Following Your Dream 
 ทำตามความฝัน  


ยิ่งเรามีวิสัยทัศน์ที่เป็นบวก
มีพลัง และชัดเจนมากเท่าไร
เราก็จะสำเร็จมากตามนั้นในการทำให้เป็นจริง

ความจริง (Reality) & ความฝัน (Dream)
ความจริง (Reality) โดยปกติมนุษย์มักให้ความสำคัญกับสิ่งที่เห็นได้ จับต้องได้ ในโลกวัตถุโดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวกับร่างกาย แต่มักเพิกเฉยต่อมิติทางจิตวิญญาณแบบองค์รวม เพราะไม่สามารถชั่งตวงวัด ติดป้าย/ตั้งชื่อ หรือ แม้แต่จะเข้าใจได้ว่าอะไรเกิดขึ้นในชีวิตจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น การกิน ที่บางคนอาจใส่ใจต่อปริมาณแป้งและโปรตีนในอาหารที่ต่างกัน แม้แต่ขนมปังก้อนเดียวกัน บางคนบอกอร่อย บางคนบอกไม่อร่อย ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวแปรที่มองไม่เห็นมากมาย ไม่เพียงแค่เรื่องของรสชาติ แต่เป็นเรื่องของความทรงจำที่เราได้เคยทำอะไรไว้ในสถานการณ์ใดก็ตาม จึงทำให้เรามีประสบการณ์ต่างกัน ดังนั้นเมื่อการกินยังซับซ้อน แล้วประสบการณ์ในการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันจะซับซ้อนอีกมากแค่ไหน ความจริงไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งที่เราสามารถมองเห็นหรือแตะต้องได้ แต่เป็นประสบการณ์ของการสะสมข้อมูลผ่านประสาทสัมผัสในมุมมองของแต่ละคน เราอาจเห็นเพียงเล็กน้อยของความจริงในช่วงเวลาและสถานที่นั้นๆ ... จนกว่าเราจะได้พัฒนาจิตสำนึกที่ทำให้เราสามารถล่วงรู้จักตัวตนที่แท้จริงที่เรียกว่าสัจจะ (Truth) มากขึ้น เมื่อมีการจดจ่ออยู่กับตัวตนภายใน Focus on inner self ก็เกิดเป็นกระบวนการของการแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่าอะไรคือ ข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ เพื่อสามารถแยกความรู้ (knowledge) ออกจากตัวตนที่รู้ (self)

ความฝัน (dream) เรามักคิดว่าเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับความจริง แต่ความฝันไม่ต่างจากความจริง เมื่อเกี่ยวโยงกับสติปัญญา (intellect) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามส่วนของดวงวิญญาณ (soul)

สติปัญญา คือความสามารถที่คงมีสติ (conscious ability) ในการเข้าใจ แยกแยะ และตัดสิน เป็นเหมือนไส้กรองระหว่างความคิดและการกระทำ

เมื่อร่างกายพัก ดวงวิญญาณก็ได้พักด้วย เราต้องเข้าใจชัดเจนว่าความฝันเกิดขึ้นในช่วงการนอนหลับ (sleep) ถึงแม้สติปัญญาจะไม่ตื่นรู้ (inactive) แต่จิตใจไม่มีการพัก ประสบการณ์จากช่วงเวลากลางวันที่ผ่านมานั้น ได้มาอยู่ในกระบวนการ (processed) ลำเลียงข้อมูลทั้งหลายขณะที่นอนหลับ ดังนั้นช่วงเวลานอน จึงปรากฏผลของสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาตื่น (แม้ดับเครื่องแต่เครื่องยนต์ยังเดินอยู่) แต่ถ้าหากวงจรการนอนแต่ละรอบ cycle of sleep ถูกรบกวน ไม่เป็นไปตามระบบ ก็จะไม่มีความฝัน ดังนั้นขณะที่ตื่นเราอาจสับสนว่าอะไรเกิดขึ้นรอบตัวเรา ความฝันมีทั้งที่จำได้และจำไม่ได้
(คลิกอ่านต่อ)

