ความเคารพคือการรับรู้ถึงคุณค่าที่เป็นมรดกดกทอดและสิทธิโดยกำเนิดของแต่ละบุคคลและกลุ่มคน ซึ่งตระหนักได้ว่าเป็นศูนย์รวม ที่ทำให้ผู้คนผูกมัดตนเองกับเป้าหมายชีวิตที่สูงขึ้น ความเคารพในระดับที่เป็นสากล และการตระหนักรู้ต่อสิทธิทางปัญญา รวมทั้งแนวความคิดใหม่ๆ จำต้องถือปฏิบัติโดยไม่มีการแบ่งแยก ทุกคนต่างก็มีลักษณะพิเศษของตน และทุกชีวิตต่างก็มีสิทธิที่จะอยู่อย่างเป็นสุข มีความเคารพ และมีเกียรติ ความเคารพ เริ่มต้นจากภายในของแต่ละบุคคล มีพื้นฐานมาจากการตระหนักว่าตนเองมีเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร เป็นพลังชีวิตที่อยู่ภายใน เรียกว่า ดวงวิญญาณ ผู้เป็นแหล่งแห่งคุณค่าอันบริสุทธิ์
การมองและการรู้จักว่า "ฉันคือใคร" ด้วยจิตสำนึกที่สูงส่ง ทำให้เกิดศรัทธาในตนเองอย่างเต็มเปี่ยมและสมบูรณ์ จากการหยั่งรู้จักตนเอง ผู้คนจึงสามารถสัมผัสกับความเคารพตนเองที่แท้จริง
ความเคารพสร้างความมั่นคงในชีวิต
ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น เมื่อสำนึกในธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์ ได้ขาดหายไป อิทธิพลในแง่ลบจากภายนอกจึงอยู่เหนือความเคารพ การมั่นคงอยู่ในสภาพที่สูงส่งของตน ทำให้เกิดความเคารพที่แท้จริงต่อผู้อื่น และได้รับความเคารพจากผู้อื่นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพราะการปฏิบัติตนไปตามจิตสำนึกที่ว่า มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าภายในซึ่งบริสุทธิ์ และมีคุณธรรม ย่อมนำมาซึ่งชัยชนะสูงสุด เพราะความสัมพันธ์บนพื้นฐานนี้ ทำให้แน่ใจได้ว่า ความดีที่ติดตัวมาของตนเองและผู้อื่นจะปรากฏขึ้นมา

จุดเริ่มต้นของความอ่อนแอทั้งหมดคือการขาดหายไปของคำๆ หนึ่ง นั่นคือ 'ตนเอง’ เมื่อคำว่า ‘ตนเอง’ (self) ถูกตัดออกไปจากคำว่า 'ความเคารพตนเอง’ (self-respect) ช่องว่างที่เกิดขึ้นจึงเต็มไปด้วยความปรารถนาและความคาดหวังต่างๆ แต่ละอย่างนั้นก็เพื่อเรียกร้องให้ได้มาซึ่งความนับถือหรือความเคารพจากผู้อื่น จากการพึ่งพิงอำนาจ ภายนอกมากกว่าอำนาจภายใน บุคคลนั้นจึงวัดความเคารพจากปัจจัยทางกายภาพและวัตถุ เช่น วรรณะ สีผิว เชื้อชาติ ศาสนา เพศ สัญชาติ สถานภาพ และชื่อเสียงในสังคม ยิ่งความเคารพถูกกำหนดจากปัจจัย ภายนอกมากเท่าใด ก็ยิ่งมีความปรารถนาที่จะได้รับการยอมรับจากผู้อื่น มากเพียงนั้น ความปรารถนามีมากขึ้นเท่าใด บุคคลนั้นก็ตกเป็นเหยื่อ และสูญเสียความเคารพตนเองและผู้อื่นมากขึ้นเท่านั้น หากผู้คนละทิ้งความปรารถนาที่จะได้รับความนับถือ และแน่วแน่ในสภาพที่สูงส่งของการเคารพตนเองได้แล้ว ความนับถือย่อมตามมาดุจดังเงา

