒนาจิตวิญญาณ


ดร.เนอร์มาละ คาจาเรีย
Regional - Coordinator (R.C.)
ผู้ประสานงานประจำภูมิภาค
(คลิกอ่าน)

บราเตอร์ชาลี ฮอร์ก
National - Coordinator (N.C.)
ผู้ประสานงานประจำ
ประเทศออสเตรเลีย
(คลิกอ่าน)

ซิสเตอร์มีร่า
ผู้อำนวยการจากประเทศมาเลเซีย
(คลิกอ่าน)

ซิสเตอร์ราชินี
ผู้อำนวยการจากประเทศญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์
(คลิกอ่าน)

วันแรกเราพบกันในบรรยากาศของ Garden Party
วันสุดท้าย เราได้ร่วมพิธี Grand Award Ceremony โดยมอบประกาศนียบัตรที่เป็นบทสรุปเนื้อหาสาระของการเป็นเครื่องมือ รวมทั้ง สมญาซึ่งจัดเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษตามคุณลักษณะของแต่ละคน
ส่วนพี่หล้า(B.K.La) ให้รับสมญา Master Almighty คือผู้ทรงอำนาจที่ยิ่งใหญ่ พี่หล้าจึงนำคำพูดของบาบามาไตร่ตรอง ให้เกิดความภาคภูมิใจที่บริสุทธิ์ ขณะที่อยู่ในกระบวนการใช้อำนาจของสัจจะด้วยความถ่อมตน ทุกการยกย่องของพระเจ้าหรือเครื่องมือที่ถ่อมตน คือพรที่ส่งผลแก่ชีวิตจริง ตรงกันข้ามกับการยอมรับการยกย่องของผู้ใดด้วยความหลงทะนง 'พร' นั้นกลายเป็นเหตุที่สร้างความเป็นศัตรู
แปลไทย
นิมิต
เครื่องมือ
(คลิกอ่าน)

พ่อสูงสุดคือผู้ทรงอำนาจที่เราต้องเรียนรู้จักท่านอย่างแท้จริง (คลิกอ่าน)

บนผนังอาคาร
ศูนย์การเรียนรู้นี้ได้บันทึก
  ประวัติศาสตร์ทางจิตวิญญาณ  
ของมนุษยชาติไว้
บราห์มา กุมารีและเครือข่ายทั่วโลกมากกว่า 9000 ศูนย์ใน 130 ประเทศ สนับสนุนการพัฒนาด้านต่างๆ : - การศึกษา - ความเสมอภาคของชายหญิง - การยกระดับสตรี - สุขภาวะทางกายและจิตวิญญาณ - สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
บราห์มา กุมารี เชื่อมั่นในความก้าวหน้าของโลกจะเกิดขึ้นเมื่อ ความคิด คำพูด และการกระทำของแต่ละบุคคลสอดประสานกับสัจจะและหลักการที่เป็นสากล
ภาพโลกของความสุขอย่างเป็นธรรมชาติเช่นที่ทุกคนต้องหายใจ คือแรงบันดาลใจของบราห์มา กุมารี ในการอุทิศตนเพื่อช่วยเปลี่ยนภาพนั้น ให้กลายเป็นจริง
ในฤดูหนาวของ
จิตวิญญาณ
ความเงียบสงบ...
ดูเหมือนเป็น
ความนิ่งที่ปลุกเรียก
ฤดูใบไม้ผลิ
แม้การหาเวลาที่จะเข้าใจว่า ความรักคืออะไร ก็คือสิ่งแรกที่แสดงถึงความรัก
ความรักเปลี่ยนทุกสิ่ง...ทุกอย่าง
บราห์มา กุมารีเห็นคุณค่าทางจิตวิญญาณ และคุณความดีของมนุษย์ทุกคน
ทุกสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เริ่มด้วยภาพของความคิดในจิตใจ(Vision)
บราห์มา บาบา พ่อค้าเพชร ผู้เป็นที่เคารพนับถือ ได้ทำเครื่องประดับมงกุฎให้แก่กษัตริย์เมืองต่างๆ ... ท่านได้รับนิมิตของโลกที่ปั่นป่วนในการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ท่านกลับเพียรพยายามที่จะบรรลุถึงสภาวะการเข้าสู่โลกใหม่แห่งสวรรค์ในที่สุด นั่นคือโลกที่มีอำนาจการปกครองของความสงบ ความบริสุทธิ์ ความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ ความรัก และความสุข...
จากวัย 60 ถึง 93 (ค.ศ.1936-1969) ท่านใช้เวลา 33 ปีของชีวิตที่เทพนิมิตรต่างๆ เหล่านี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ท่านอุทิศชีวิตและความมั่งคั่งให้แก่การหล่อเลี้ยงและดูแลเอาใจใส่บราห์มา กุมารี

To sit on the throne of humility and to wear the crown of responsibility is greatness.
การนั่งบนบัลลังก์ของความถ่อมตนและสวมมงกุฎของความรับผิดชอบ คือความยิ่งใหญ่