ความฝันเกี่ยวกับอนาคต (Dreams about the Future)
อีกรูปแบบหนึ่งคือการฝันก่อนสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง บางทีอาจจะเป็นสิ่งที่ดี บางทีไม่ดี ส่วนใหญ่เรามักจะเพิกเฉยต่อความฝันนั้น แต่หลังจากนั้นภาพในความฝันกลับเกิดขึ้นในชีวิตจริง ภาพนั้นมาจากที่ใด? อะไรที่กำลังถูกหยิบขึ้นมา ชั่วขณะที่มีความฝันนั้น เป็นไปได้อย่างแน่นอนที่ดวงวิญญาณไม่เพียงแต่มีข้อมูลอยู่ภายในตนเองเกี่ยวกับอดีต แต่ก็ได้บันทึกข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับอนาคตไว้ภายในด้วยเช่นกัน หรือว่ามีข้อมูลบางอย่างในอากาศธาตุ “ภายนอกนั้น” (กระแสจิต, โทรจิต) ซึ่งฉันสามารถคว้าจับได้

ฉันมีแนวโน้มที่จะคว้าจับข้อมูลนั้น เมื่อฉันเต็มใจที่จะปล่อยวางเอกลักษณ์ของฉันที่มาพร้อมกับร่างกายและความหลงทะนง และปล่อยวางความคิดที่ว่าทุกสิ่งจะต้อง “เป็นเหตุเป็นผล” เมื่อทั้งหมดได้ถูกกันออกไปไว้ก่อน แล้วต่อมาฉันก็ได้คว้าจับหรือหยิบเอาข้อมูลบางอย่างจาก “ภายนอกตัวฉันเอง” ได้อย่างง่ายที่สุด ซึ่งต่อมาก็พิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง

ปรากฏการณ์นี้ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับผู้คนจำนวนมาก แต่พวกเขากลับเพิกเฉยหรือเพียงพูดว่า “โชคดีโดยบังเอิญ(ฟลุ๊ค)” การฝึกฝนทางวิทยาศาสตร์กำหนดว่า ถ้าทำทดลองซ้ำและให้ผลเดียวกันหลายครั้ง ฉันจะต้องใส่ใจกับสิ่งที่ค้นพบนั้นอย่างจริงจัง... เช่นที่เมื่อมีการฝันซ้ำๆ ฉันจำเป็นต้องทำความเข้าใจอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้น
(คลิกอ่านต่อ)

ความจริง ความฝัน และเวลา (Reality, Dreams and Time)
ความแตกต่างระหว่างความฝันและความจริงแท้ในแง่ของเวลา คือคำอธิบายว่าทุกขณะที่ผ่านไปได้หลอมรวมอยู่ในอดีต และ ความฝันคือสิ่งที่ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ความจริงแท้ เพียงอยู่ในชั่วขณะปัจจุบันนี้ การอยู่ที่นี่ในปัจจุบันขณะ คือความจริงแท้ของฉันเท่านั้น การติดยึดอยู่กับเมื่อวานนี้หรือปีที่แล้วเพียงแต่สร้างภาระและเป็นการสูญเสียพลังงานอันใหญ่หลวง พร้อมกันกับการมองเห็นความฝันเป็นบทเรียนในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ฉันสามารถทำให้อดีตเป็นอดีต ซึ่งฉันกำลังเรียนรู้จักสิ่งนั้น นี่คือแนวคิดที่น่าสนใจมาก การมั่นคงอยู่ในการตระหนักรู้นี้คือบางสิ่งที่ฉันสามารถทำการทดลองและทำงานกับสิ่งนั้นด้วยจิตใจ