การพัฒนาคุณค่าของความเคารพภายในตนเอง และทำให้ปรากฏออกมาในทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งท้าทายยิ่ง อุปสรรคต่างๆ จะเข้ามาเพื่อทดสอบพละกำลังของความเคารพ และข้อทดสอบเหล่านี้ก็มักจะเข้ามาในข่วงที่เปราะบางที่สุด การมองโลกในแง่ดี การมีความหวัง และความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นสิ่งจำเป็น เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ในสถานการณ์ที่ดูราวกับว่าการคํ้าจุนทั้งหมดได้มลายหายไป สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่อย่างสัตย์ซื่อ ก็คือความสามารถที่จะพึ่งพิงตนเอง จากภายใน

สภาพที่ควรแก่การให้ความเคารพ
พลังของการแยกแยะทำให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่น่าเคารพ ด้วย การใส่ใจต่อคุณภาพของความตั้งใจ ทัศนคติ พฤติกรรม ความคิด ถ้อยคำ และการกระทำ มากเท่าที่มีพลังของความถ่อมตนในการเคารพตนเองนั้น การแยกแยะและปัญญาที่จะคงความยุติธรรมต่อผู้อื่น จะก่อให้เกิดความสำเร็จในการให้คุณค่าต่อปัจเจกบุคคล ชื่นชมในความหลากหลาย และคำนึงถึงความสำเร็จของงาน ความสมดุลระหว่างความถ่อมตนและการเคารพตนเอง ทำให้งานรับใช้ช่วยเหลือเป็นไปในลักษณะที่ไม่ เห็นแก่ตัว เป็นการกระทำที่มีเกียรติ การมีทัศนคติที่อ่อนแอ ในรูปของความหยิ่งยโส และความใจแคบ เป็นการทำลายเอกลักษณ์และล่วงละเมิดต่อสิทธิพื้นฐานของผู้อื่น ทั้งยังให้ผลร้ายต่อตนเองด้วย ตัวอย่าง เซ่น การเรียกร้องความสนใจ หรือยกตนข่มท่าน หรือจำกัดเสรีภาพของผู้อื่น ต่างก็กระทำไปโดยมุ่งที่จะแสดงตัว อันทำให้สูญเสียคุณค่าภายใน ศักดิ์ศรี และความสงบของจิตใจ ความเคารพแท้จริงดั้งเดิมอยู่ในฐานะ ต่ำต้อยกว่าความเคารพจอมปลอม

ดังนั้น ความพยายามที่จะได้รับความเคารพโดยปราศจากสำนึกที่รู้ ถึงคุณค่าดั้งเดิมและเกียรติของตน จึงกลายเป็นสิ่งที่ทำให้สูญเสียความเคารพไป การรู้คุณค่าของตนเองและผู้อื่น เป็นวิถีทางอันแท้จริงที่จะได้รับความเคารพ ด้วยหลักเกณฑ์ที่มีจุดกำเนิดมาจากแหล่งดั้งเดิมของคุณค่าอันบริสุทธิ์ จึงทำให้ผู้อื่นสัมผัสได้ถึงความจริงแท้ ความจริงใจในสายตาและทัศนคติของความเสมอภาค ย่อมมีพลังแห่งจิตวิญญาณร่วมกัน การแบ่งปันก่อให้เกิดความรู้สึกที่เป็นของกันและกัน ความเป็น ครอบครัวเดียวกัน

ความรู้สึกแห่งเกียรติและคุณค่าเช่นนั้นสามารถขยายตัวออกสู่ครอบครัวชาวโลก การแสดงความไม่เคารพและการทำงานที่ขัดแย้ง กับกฎธรรมขาติ ทำให้เกิดความไม่สมดุลในสิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติทางธรรมชาติ เมื่อมีความเคารพและความนับถือต่อวัตถุธาตุ พลังอมต ของวัตถุก็จะรับใช้มนุษยชาติอย่างถูกต้องและอุดมสมบูรณ์

คุณค่าชีวิต ในเวลาวิกฤต(คลิกอ่าน)