พลังและความรับผิดชอบ
Power and Responsibility


การพัฒนาจิตสำนึกว่าตนเป็นดวงวิญญาณนั้นง่าย แต่เราจำเป็นต้องหล่อเลี้ยงสำนึกนี้ไว้ด้วยความรับผิดชอบ การเริ่มวันใหม่ด้วยการฝึกจิตใจย่อมเพิ่มพละกำลังให้แก่ความคิด ความรู้สึก และการบันทึกไว้ในร่องความจำ เมื่อเรามีการกระทำและความสัมพันธ์กับผู้อื่น คุณลักษณะที่ดีเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อทัศนคติ สายตา และพฤติกรรม เช่นที่กล่าวว่า เมื่อฉันเปลี่ยน โลกรอบตัวฉันเปลี่ยน เพราะพลังงาน 'บวก' ที่ฉันนำเข้ามาสู่สถานการณ์นั้น เป็นคลื่นกระทบกระจายออกไป.

ในสำนึกที่เป็นร่างกาย เมื่อการสะท้อนกลับของความเป็นลบของฉันเองไล่ตามทันฉัน หัวใจของฉันก็หดหู่ โลกของฉันก็เหี่ยวเฉา ฉันจะตัดขาดจากผู้อื่นและเข้าไปสู่โลกส่วนตัวที่คุ้นเคย เพื่อจำกัดการปฏิสัมพันธ์ แต่ในสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณ ฉันตระหนักรู้ถึงศักยภาพที่มากมายมหาศาล เพียงแต่ต้องรับผิดชอบต่อตนเอง

ในสิ่งที่ฉันเลือกสำหรับชีวิตของฉัน... ความคิด ความรู้สึก และอารมณ์ และผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมาในบุคลิกภาพ ฉันรับผิดชอบต่อการตอบรับกับผู้คนและสถานการณ์ ก่อนหน้านั้นฉันสูญสิ้นความสามารถที่จะตอบรับในทางที่ถูกต้อง เวลานี้ฉันรู้ว่าฉันกลับมาเข้มแข็ง (คลิกอ่านต่อ) (สรุปสาระจาก ซิสเตอร์แจนที ผู้ประสานงานประจำภูมิภาคยุโรป )

การตรวจสอบตนเอง ในปีของการจบสิ้น (The Year of Completion 2018)
เราใช้เวลา 1 วันสำหรับการสำรวจตนโดยไม่มีการสนทนาใดๆ เริ่มด้วยการตอบคำถามของ ดร.เนอร์มาละ เพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับการจบสิ้นโลกเก่า ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์ในที่สุด
  1. ฉันได้ละทิ้งแล้วหรือไม่? : “ฉัน” และ “ของฉัน” “สิ่งที่เป็นของฉัน” – ร่างกาย เพื่อนฝูง ศูนย์ นักเรียน ทรัพย์สมบัติ
  2. ฉันได้เปลี่ยนแปลงทางโลกให้เป็นทางจิตแล้วหรือยัง ฉันมองดูพวกเขาอย่างเป็นพี่น้อง – ลูกของบาบาหรือไม่ ฉันมีบ่วงกรรม หรือ ความรับผิดชอบหรือไม่
  3. ฉันมีการวางเฉยอย่างสมบูรณ์ในโลกเก่าหรือไม่ ฉันมีความต้องการที่ท่องเที่ยวไปทั่ว ฉันมีความอยากความปรารถนาที่จะซื้อ เสื้อผ้า กระเป๋าถือ รองเท้า โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ และรับประทานอาหาร ใหม่ๆ หรือไม่
  4. ฉันมีความหลงทะนง หรือสูญเสียการรู้ค่าในตนเองหรือไม่ ฉันกำลังทำความเพียรพยายามอะไรที่จะเอาชนะสิ่งนี้
  5. ฉันตื่นขึ้นเพื่ออมฤตเวลา (ตี 3-5 )เสมอ และ จดจำผู้เป็นที่รักของฉันด้วยความรักที่ลึกล้ำหรือไม่
  6. ฉันสูญเสียเวลาใน 1) การมองดูผู้อื่น 2) คิดเกี่ยวกับผู้อื่น 3) ฟังการซุบซิบนินทา หรือไม่ ฉันให้คุณค่าแก่เวลาของฉันหรือไม่ และไม่เสียเวลา(มากกว่าครึ่งชั่วโมง)ในการดูทีวี เฟสบุ้ค ข่าว หรือไม่
  7. ฉันกำลังใช้ความคิด เวลา เงินทอง พลังงาน อย่างมีค่าหรือไม่
  8. ฉันไตร่ตรองมุร์ลี และพยายามที่จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่
  9. ฉันอยู่อย่างไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนใน ชื่อเสียง คำประณาม ความเคารพ การดูถูกดูหมิ่น กำไร ขาดทุนหรือไม่
  10. ฉันได้รับประกาศนียบัตรทั้งสามหรือไม่ ? : พอใจกับตนเอง บาบาพอใจกับฉัน และผู้อื่นพอใจกับฉัน
  11. อะไรคือช่องว่าง (ความต่างเป็นเปอร์เซ็นต์) ระหว่างฉันและ บราห์มา บาบา ความเพียรพยายามอะไรที่ฉันกำลังทำเพื่อกลับมาทัดเทียมกับบาบา เมื่อไรที่จะเป็นเช่นนั้น
  12. ฉันมีความสุขเสมอ ไร้กังวล กระตือรือร้นหรือไม่ ความอ่อนแอใดที่ฉันกำลังพยายามเอาชนะ ฉันใช้กลวิธีใด
  13. บาบาพูดว่า : 1) 8 ชั่วโมงสำหรับร่างกาย 2) 8 ชั่วโมงสำหรับงานรับใช้ของบาบา และงานทางโลก 3) อีก 8 ชั่วโมง ฉันมีกี่ชั่วโมงของโยคะประจำวัน
  14. ฉันพร้อมเสมอหรือไม่ เมื่อใดที่ฉันจะกลับมาพร้อมเสมอ
8 มิ.ย. 61 ณ โรงเรียนภารตวิทยาลัย เสาชิงช้า เวลา 14.30-15.30 น.
การให้บทเรียนราชาโยคะครั้งที่ 3 นี้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องกฎแห่งกรรม พี่ชัยสาธิตแสดงกฎข้อที่สามของนิวตัน กิริยา เท่ากับปฏิกิริยาในทิศทางตรงกันข้าม โดยโยนลูกบอล และลูกเทนนิส เป็นการใช้สื่อที่ดีมาก เราเน้นการสร้างสุขกรรม ที่ให้ความสุขคือทำกรรมในการตระหนักรู้จักตนเอง ว่าเป็นดวงดาว (จากบทที่ 1) และจดจำดวงวิญญาณสูงสุด พ่อ แม่ ครู และ ผู้นำทาง (จากบทที่ 2) ถามนักเรียนว่าใครนั่งสมาธิเป็นประจำบ้าง มี 1 คนที่นั่งสมาธิตอนตีสี่ จึงได้รับโทลีเป็นรางวัลพิเศษ ใครตั้งใจจะรักษาความสงบในตนเองบ้าง หลายคนลุกออกมายืนหน้าห้องด้วยความเต็มใจ ใครจำคุณธรรมในบัตรที่ได้รับไปบ้าง มากกว่าสิบคนที่เก็บบัตรไว้กับป้ายคล้องคอ ทุกคนพูด โอม ชานติ อย่างชัดเจน สายใยทางจิตได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว ในนักเรียนจำนวน 250 คน กับความเป็นจิตวิญญาณ