ทุกขณะคือการเกิดใหม่ ทุกวินาทีคือการตื่น เป็นสิ่งมหัศจรรย์ใหม่ ถ้าเราสามารถเข้าไปในแต่ละขณะ โดยไม่ยุ่งกับการฉายภาพที่มาจากอดีต และแล้วแต่ละนาทีก็จะสดใหม่และไม่มีความเสียหายใดๆ เป็นความพยายามที่ดีที่จะ “มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะ” ที่สว่างไสวน่าอัศจรรย์ ด้วยการปฏิเสธอดีต/หากเราปฎิเสธอดีต ถึงแม้เราอาจคิดว่าได้สร้างรั้วป้องกัน “ปัจจุบัน”แต่ ถ้าเราเก็บกดผลสืบเนื่องหรือผลกระทบของเหตุการณ์ที่เจ็บปวดหรือไม่น่าพึงพอใจจากอดีต สิ่งเหล่านั้นจะหวนกลับมาอย่างแน่นอนเพื่อทำลาย “ปัจจุบัน” เราต้องรู้จักอดีตว่าเป็นไปสำหรับอะไร และเรียนรู้จักอดีต เราไม่สามารถเปลี่ยนอดีต แต่สามารถเห็นว่าบางครั้งอดีตกำลังให้สาสน์แก่เราว่าเราน่าจะทำดีกว่านั้น หรือประพฤติต่างไป ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เราจึงไม่สามารถเพิกเฉยต่ออดีต แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์สำหรับเราที่จะยึดติด หรือถูกครอบงำโดยอดีต มิฉะนั้นสิ่งนั้นจะกลายเป็นเงาบดบังทุกขณะใหม่ของปัจจุบัน เมื่อเราไม่ได้รับบทเรียนของอดีต เท่ากับเราแขวนอยู่กับอดีต และอดีตกลายเป็นความจริงแท้ของปัจจุบันของเราด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามเมื่อเราสามารถมองดูอดีต ด้วยการรู้ค่าสิ่งที่เกิดขึ้น เราย่อมมองเห็นความฝันที่ได้บรรลุเป้าหมายของตนเองไปแล้ว เวลาได้ผ่านไปแล้ว ปล่อยวางและเคลื่อนเข้าสู่ความจริงแท้ของปัจจุบันกันดีกว่า
เราได้เน้นความสำคัญของความรู้ที่เป็นสัจจะไว้ตั้งแต่ตอนต้น เพื่อบรรลุผลของการทำตามความฝันด้วยการรู้แจ้ง ในกฏแห่งความเป็นนิรันดร์ (Law of Eternity) ที่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต กลับมาเป็นความจริง จากความฝันที่ยิ่งใหญ่สำหรับตนเองและโลก เรามีพลังความเงียบสงบ(Power of Silence) เป็นวิถีแห่งการเยียวยาโลก ที่สับสน วุ่นวาย จากความซับซ้อน ซ่อนเงื่อนของประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และดาราศาสตร์ ...
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องเดินทางกลับคืนสู่สาระ? (Return Journey to the Essence)

กิจกรรมเดือน ธันวาคม 2561
จันทร์ 10 ธ.ค. 61 ณ สถานีโทรทัศน์ 'บุญนิยม'
ช่วงเวลา 11 นาฬิกาถึงบ่ายโมง เรามีการสนทนาธรรม(สด) ร่วมกับสมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ (ท่านจันทร์) จากมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งจบลงด้วยการสรุปโครงการเยียวยาโลกด้วยความเงียบสงบ เพื่อเชื่อมโยงกับกระแสความคิดที่มีค่าของแต่ละชีวิต ในแต่ละภาคส่วนของสังคมที่ต้องการสร้างโลกใหม่ที่สวยงามในอนาคต
ขอบคุณ ร.ศ.ทรงชัย วีระทวีมาศ ที่ใช้ความสามารถในด้านคอมพิวเตอร์ เก็บหลักฐานและเป็นพยานในการสร้างโลกใหม่ในฐานข้อมูลที่รื้อฟื้นความทรงจำของแต่ละเหตุการณ์ได้