พฤหัส 3 ถึง อาทิตย์ 5 พ.ย.
งานแพทย์แผนไทย ที่วัดเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)- มีการจัดบูททำนายคุณธรรม มีผู้สนใจร่วมกิจกรรมทั้งหมด 100 ท่าน ทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย ในวันที่ 4 พ.ย. 2559 บีเค สไบทิพย์ ศิริรัตน์ธำรงค์ ประธานกรรมการมูลนิธิ บราห์มา กุมารี ราชาโยคะ บรรยายในหัวข้อ ‘พลังความคิด พิชิตโรคภัย’


ศุกร์ 4 พ.ย.

การนัดประชุมกันในเวลาเช้าที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดย พล.ต.ต.สมชาย ชูชื่น (นร.จากศูนย์บราห์มา กุมารี เชียงใหม่) ผ่านผู้ดูประสานงานศูนย์เชียงใหม่ ได้รับการตอบรับจากมูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชาโยคะ ด้วยความเคารพในความตั้งใจที่จะร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในการพัฒนาคุณธรรม ผศ.ประภา วิทยารุ่งเรืองศรี(พี่ภา) ได้แบ่งปันประสบการณ์ในการเข้าร่วมประชุมพร้อมกับ B.K.สไบทิพย์ ศิริรัตนธำรงค์(พี่หล้า) ที่ได้นำเสนอแผนงานในการที่มูลนิธิฯ จะให้ความร่วมมือโดยไม่หารายได้
“เช้าวันรุ่งขึ้นวันที่ 4 พ.ย. เรามีฐานของอมฤตเวลาและมูร์ลี ฉันได้เรียนรู้ว่าไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร มนุษย์จะกำหนดอะไร เราต้องไม่ขาดมูร์ลีในวันทำงานรับใช้ เรามีทั้งอาหารทางปัญญา และอาหารของร่างกายที่พี่วัลลภาและพี่ศรีเตรียมให้ด้วยความรัก เราเดินทางไปถึงก่อนเวลา พล.ต.ต.สมชายแนะนำพี่หล้าให้รู้จักกับผู้อำนวยการกรมประชาสัมพันธ์ รวมทั้งหัวหน้าสำนักการศึกษาของ กทม. ที่มีโรงเรียนในการดูแลประมาณ 400 โรง

รูปแบบภายนอกของพี่หล้าดึงดูดผู้คนให้เข้ามาสัมผัสกับ “องค์ใน”(inner self) ดังนั้นจากการเชื่อมโยงของ inner self ของพี่หล้ากับบาบาและ พ่อของแผ่นดิน(ในรูปจิตวิญญาณที่เป็นอิสระ) งานรับใช้ด้วยความรู้และความรักสามารถ “ให้” ผลทันทีอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ละคนได้รับคุณธรรมที่ทำให้ใบหน้าของเขาเปล่งประกายด้วยความสุข เพียงหนึ่งคุณธรรมในเพียงหนึ่งนาทีที่หยิบบัตร ความสุขและความเคารพตนเองก็เกิดขึ้น ไม่ต้องรอการอนุมัติเรื่องอย่างเป็นทางการใดๆ งานการปรับเปลี่ยนบรรยากาศเกิดขึ้นทันทีที่แต่ละบุคคลอยู่ในความสงบและเข้าถึงความหมายของคุณธรรมของตนเอง

ตอนจบมูลนิธิฯ ได้นำบัตรวัวเจ้าปัญญา 26 ใบ (จาก A ถึง Z) ไปแจกเจ้าหน้าที่ของ กทม. (พี่หล้าพี่ภาไม่ต้องเดินแจกเลย -เพียงอยู่ในการจดจำบาบาก็จะมีหนึ่งมือในหนึ่งพันมือของบาบามาช่วยเหลือได้) เสียงใสๆของรองผู้ว่าวรรณวิไล กล่าวอย่างชัดเจนว่าได้บัตร Ego "ตรงกับที่คุณแม่เคยสอนว่าลูกต้องเข้ากับทุกคนได้ ต้องไม่มีความทะนงตน" ฉันชื่นชมคุณแม่ของท่านรองฯอย่างมากที่สอนจิตวิญญาณที่ส่งผลให้ลูกเจริญรุ่งเรืองได้มาทำงานรับใช้พระเจ้าในที่สุด ฉันได้เข้าใจว่านี่เองที่เรียกว่าแม่ของโลกผู้สอนลูกให้ขจัดข้อบกพร่องและให้พัฒนาคุณธรรม จนลูกมีศักดิ์ศรีและความงามจากภายใน ซึ่งส่งผลให้พวกเราบีเค ไตร่ตรองดูดซับความถ่อมตนจนเป็นกระแสออกไปในวงกว้างทั่วทั้งโลก