21 มิ.ย. 61 วันโยคะสากล
สรุปสาระจากดาดี้แจงกี ผู้นำบราห์มา กุมารี (วัย 102 ปี)
ราชาโยคะคือการเข้าถึงสภาพของความมั่นคงของการจดจ่อจิตใจ
ทั้งโลกควรมีประสบการณ์ในสิ่งนี้
ราชาโยคะคือภาวะที่จิตใจแนบแน่นอยู่กับพระเจ้า
ความเข้มข้นนี้เปรียบเช่นไฟที่เผาบาปในอดีต
เมื่อจิตใจกลับมาสงบ สติปัญญามีการเชื่อมโยง มีความสัมพันธ์ และการสื่อสารกับพระเจ้า
ผู้เป็นพ่อ เพื่อสร้างโลกที่จิตใจสงบ-สุข และร่างกายสดชื่น

21 มิ.ย.2561
วันโยคะสากล ครั้งที่ 4

บราห์มา กุมารี จัดรายการใหญ่
ที่ Red Fort, Delhi

สมาธิแบบเปิดตา คือ มีศิลปะในการใช้ชีวิต ด้วยการกระทำที่บริสุทธิ์ในปัจจุบัน
ราชาโยคี คือผู้ที่กำลังเรียนรู้วิธีการควบคุมร่างกาย จิตใจ สติปัญญาและสันสการ์อย่างสมบูรณ์
การมีพระเจ้าอยู่ทางด้านขวา โชคอยู่ทางด้านซ้าย คือผลของโยคะ หรือการเชื่อมโยงทางจิต เพื่อดำรงชีวิตกับทุกคนในโลกด้วยความสัมพันธ์กับผู้เดียว
ดาดี้มีความหวังว่าทุกคนแม้จะฝึกฝนโยคะอื่นๆ อยู่ก็ควรจะฝึกควบคู่ไปกับราชา โยคะ เพื่อกระจายพลังโยคะทางจิตออกไปทั่วโลก

รายการ Yoga & Unityที่ บราห์มา กุมารี มาเลเซียจัดขึ้น ได้รับเกียรติจากทูตอินเดียมาเป็นประธานทำพิธีจุดเทียน ซึ่งมีผู้นำอื่นและผู้ร่วมงานประมาณ 300 กว่าคน ได้มีการเชิญประชาชนด้วยการตั้งคำถาม
พลังโยคะคืออะไร โยคะช่วยโลกอย่างไร