อาทิตย์ 16 ธ.ค. 61 ณ มูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชาโยคะ นนทบุรี
อาทิตย์ที่ 3 ของเดือนนี้ เราฉลองวันสงบจิตเพื่อโลก ร่วมกับกลุ่มกิจกรรมสุดท้าย 'ทำตามความฝัน' ด้วยการมอบของขวัญพิเศษ คือ สมุดบันทึกจาก Green Angel สำหรับ จด-จำคุณสมบัติที่ดีงามของพี่น้อง ในครอบครัวทางจิต

เสาร์ 22 ธ.ค. 61 ณ บ้านริมทะเลสาบ ปทุมธานี
ถือเป็นฤกษ์งามที่ความเงียบสงบของ Green Angel ได้เริ่มเยียวยาโลก ในปี 2560 ณ ที่นี่เดือนนี้ โดยใช้
ต้นกัลปะเป็นสัญลักษณ์ของต้นไม้เผ่าพันธุ์มนุษย์ ส่วนในปีนี้ 2561 มีต้นไม้ครอบครัวดวงดาว ที่แต่ละดวงดาวให้แสงสว่างแก่ต้นไม้เดียวกัน เป็นการประดับประดาต้นไม้ของมวลมนุษย์ทุกหนแห่ง เพื่อให้แสงสว่างในความมืดสนิทด้วยการสะท้อนคุณสมบัติของพระอาทิตย์ สมาชิกครอบครัวดวงดาวแต่ละคนได้แบ่งปันประสบการณ์ของพี่น้อง ในการสานต่อเจตนารมณ์ของ Green Angel ผู้รักความสงบ.ในความสุขสันต์หรรษาของเทศกาลที่เน้น Peace & Joy


10 กลุ่มได้นำเสนอสุภาษิตพิเศษจาก 10 สัญลักษณ์
Being unlimited
ไม่มีขีดจำกัด

อยู่เหนือความต่าง สร้างความกลมกลืน
ปุ๋ย
“ความไม่มีขีดจำกัด” มีความหมายลึกล้ำมากตามการเข้าถึงสัจจะ
ในปีที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสทำงานกับกลุ่มคนที่ใช้หลักการ “คิดและทำอย่างไม่มีขีดจำกัดเพื่อความสำเร็จ” ฉันเห็นความน่าอัศจรรย์ของพวกเขา ที่ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองทุกวิถีทาง ให้บรรลุผลสำเร็จในงานและเป้าหมายของชีวิต แต่ทว่าความไม่มีขีดจำกัดนี้ก็ยังมีขีดจำกัด เพราะการใช้เวลา พลังงาน ความคิด ปัจจัย และทรัพยากรทุกอย่าง เป็นไปเพื่อการบรรลุผลที่ยังติดอยู่กับร่าง ติดอยู่กับความสัมพันธ์ทางร่าง ติดอยู่กับวัตถุสิ่งของ ชื่อเสียง เกียรติยศ ติดอยู่กับ “ฉันและของฉัน” จากสำนึกที่เป็นร่าง ซึ่งสิ่งนั้นก็ยังคงกลายเป็น “บ่วงกรรม” ในที่สุด แม้ว่าพวกเขาจะสำเร็จ แต่นั่นก็เป็นไปเพื่อตอบสนองความสุขชั่วคราวในชาติเกิดเดียวนี้
(คลิกอ่านต่อ)

Respecting Life
เคารพชีวิต

ไม้ใหญ่ให้ร่มเงา เคารพตนเองและสรรพสิ่ง
วรินทร์ธร
ของขวัญที่มีค่ามาก คือ ความเคารพตนเอง เป็นเวลาที่ได้สัมผัสกับ เกียรติและศักดิ์ศรีภายใน เกิดพลังในการกระทำกรรมที่สูงส่ง บริสุทธิ์และมีความเคารพผู้อื่นด้วยความถ่อมตน เรียนรู้ที่จะใช้สายตาในการมองเห็นคุณค่าในทุกสิ่ง ทุกชีวิต เวลา พลังงาน สิ่งแวดล้อม ฯลฯ และใช้สายใจในการโอบกอดด้วยความเมตตาอาทร