ท่านรองผู้ว่าฯกล่าวถึงห้องสมุดสำหรับประชาชนสร้างเสร็จแล้วที่สี่แยกคอกวัวถนนราชดำเนิน สามารถรองรับโครงการต่างๆที่เสนอมา พี่หล้าเสนอให้มี Silence Room อยู่ภายในห้องสมุดนั้น

บรรยากาศภายในห้องประชุมเอราวัณ เบาสบายด้วยความยิ้มแย้มของท่านรองผู้ว่า กทม. วรรณวิไล พรหมลักขโณ ที่แม้จะมีผู้มาเชิญท่านออกไปด้วยภาระงานอื่น ท่านก็รีบกลับมาและติดตามการประชุมอย่างไม่ให้ตกหล่น ใบหน้าของท่านไม่รู้เหนื่อย มีความเป็นผู้นำอย่างชัดเจน ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน ทั้งข้าราชการในการดูแลของท่าน และ ผู้ที่มาจากหน่วยงาน/องค์กรอื่น ที่ท่านใช้คำว่ากัลยาณมิตร มาด้วยใจ การให้ความสำคัญกับงานเฉพาะกิจนี้โดยให้ความเชื่อมั่นกับพวกเราในครั้งแรกที่พบกันว่า จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่โดยตรง ฉันจึงรู้สึกว่างานนี้ จะเคลื่อนไปได้อย่างสวยงามเพราะประธานมีความเป็นจิตวิญญาณ”


เสาร์ 5 พ.ย.

ณ มูลนิธิ บราห์มา กุมารี ราชาโยคะ สำนักงานใหญ่ ถ.แจ้งวัฒนะ27 มีการจัดเวลาเป็นประจำทุ่มครึ่งถึงสามทุ่ม(19.30-21.00 น.) ของทุกคืนวันพฤหัสและวันเสาร์ ไว้สำหรับการเรียนรู้ด้านจิตวิญญาณ หลังจากทำสมาธิพร้อมกันทั่วโลก(19.00-1-19.30น.) ทุกวัน เรามีสมาชิกประจำที่สะดวกมาในชั้นเรียน เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ รวมทั้งส่วนใหญ่ที่อยู่ในระบบรับฟังถ่ายทอดผ่านการประชุมกลุ่ม LINE จากทุกที่ รวมทั้งต่างจังหวัด

เสาร์ต้นเดือน พฤศจิกายนนี้ เราจึงเชื่อมโยง 'ความเคารพ' กับ 'ความถ่อมตน' ของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เริ่มจากนิยามของความเคารพ ที่รวมคุณสมบัติต่างๆ ไว้ด้วยกัน

Esteem ความนิยมชมชื่น
มีการยอมรับนับถือ และมีความคิดเห็นในทางที่ดีเกี่ยวกับผู้อื่นและสิ่งต่างๆ

Value การมองเห็นคุณค่า
มีการแสดงความสนใจในคุณค่าและให้ความสำคัญ

Honour การให้เกียรติ
มีการยกย่องสรรเสริญ และสดุดีในความประสงค์ของผู้อื่น โดยไม่แทรกแซง หรือแสดงความขัดแย้ง

Regard ความนับถือ
มีการแสดงความสนใจ และเชื่อถือในความคิดเห็นและความรู้สึกของผู้อื่น