บราห์มา กุมารีทั่วโลกใน 142 ประเทศ ให้กำเนิดพลังโยคะ ด้วยการสร้างความสงบและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในช่วงเวลาของการเชื่อมต่อระหว่างโลกเก่า-โลกใหม่ ขณะที่ทั่วโลกกำลังเข้าไปสู่เวลาที่ท้าทายและปั่นป่วนมากที่สุด ที่ที่ทรัพยากรขาดแคลน และความกดดัน กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นเวลาที่จะให้เกียรติตัวตนอย่างแท้จริง ด้วยการตื่นรู้และปลุกเรียกให้มีการรวมตัวตนที่แท้จริงของดวงวิญญาณ เพื่อนำเอาพลังงานภายในมาใช้สร้างความสอดคล้องกลมกลืนจากภายในสู่ภายนอกกับผู้อื่น และธรรมชาติรอบข้างด้วยพลังโยคะ
การค้นพบ วิธีฝึกฝนราชาโยคะที่โบราณที่สุดนั้นน่าอัศจรรย์ เป็นการฝึกฝนแบบองค์รวมในการดูแลสุขภาพ ทั้งสามด้าน ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

บราเตอร์ Letchu ผู้ได้รับสมญา Dato (Dato Letchumanan Ramatha) จากประเทศมาเลเซีย ในฐานะประธานของ บราห์มา กุมารี กล่าวนำ... ราชาโยคะ สอนความคิดที่เป็นบวก การสร้างบุคลิกภาพและการทำงานรับใช้ชุมนุม ส่วนโยคะรูปแบบอื่นนั้นก็สำคัญในการให้คุณประโยชน์และแก้ไขปัญหาต่างๆ ท่านเน้นถึงโรคภัยไข้เจ็บที่มีสาเหตุมาจากความตึงเครียด ความเกียจคร้าน และการกระหาย ‘น้ำตาล’ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะมีความปรารถนาดีและความรู้สึกที่บริสุทธิ์สำหรับชีวิตที่มีพลานามัยดีของทุกคน

พี่ภาได้เข้าร่วมสังเกตุการณ์

ในวันที่ 17 มิ.ย. สถานฑูตอินเดียประเทศไทยให้ความสำคัญต่อโยคะทางร่างด้วยการจัดการออกกำลังกายเวลาเช้าตรู่บริเวณสนาม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนสมาชิกชาวอินเดียของ บราห์มา กุมารี ได้ใช้นำบัตรแสงคุณธรรมไปแจกผู้ร่วมงาน ซึ่งผู้จัดยินดีที่จะรวมหลักการของ ‘โยคะ’ ทางจิตไว้ในปีต่อไป...
ชีวิตราชาโยคีนั้นแตกต่างจากประสบการณ์ที่ผู้อื่นมีในโลก... ฉันยังคงอยู่ในโลก แต่ขณะที่ฉันกำลังมีประสบการณ์ในการเชื่อมโยงกับพระเจ้า ฉันมีความเบาสบาย ความง่ายดาย และความมั่นคงในการเดินทางของชีวิตที่ต่อเนื่อง ฉันแล่นเรือผ่านคลื่นของการยกย่องหรือประณาม โชคหรือการพ่ายแพ้ ด้วยความสงบใจไม่ไหวหวั่น...
ราชาโยคีกระจายกระแสคุณสมบัติดั้งเดิมของดวงวิญญาณออกไปทั่วทุกหนแห่ง
  • ความสงบที่ไม่ถูกกระทบ
  • ความรักที่ไม่ขาดตอน
  • ความสุขสันต์ที่ไม่สั่นคลอน
  • ความบริสุทธิ์ที่ไม่แปรเปลี่ยน
  • สัจจะที่ไม่มัวหมอง
คุณสมบัติเหล่านี้คือแรงดึงดูดให้ผู้อื่น ได้รับแรงบันดาลใจที่จะเข้ามา
ใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น ราชาโยคีจึงกลายเป็นเครื่องมือกระจายความรัก และสัจจะของพระเจ้าไปทั่วทุกหนแห่ง

23 มิ.ย. 61 เวลา 19.00-21.00 น. ณ มูลนิธิฯ นนทบุรี
ช่วงแรก
Dr.BK.Ajaya Bhattarai ตัวอย่างผู้ที่อุทิศตน รับใช้อยู่ที่ ศูนย์ Biratnagar ประเทศเนปาล มากว่า 18 ปี โดยทำงานที่ Tribhuvan University ได้มาประชุมที่ประเทศไทย(20-23 มิถุนายน) ได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวงานด้านวิทยาศาสตร์ที่ผสมผสานจิตวิญญาณทำให้ผู้ร่วมงานมีความสุขกับโครงการต่างๆ เมื่อต้องเดินทางไปทำงาน
หรือดูงานในประเทศต่างๆ จะช่วยเหลือตนเองเรื่องอาหารบริสุทธิ์ได้เสมอ รวมทั้งทานผักและผลไม้เป็นประจำ