Empowering Yourself
เพิ่มพลังภายในให้ตนเอง

พลังภายในกล้าแกร่งดั่งแสงอาทิตย์
ปุ้ม
ได้รับประสบการณ์ในการนำไปใช้ ในการนำตนเองออกจากสถานการณ์ที่วิกฤตสุดๆ ในครอบครัว จากการที่ได้เข้าใจความรู้และเพียรฝึกฝนในโยคะ ทำให้ตนเองไม่ขึ้นลงและสามารถก้าวผ่านบททดสอบได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่ครั้งแรกดูเหมือนไม่มีทางออก แต่แล้วด้วยความมั่นคงจากภายใน ที่ทำให้เราสามารถเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง และนำพลังต่างๆ ที่มีอยู่ภายใน วิเคราะห์เลือกพลังออกมาใช้ในแต่ละช่วงเวลา ได้อย่างถูกต้อง จนทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ด้วยใจที่พร้อมยอมรับปรับตัวและให้ความร่วมมือ จากการเปลี่ยนทัศนคติเดิมที่เคยมี เคยทำ บนฐานของความผูกพันยึดมั่น ได้จบลงด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ติดบ่วง นำมาซึ่งอิสระภาพสำหรับทุกคน ในการแสดงออกจากความต้องการภายในจริงๆ และจบลงด้วยการยอมรับซึ่งกันและกัน

Living Simply
ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย

เรียบง่าย เบาสบาย แล้วโบยบิน
พี่ภา
...ตอนคิดค้นหาวิธีนำเสนอ ความเรียบง่าย จะอธิบาย จุด จุดของตนเอง จุดของพ่อ จุดของละคร โดยจะให้รายละเอียดของแต่ละจุด และจะอธิบายการเชื่อมโยงของทั้งสามจุดที่เป็นสัจจะ แต่ เอ... อึม....น่าจะลึกเกินไปไหมกระมัง พอพี่หล้า เสนอว่าจะเอานกตัวน้อยๆที่พับด้วยกระดาษสีฟ้า แจกให้แต่ละคน คนละ 7 ตัว ให้เอาไปฝึกบินวันละตัว ฉัน OK ทันทีกับข้อเสนอที่น่ารัก ทุกวัน ทั้งวัน ต่อไปนี้ ฉันมีเพียงเพลงที่ร้องจากภายในชีวิตที่เรียบง่าย เบาสบายและโบยบินว่า ... “ แม้นเป็นนกได้ดังใจจินตนา.. ฉันคงเริงร่า.. ลอยลม..ขอเพียงเชยชมทั่วท้องนภา.. ให้สุดขอบฟ้า... สุขาวดี..” โอม ชานติ

Eating Well
บริโภคอาหารบริสุทธิ์

รักษ์โลก... รักษ์บ้าน รักอาหารบริสุทธิ์
อุดม
โลกใหม่คือบ้านหลังใหม่ ของมนุษย์ยุคใหม่ ร่างกายนี้ก็คือบ้านของอาตมา(จิตวิญญาณตน)นี้เช่นกัน การที่เราจะได้ครอบครองบ้านทางร่างกายที่มีสุขภาพดี แข็งแรง อายุยืนยาว ปราศจากโรคภัย วิธีการหล่อเลี้ยงร่างกายนี้ต้องเริ่มต้นด้วยอาหารยุคใหม่ (สัตยุต)เช่นกัน โดยหันกลับมาใช้ผักผลไม้และเมล็ดธัญพืช จากธรรมชาติบริสุทธิ์สะอาดและสดใหม่เป็นหลัก ที่สำคัญผู้ปรุงต้องมีโยคะคือผูกจิตที่สงบและใจที่รักเดียวไว้กับดวงวิญญาณสูงสุดตลอดเวลาจนเสร็จสิ้นการปรุง  ตามด้วยการยกมอบสิ่งที่ทำในมื้อนั้นทั้งหมดให้กับเบื้องบนในความสงบราว 5 -10 นาทีเพื่อยกมอบสิ่งที่ตนกระทำ(กรรม)ทั้งหมดในมื้อนั้นให้กับเบื้องบน ทำให้จบสิ้นกรรมจากอัตตาตัวตนผลงานของตนได้อย่างสมบูรณ์  อาหารมื้อนั้นจะแปรเป็นอาหารที่บริสุทธิ์ จะได้รับการเติมเต็มไปด้วยพรและพลังจากพ่อสูงสุด เมื่อรับประทานเป็นประจำทุกมื้อ ร่างกายผู้นั้นจะค่อยกลับมามีสุขภาพดีมีความสมดุลทั้งระบบของร่างกายและจิตใจอีกครั้ง 
(คลิกอ่านต่อ)

Opening the Heart
เปิดหัวใจ

ลึกสุดของดวงใจ ล้วนเป็นไปเพื่อทุกคน
พี่ป้อม
คติพจน์นี้ ช่วยให้เข้าใจความหมายที่ถูกต้องของการเปิดหัวใจ ว่าไม่ได้หมายถึงการระบายความทุกข์ หรือพูดอะไรก็ตามที่เรารู้สึกออกไป แต่การเปิดหัวใจ คือการแบ่งปันสิ่งที่ดี ที่มีคุณค่าจากส่วนลึกของจิตใจให้กับใครๆ ก็ตามที่เราพบเจอ ซึ่งหมายถึงการแสดงความจริงใจ การแบ่งปันน้ำใจ และการให้ความปรารถนาดีต่อกัน สิ่งนี้ช่วยสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ และคอยเตือนเราให้มีความระมัดระวังในการพูดหรือแบ่งปันอะไรกับใครในทางที่เป็นไปเพื่อคุณประโยชน์

Feeding the Soul
ให้การหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ

คืนพลังแก่ชีวิต ด้วยดวงจิตที่นิ่งสงบ
ศรี
เมื่อฉันกลับคืนสู่โลกภายในอย่างลึกล้ำเพื่อเยียวยาตนเองฉันเข้าไปสู่ความนิ่งสงบภายในตนเอง และตระหนักรู้จักตนเองอย่างถูกต้องแท้จริงว่า :
ฉันคือดวงวิญญาณ
ฉันคือจุดแห่งแสง
ฉันคือพลังงาน
ฉันคือชีวิตที่เป็นนิรันดร์

นั่นคือเวลาที่ฉันสามารถเพิ่มพลังให้ตนเอง
ฉันรู้สึกถึงความมั่นคงภายในและเป็นอิสระ
ด้วยการกลับเข้าสู่ความนิ่งสงบภายในตนเองหยุดความวุ่นวายสับสนจากภายนอก ละวางจากทุกสิ่งและกลับเข้าสู่โลกภายใน แม้เพียง 1 นาทีที่เราเข้าสู่ความสงบอย่างลึกล้ำเราจะพบกับคลังสมบัติอันล้ำค่าภายในตนเอง สงบเพื่อพบโลกใหมที่สวยงาม บริสุทธิ์ และ เพียบพร้อม ชีวิตใหม่ที่บริสุทธิ์รอเราอยู่

Being Positive
มีความเป็นบวก

เป็นสุขอยู่ข้างใน ส่งยิ้มไปให้ทุกคน
พ่อป้อม
"ความเป็นบวก…เปรียบเสมือนเพื่อนที่คอยเตือนฉันให้หยุดการกล่าวโทษผู้อื่น และหันความคิดของตนเองออกจากวงจรของความเป็นลบในขณะที่เผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายและมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพของจิตใจให้เป็นลบมากขึ้น พลังของความเป็นบวกคือ แสงสว่างที่ช่วยขจัดความมืดของความเป็นลบออกไปจากจิตใจ และทำให้ฉันกลับมายิ้มกับตนเองได้อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าในช่วงแรกๆ ฉันอาจจะยังไม่ค่อยรู้สึกเหมือนยิ้มได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่เมื่อฉันได้ตั้งใจ ใส่ใจ และให้โอกาสตนเองทำต่อเนื่อง ถึงเวลานี้ ฉันมั่นใจว่า ความเป็นบวก คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ฉันยิ้มจากหัวใจที่จริงแท้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ"