ช่วงที่สอง
พี่ภานำเสนอ วิดิโอ ของ BK Hari Mukherjee หัวข้อ Astronomical Explanation of World Cycle (Part 1)
บราเธอร์ประดิษฐ์ รูปจำลองการเคลื่อนที่ ทางวิทยาศาสตร์ ( Scientific Moving Model) เพื่อใช้อธิบายเครื่องหมาย
สวัสดิกะ ที่บ่งบอกความสัมพันธ์กันของการเปลี่ยนแปลงของดวงวิญญาณ และการเปลี่ยนแปลงทางดาราศาสตร์ โดยเกริ่นนำว่า ในโลกวัตถุนี้ มีสามเหตุการณ์เกิดขึ้น ทั้งทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และดาราศาสตร์ เนื่องจากโลกวัตถุเรานี้มีคุณสมบัติพิเศษ สามประการ คือ 1. แสง หมายถึง ดวงอาทิตย์ 2. เสียง เพราะด้วยเสียง โลกนี้จึงมีการได้ยิน 3. การเคลื่อนไหว (motion) เพราะมีการหมุนโคจรเคลื่อนที่ โลกนี้จึงมีการเปลี่ยนแปลง อย่างสม่ำเสมอ
แสง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ ความร้อน และ แสง จากดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดกลางวันกลางคืน ฤดูกาล
เสียงต่างๆ เป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ คำพูด สร้างประวัติศาสตร์
การเคลื่อนที่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดาราศาสตร์ โดยเน้นตำแหน่งของวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ไม่ได้โคจรทับเส้นรอบวงเดิม แต่มีการขยับไปข้างหน้าในแต่ละรอบ บางทีเส้นรัศมีจากจุดศูนย์กลางก็อยู่ในแนวตั้ง บางทีก็เป็นแนวนอน จนรอบ 360 องศา เป็นเวลา 5000 ปี การเคลื่อนที่แบบที่ 3 ของโลกรอบดวงอาทิตย์นี้ ไกลเกินการสังเกตการณ์ของมนุษย์ เราจึงรู้ได้จากบาบาผู้อยู่เหนือโลกวัตถุนี้เท่านั้น
พี่ภาได้มีการแปลวิดิโอนี้ รออัดเสียงใส่ เพื่อให้มีความเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับ สวัสดิกะและ วงจรห้าพันปี อย่างมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

24 มิ.ย. 61 ณ มูลนิธิฯ นนทบุรี
วันมาม่า ผู้เป็นแม่ของชาวโลก เราใช้สีฟ้าของความสงบสร้างบรรยากาศ
  • ความพร้อมเพรียงกันในเวลาอมฤตเวลา เพื่อรับกระแสจากบัพดาดา มาม่า และดวงวิญญาณ Advanced Party
  • สาสน์โบ๊กของมาม่า(จากหนังสือ Adi Devi) ตอกย้ำความใส่ใจต่อการจดจำระลึกถึง เพื่อกลายเป็นอนุสรณ์ให้มีการจดจำ
  • การรับฟังมูร์ลีพิเศษของมาม่า เลือกประเด็นที่สนใจจดลงสมุดเพื่อไตร่ตรอง สะท้อนความคิด ขณะที่ทุกคนนั่งในโยคะ 10 นาที
  • การอ่านประวัติของมาม่าเพื่อแนะนำให้น้องใหม่ได้รู้จักท่าน
  • รับน้องใหม่พร้อมกับคุณสมบัติพิเศษของมาม่า รวม 6 ดวงวิญญาณ ได้แก่ พระณัฐ ฉัตร นิ เล็ก อาร์ต นัตตี้
ช่วง 10.00-12.00 น. รู้จักมาม่าในภาพลักษณ์ของเทวีทั้ง 9 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีพชัคตี จากัดอัมบา สรัสวตี ดูรคา ลักษมี จากสภาพของการเป็นแม่ สู่การเข้าถึงสาระของตนเอง จนสามารถเอาชนะความอ่อนแอของตนเองได้อยู่เหนือบ่วงกรรม บรรลุถึงความสมบูรณ์พร้อมและมีความมั่งคั่งทั้งภายในภายนอก นอกจากนี้เรายังได้รู้จักแม่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตในด้านต่างๆ เช่น แม่สูงสุดชีวา แม่บราห์มา แม่ของชาวโลก(มาม่า) แม่ทางร่างกาย แม่ธรณี แม่คงคาฯ และแม่ละคร สุดท้ายเรารับโทลีและพรพิเศษ ทุกปีพี่หล้าป้อนองุ่น เตือนใจให้เป็นเหมือนมาม่า สามารถใช้แรงแสดงพลังการอยู่เหนือร่างกายที่มะเร็งกำลังคุกคามก่อน จะละร่างด้วยความรักและละวาง

25 มิ.ย. 61 บ่าย ณ บ้านริมทะเลสาบ
ต้องขอขอบคุณอัศวินทั้งสามในความเป็นแม่ที่ทำทุกสิ่งด้วยความรับผิดชอบต่อความรักต่อพ่อและครอบครัว แม่ปุ๋ย แม่ปุ้ม แม่เก๋ ช่วยจัดแต่งบ้านสีฟ้า(ตาม theme ของกิจกรรม) เพื่อรอต้อนรับพี่น้องจากอินเดีย
โดยต่อเนื่องมาจากรายการ International Hindi Retreat ที่ ARC ประเทศมาเลเซีย (22-24 มิถุนายน 2018) ได้แจ้งผ่าน ดิดี้ ดร.เนอมาละ เพื่อมาเที่ยวประเทศไทย คือ Sr.Urmil Gupta และ Sr. Veena จากเดลลี และ Sr.Savitha พร้อมแม่ทางร่างและญาติ ทั้ง 5 ท่านพักที่บ้าน B.K. สุขุมวิท เราได้ต้อนรับด้วยอาหารไทยที่บ้านทะเลสาบ เป็นที่ประทับใจยิ่ง

30 มิ.ย. 61 บ่าย ณ ปฐมอโศก
ความเรียบง่าย คือความถ่อมตน มีความเป็นธรรมชาติและซื่อสัตย์ในการสื่อความหมายกับทุกคน ไม่มีอะไรเคลือบแคลงแอบแฝง คิด-พูด-ทำ เหมือนกัน จึงเป็นอิสระ ตรงไปตรงมา ไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ ในสำนึกของดวงวิญญาณ ที่มั่นคงภายในจากการหยั่งรู้สภาวะที่คงอยู่เป็นนิรันดร์ของจุดแห่งพลังงานทั้งสาม ฉันคือจุด (Atma) สิ่งสูงสุดคือจุด(Paramatma) ธรรมชาติ-วัตถุธาตุ(Atom) จุดเป็นสัญลักษณ์ที่ง่ายที่สุดและเต็มอิ่มที่สุด ไม่มีแง่-มุม-เหลี่ยมคม หรือความสลับซับซ้อนใดๆ ...(คลิกอ่าน)

พี่หล้าเชื่อมโยง ความเรียบง่าย เข้ากับความถ่อมตน เพื่อลงลึกในความรู้สึกที่ได้เรียนรู้ร่วมกับครอบครัวทางจิตจากเอเชีย/แปซิฟิกในหัวข้อ 'เครื่องมือ' NIMIT ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ตอนต้นเดือน ต่อมาได้เน้นความสำคัญของ 3 จุดที่เป็นนิรันดร์ สำหรับเปิดการบรรยายที่ปฐมอโศก มีแผ่นพับเก่าแก่แจก มีพี่น้อง 3 คน(แม่ปุ๋ย พี่ธร และพี่ภา) ช่วยขยายความ

พี่ภา(ผู้ประสานงานหลัก) สรุป รายการ 'ชีวิตที่สมดุลของความเรียบง่ายและสูงส่ง'
"ผู้เข้าฟัง นักเรียนโรงเรียนสัมมาสิกขา ผู้ปฏิบัติธรรมของปฐมอโศก และพี่น้องบีเค ได้รับฟังสาระของ ชีวิตที่เรียบง่าย คือ การเข้าถึง 3 จุด ฉันคือจุด พ่อคือจุด และ ละครคือจุด แม้ผู้เข้ามาฟังจะมีเพียงจำนวนน้อย แต่ได้มีการกระจายเสียงตามสายไปทั่วทั้งชุมชน จึงเป็นการให้ความรู้ได้อย่างทั่วถึง"

การทักทายด้วยความดีใจของพี่น้องชาวอโศกหลายท่าน ที่ติดตามการเคลื่อนไหวของคุณสไบทิพย์มา 32 ปี ตั้งแต่การรณรงค์โครงการ ล้านนาทีเพื่อสันติ ในปี ค.ศ.1986 จากการที่ชาวอโศกได้ร่วมบริจาคความสงบ 1 นาทีด้วยหัวใจ ในเวลาเที่ยงวัน... มาตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ คุณสไบทิพย์จึงให้ผู้ร่วมงานได้รับฟังเพลง 'เพียงหนึ่งนาที' และย้ำความสงบคือประสบการณ์ภายใน ที่จะส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดในยามวิกฤตเมื่อทุกชีวิตโหยหาความสงบของจิตใจอย่างแท้จริง

ทั้งหมดประมาณ 50 คน พี่น้องในชุดขาวและชุดสีน้ำเงิน หันหน้าพบกันเพื่อทักทายและแบ่งปันสาระของการเปลี่ยนแปลงโลกใหม่ 10 ประการจากบัตรพร

30 มิ.ย. 61 เย็น ณ ม.มหิดล ศาลายา
กลับมาเข้าที่พัก ที่โรงแรมบริเวณ ม.มหิดล พี่น้องชุดขาว 40 กว่าคนบนสนามหญ้าสีเขียว ใช้เวลาแนะนำตัว ด้วยการเชื่อมโยงคุณธรรมของเดือนมิถุนายน

ในคืนนั้นครอบครัวสังสรรค์ในห้องพัก พี่น้อง 4 กลุ่ม ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงครอบครัวด้วยเสียงเพลง เสียงหัวเราะ สาระธรรมจากเกมใบ้คำจากมูรลี และการแสดง เรื่องตลกจากกลุ่มผู้สูงวัย - คุณป้า แม่ดา พี่แดงดูเหมือนจะเรียกเสียงหัวเราะได้มากที่สุด ...(คลิกอ่าน)