Walking the Talk
พูดจริงทำจริง

คิดอย่างบริสุทธิ์ พูดความจริง ทำสิ่งที่มีค่า
แม่เก๋
รู้สึกขอบคุณบาบาทุกครั้งที่ทำให้ฉันได้ตระหนักรู้จักคุณค่าที่งดงามภายในของตน ทำให้เกิดการตระหนักรู้จักตนเองที่จริงแท้ เพื่อแก้ไขสันสการ์ที่ไม่บริสุทธิ์ให้กลับมาคิดอย่างบริสุทธิ์ พูดความจริง ทำสิ่งที่ดีให้คุณประโยชน์แก่ผู้อื่นไม่ว่าใครจะต่อต้านหรือไม่

Following Your Dream
ทำตามความฝัน

ฝันนั้นเป็นจริง เมื่อทุกสิ่งเกิดจากแสงแห่งศรัทธา
พี่หล้าให้สมาชิกกลุ่ม 'ทำตามความฝัน' แนะนำสัญลักษณ์ประจำตัวในการสร้างโลกใหม่
อึ่ง - ดอกบัว - บริสุทธิ์
ตู่ - เจ้าหญิง - สูงส่ง
น้ำผึ้ง - พระอาทิตย์ - ให้คุณประโยชน์
La - ผีเสื้อ - สำรวจตนในดักแด้ของความสงบ
ทุกคนช่วยกันสานฝันด้วยท่าทางประกอบในเพลง I have a dream... ที่เชื่อมั่นในนางฟ้า I believe in angel ในการเห็นแต่สิ่งที่ดีงาม สุดท้ายนางฟ้าทั้งสามนำดวงดาวประดับต้นคริสต์มาสของแต่ละคน มามอบคืนให้พร้อม 'ความรัก' จากหัวใจของกลุ่มกิจกรรม 'เปิดหัวใจ'
ค่ำคืนนี้เรามีเสียงเพลงแห่งความสงบ (Silent night) และความสุขสันต์ (Joy to the world) ขับร้องร่วมกันกับพี่น้อง

ลูกโป่งสีฟ้ามาพร้อมรอยยิ้มของคุณธรรม
ลูกโลกแห่งความสุขกับเพลง Joy to the world
เทียนนางฟ้าได้แสงในเพลง Silent night
น้องปอนด์-น้องปั้น แจก Toli ทำด้วยหัวใจ(cookie รูปดาว)
กลุ่ม youth ผลัดกันสร้างสีสันบันเทิง

อาทิตย์ 23 ธ.ค. 61 ณ มูลนิธิฯ นนทบุรี
วันเวลาในยุคบรรจบพบกัน คือการเฉลิมฉลองด้วยความสุขสันต์หรรษาอันยิ่งใหญ่
เมื่อโยงคำว่า Christmas คำว่า Krismis ที่แปลว่าลูกเกด พ่อสูงสุดจึงให้นัยสำคัญของการอวยพรวันคริสต์มาสให้ลูกๆ มีความหวานยิ่งกว่าลูกเกต (Krismis)เป็นความหวานชื่นของชีวิตที่บริสุทธิ์ เป็นวันของความสุขในครอบครัว ที่ฉลองกันด้วยความกระตือรือร้น ด้านจิตวิญญาณ ถือว่าเป็นวันของเมล็ดต้นไม้ที่สามารถบอกเรื่องราวของวงจรเวลา เรียกว่า ต้นกัลปะ ดวงวิญญาณที่สูงส่งทั้งหลายเปล่งประกายรัศมี บริเวณฐานราก ขณะที่มีการบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้ต้นกัลปะ และเกิดการรู้แจ้งในละครโลกตั้งแต่ต้นจนจบ ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์โลกนี้ ซ้ำรอยทุก 5000 ปี