1 ก.ค. 61 ณ ม.มหิดล ศาลายา
เราเริ่มเดือนกรกฏาคม 61 ตามตารางเวลาของชีวิตบราห์มินด้วยกันอย่างแข็งขันตั้งแต่เวลาอมฤต ตี 4 แล้วฟังเสียงขลุ่ยวิเศษ 7 โมงหลังจากนั้นคือโอกาสพัฒนาศักยภาพของสมาชิกครอบครัวด้านจิตวิญญาณในห้องประชุมจนถึงเที่ยง ในรายการสู่โลกใหม่ด้วยพลังสร้างสรรค์
เป้าหมาย ความรู้กำหนดทิศทางของความเพียรพยายามให้เกิดการหลุดพ้นจากความไม่รู้ ความโง่เขลา ที่ทำให้โลกเกิดปัญหาและความทุกข์ นานัปการ เราจึงมุ่งไปสู่โลกใหม่ ที่สวยงามด้วยการปลุกเรียกพลังสร้างสรรค์มาสานฝันของครอบครัวทางจิตให้เป็นจริงร่วมกัน
กระบวนการ แม้ในความมืดมิดของชีวิต พระอาทิตย์ของความรู้ได้ปรากฏขึ้นมาให้แสงสว่าง ให้ความหวัง ให้แสงแห่งปัญญา ที่เราสามารถมุ่งตรงไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน


แต่ละกลุ่มรวมตัวกันขึ้นมา จากสัญลักษณ์ หรือแนวคิดของแต่ละคนที่คล้ายคลึงกัน นำมาร้อยเรื่องและใช้ศิลปะในการแสดงออก ด้วยบทเพลง บทกลอน นิทานสอนใจ หรือสื่อ-ภาพ-เสียง ต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศของความสงบ รัก และความสุข ของครอบครัว เป็นการเตรียมจัดรายการสุดท้ายของโครงการ ‘เยียวยารักษาโลกด้วยความเงียบสงบ’ ในเดือนธันวาคม ที่สามารถให้แรงบันดาลใจ แก่ผู้ร่วมรายการในการสร้างโลกใหม่จากความคิดที่มีค่าของแต่ละคน
ครั้งนี้เราได้ลำดับเหตุการณ์จาก 4 กลุ่ม



กลุ่มแรก คือกลุ่มผีเสื้อและดอกไม้ ถือเป็นการเปิดตัวของทุกกลุ่ม มีดอกทานตะวัน ดอกดาวเรือง ดอกบัว ดอกกุหลาบ ที่ให้สาระของความสุขสดชื่น แจ่มใส ในการสำรวจตน ของผู้มีหัวใจ ผีเสื้อ

ดอกทานตะวันทั้ง 3 (พี่ศรี พี่ยงยุทธ พี่นงค์) ช่วยกันเล่าตำนานดอกทานตะวันที่มีศรัทธาในแสงอาทิตย์แห่งความรู้ พี่นงค์ร่ายกลอนตอนท้าย

พี่เมรี่เป็นตัวหนอนที่สำรวจตนก่อนจะแปลงกายเป็นผีเสื้อโบยบิน โผผินไปดูดน้ำหวานของดอกไม้นานาชนิด ตามมาด้วยดอกดาวเรือง ดอกบัว ดอกกุหลาบ แนะนำตัวด้วยคุณสมบัติเด่นพิเศษ

พี่เปี๊ยกเป็นตัวแทนผีเสื้อ ผู้ที่เก็บเกี่ยวคุณค่าความงาม ชื่นชมสีสัน กลิ่น และรูปทรงของดอกไม้ ได้ร้องเพลงไพเราะ เรียกความทรงจำของชีวิตที่สดใส ขณะที่โบยบินไปประดับประดาโลก

แต่ละกลุ่มได้ใช้เวลา 20 นาที แบ่งปันสาระอย่างสร้างสรรค์และสวยงาม


กลุ่มที่ 2 กลุ่มทะเลสาบ(คุณป้า) หงส์(พี่แดง) น้ำฝน(แม่ดา) และสมุนไพร(พี่ไก่)

ที่ได้ใช้วิธีแนะความคิดเริ่มด้วยการเปิด vdo ทิวทัศน์ธรรมชาติ
แล้วขอ ให้ทุกคนหลับตา ด้วยจินตนาการว่า เห็นตัวของเราเอง เดินเข้าไปในป่าใหญ่
หูได้ยินเสียงของสายน้ำที่ไหลรินมาจากที่สูง สู่ลำธาร ได้ยินเสียงของนกร้องและแมลงนานาชนิด
จมูกได้กลิ่นหอมของดอกไม้ ต้นไม้ สมุนไพร นานาชนิด ที่ทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนได้รับการเยียวยารักษาจากธรรมชาติ
ในสวรรค์ เรามีอาหารเป็นยาที่หล่อเลี้ยงทั้งร่างกายและจิตใจ ให้มีสุขภาพพลานามัยดี ปราศจากโรคภัย เป็นการกลับคืนสู่สมดุลธรรมชาติของจิตใจที่บริสุทธิ์ วัตถุธาตุภายนอกที่บริสุทธิ์ ทุกชีวิตจึงเต็มไปด้วยความสุขและความสงบ ณ ที่นั่น มีการพรรณนาไว้ว่า อาหารที่รับประทานนั้นสดจากธรรมชาติ สุกงอมด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่มีการปรุงพืชผักใดๆ มีน้ำผลไม้รสชาติต่างๆ สำหรับรับประทาน สำหรับดื่ม เพียงแต่เก็บผลไม้มาบีบเบาๆและดูด ออกมาจากผล ประสบการณ์นี้จะทำให้เราพร้อมเป็นคนใหม่ที่ร่างกายและจิตใจแข็งแรง...ตอนท้ายทุกคนเปิดตา.. เดินไปตามกลิ่นหอมระเหย ที่จัดไว้ในห้อง

กลุ่มที่ 3 พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว
เก๋ (ผู้ประสานงานกลุ่ม) สรุป
เรื่อง ตารางการเดินทางของชีวิตบราห์มิน ตั้งแต่อมฤตเวลา มุร์ลี อาหารบริสุทธิ์ ทราฟฟิคคอนโทรล โยคะเย็น ซึ่งแสดงผ่านกิจวัตรประจำวันของคนทั่วไป โดยพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาวคือสัญลักษณ์ของการขับเคลื่อนของกาลเวลา ซึ่งทำให้มนุษย์ธรรมดาได้เปลี่ยนตนเองเป็นเทวดานางฟ้าด้วยการทำตามการกำหนดที่สูงส่ง เพราะเมื่อแสงพระอาทิตย์แห่งความรู้ปรากฎขึ้น ความมืดมิดก็จางหายไป

กลุ่มที่ 4 ยุคทอง
ขลุ่ย
เจ้าชายกฤษณะ
เจ้าชายเจ้าหญิง
ทอง
ลักษมี นาราย
มงกุฏ
บัลลังก์
คฑา
ร่มฉัตร
วิมาน
นกยูง
เพชร
เรือสัจจะ

สมาชิกลงเรือสัจจะ ข้ามไปยุคทองด้วยกัน



ตอนเย็นมีรายการสุดท้ายที่บ้านพี่วีณา (ห่าง 15 นาที) ซึ่งได้อำนวยความสะดวกเรื่องห้องครัวและที่พักสำหรับทีมงานอาหาร เพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัวทั้งหมด

พี่นิด พี่อัจชา และน้องจิ๋ว ดูแลเราอย่างดี ตามมาส่งแขกกลับบ้าน
สำหรับกลุ่มเล็ก 10 กว่าคน เรามีโอกาส สร้างกระแสโยคะหลังอาหารเย็น และการสนทนาถึงสาระของความรู้และการทำงานรับใช้ เพื่อสานฝันของครอบครัวในหลักการของ Om Cafѐ ด้วยการค้นหา... คุณค่าชีวิตของแต่ละคน นำมาแสดงออกและแบ่งปัน (Explore, Express, Exchange)ให้มีผลในทางปฏิบัติมากขึ้น Sr.Prajwal ตัวแทน B.K. เยาวชนที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ได้เข้ามาใกล้ชิดครอบครัวไทย เพื่อช่วยรณรงค์ Youth of all Ages พร้อมใช้ภาษาอังกฤษพัฒนาจิตวิญญาณ

2 ก.ค. 61 ณ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์
หลังจากที่ทุกคนอื่นกลับไปแล้ว Sr.Savitha ทำงานรับใช้ต่อ ที่ ศูนย์พินทุ และ ศูนย์สมุทรปราการ และ วัดวิษณุ ทั้งมีการปรับเปลี่ยนในวันสุดท้ายที่ทำให้ (พี่ภา) จัดรายการให้ทันทีที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา Sr.Savitha ในฐานะผู้นำกลุ่ม Youth ได้บรรยายให้นักเรียนที่ฟังภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องแปล มีอาร์มี่ และ Prajwal ได้แบ่งปันประสบการณ์ โดย เน้นให้นักเรียนใช้เวลาอย่างมีคุณค่า มีความรับผิดชอบในตัวเองไม่ต้องให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ครู เป็นกังวล มีคุณธรรมความกล้าหาญ เชื่อฟัง ซื่อสัตย์ ความสุข Sr.Savitha ( ทั้งๆที่หิวและง่วง ในช่วงเป็นเวลา 12.30-13.30 น. ) พูดอย่างทรงพลัง ทุกประโยคชัดเจน และ จบลงด้วยการแนะความคิด ให้เชื่อมโยงกับดวงวิญญาณสูงสุด ผู้ทรงอำนาจ ให้ขจัดอุปสรรคทั้งปวงและนำมาซึ่งความสำเร็จตามที่ทุกคนปรารถนา

ซิสเตอร์ดีพาลี จากครอบครัวสุขุมวิท แบ่งปันประสบการณ์ (คลิกอ่านภาษาอังกฤษ)

ข้อความจาก 10 หนทางของการเปลี่ยนแปลงโลก ได้จัดพิมพ์ไว้ในบัตรพรด้วยภาษาต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปปฏิบัติได้ง่าย หวังว่าท่านจะสามารถสะสมบัตรพรทั้ง 10 หนทางจากรายการของแต่ละเดือน (มีนาคม-ธันวาคม 2561)

โอมชานติ

© 2018 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.