เราคือดวงดาวที่มีชีวิต ประดับประดาพฤกษาใหญ่ แห่งมนุษยชาติให้สดใสสว่างไสว เปรียบเช่นนางฟ้า-เทวดา ผู้เป็นแสง-สีขาว โบยบินไปทุกหนแห่งในโลก จึงกลายเป็นอนุสรณ์ของแสงที่ใช้ตกแต่งต้นไม้คริสต์มาส

ขอบคุณพี่น้องของครอบครัวดวงดาวที่มาช่วยสร้างบรรยากาศของความบันเทิงเริงร่าในคุณค่าทางจิต สำหรับชีวิตใหม่ โลกใหม่...
หลังจากเขียนจดหมายแสดงความต้องการชีวิตที่ดีขึ้น พ่อซานต้าได้มามอบของขวัญแก่ลูกๆ ในวันอาทิตย์นั้น พี่หล้าขอให้ประกาศสิทธิ์ในคุณธรรมประจำเดือนธันวาคม ก่อนเปิดของขวัญเพื่อเชื่อมต่อปีเก่ากับปีใหม่ด้วยคุณธรรม
น้องใหม่จากหาดใหญ๋ 'พี่แฉล้ม' คือสมาชิกใหม่ที่จริงใจ จริงจัง พร้อมตัดเค้กวันเกิดทางจิตร่วมกับผู้เกิดเดือนธันวาคม
เดือนของการบังเกิดพระกุมาร สัญลักษณ์ของเด็กที่บริสุทธิ์ ไร้เดียงสาของพระเจ้า
                                                                                                               น้องกลุ่ม Youth มอบความบันเทิงให้ครอบครัว

โดยทั่วไปครอบครัวทางจิตจะมีความซาบซื้งเป็นพิเศษในวันจุติของดวงวิญญาณบริสุทธิ์ ในเวลาอมฤตที่บริสุทธิ์ที่สุดถือเป็นเวลาของการเกิดที่สูงส่ง ทันทีที่ลูกเปิดตาที่สามและมองเห็นของขวัญที่ บาบา พ่อสูงสุดนำมาให้ ผ่านร่างชราของ บราห์มา บาบา (ช่วงวัย 60 ถึง 93 ของท่าน) ผู้เป็นเครื่องมือ ในการสร้างโลกใหม่ของพระเจ้าด้วยความรู้ที่เป็นสัจจะอย่างสมบูรณ์
ซานต้าคือผู้ที่เรารู้จักกันในชุดสีขาว-แดง
เราเห็นพ่อบราห์มา ในชุดขาวในร่างชรา มีหนวดขาว-ผู้สะสมประสบการณ์ชีวิตมา 84 ชาติเกิดเต็ม
เราเห็นพ่อชีวา ผู้เป็นแสง - สีแดงในสีขาวนั้น
เราเห็นพ่อชีวา ผู้นำความสงบมาสู่โลก
ท่านมาพร้อมกับของขวัญมากมายเพื่อหล่อเลี้ยงลูกๆ ของท่าน เริ่มจากชาติแรกที่เกิดทางจิตด้วยความบริสุทธิ์ ... ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ กำไลของความรัก(Bracelet of love) ที่มีค่ายิ่งกว่าเพชร ...นั่นคือกำไลของเวทย์มนต์พระเจ้า(Bracelet of God's magic) ที่ทำให้ ลูกๆ สามารถได้รับทุกสิ่งที่ต้องการ เมื่อลูกคิดและปลุกเรียก ... ซึ่งกล่าวกันว่า.. ไม่มีอะไรขาดไปในคลังสมบัติที่มีค่าของบราห์มิน... ลูกๆ ทั้งหมดได้รับของขวัญนั้น ทันทีที่เปิดตาที่สาม

ข้อความจาก 10 หนทางของการเปลี่ยนแปลงโลก ได้จัดพิมพ์ไว้ในบัตรพรด้วยภาษาต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปปฏิบัติได้ง่าย หวังว่าท่านจะสามารถสะสมบัตรพรทั้ง 10 หนทางจากรายการของแต่ละเดือน (มีนาคม-ธันวาคม 2561)


โอมชานติ

© 2019 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.