เราควรมีความเคารพอะไร?
ตนเอง ผู้อื่น สิ่งแวดล้อม
จิตใจ วัยผู้ใหญ่ ดิน
ร่างกาย วัยเดียวกัน น้ำ
สมบัติ วัยเยาว์ อากาศ
เวลา คนป่วย แร่ธาตุ
บทบาท คนจน พืช
ความคิดเห็นต่างๆ
วัฒนธรรม
เวลา
หน้าที่การงาน
อุปกรณ์-เครื่องใช้
สัตว์








การสร้างสมคุณธรรมความเคารพตนเองนั้นควบคู่ไปกับการขจัดความหลงทะนงที่มาจากการติดในรูป-นามหรือการผูกพันยึดมั่น ในสำนึกที่เป็น 'ฉัน' 'ของฉัน' ดังนั้นการยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง เราจึงมีการทำกิจกรรมเสริมความถ่อมตนด้วยความเคารพตนเอง ให้มีสมดุล มีความเป็นกลางในทุกทางที่แสดงออก

สภาพที่ขาดสมดุล
ถ่อมตน
ขาดเคารพตนเอง คือการยอมจำนน
เคารพตนเอง
ขาดถ่อมตน คือความหลงทะนง
ฉันต้องการเป็นที่รักของทุกคน
ฉันสามารถทนทุกสิ่งได้
แต่อย่าได้มองดูความรู้สึกภายในของฉัน
ฉันยิ่งใหญ่ ฉันสำคัญ
เหตุใดทุกคนจึงไม่เคารพฉัน?

ฉันคือผู้ร้องขอ ฉันคือผู้ร้องขอ


สภาพที่สมดุล
ความถ่อมตนและความเคารพตนเอง
ฉันรู้คุณค่าของตนเอง
ฉันกล้าแสดงความคิดเห็น ให้เกิดความเข้าใจในสถานการณ์
ฉันสามารถน้อมรับและให้ความเคารพตนเอง และผู้อื่น ฉันคือผู้ให้

ตารางพิจารณา บุคลิกภาพที่ตรงกันข้าม
ความเคารพในตนเอง
ความหยิ่งทะนง
1. พิจารณาตนเอง แก้ไขข้อบกพร่อง ให้อภัย 1. มองความผิดของผู้อื่น หวังให้ผู้อื่นแก้ไขก่อน ไม่ให้อภัย คิดแก้แค้น
2. มีความสุข พอใจในตนเอง สร้างบรรยากาศรอบตัวให้ดีขึ้น 2. มองหาสิ่งภายนอกและผู้อื่นเพื่อให้ความพอใจแก่ตนเอง ทำลายบรรยากาศที่ดี
3. เรียนรู้จากสถานการณ์ได้รวดเร็ว ไม่ยึดมั่นผู้ใด สิ่งใด มีอิสระที่จะพัฒนา 3. พัฒนาอย่างมีขีดจำกัด ยึดมั่นในความคิดเห็นของตน รวมทั้งบุคคล สิ่งของ ด้วยสำนึกที่ครอบครองเป็นเจ้าของ
4. อ่อนน้อมถ่อมตน เห็นประโยชน์ของคำแนะนำตักเตือน 4. หลงในความรู้ ความสามารถของตน ชอบแนะนำตักเตือนผู้อื่น แต่ปฏิเสธจะรับฟัง
คลิกอ่านเพิ่มเติม

พี่ธร แบ่งปันประสบการณ์ด้วยการเชื่อมโยง ความถ่อมตน และความเคารพ
ความเคารพตนเองมาพร้อมกับความถ่อมตน จะติดตาม มาคู่กัน เป็นการรักษาความสมดุล กับความถ่อมตนให้คงอยู่ไม่เอียง ขึ้นๆ ลง ถ้ามีความถ่อมตนมากเกินไป ความเคารพตนเองจะน้อย เมื่อมีน้อยก็จะรู้สึกว่า เป็นปมด้อย ตกภาวะจำยอม แต่ถ้า ความถ่อมตนมีน้อย ความเคารพตนเองมีมาก จะเกิดปมเด่น เป็นความก้าวร้าวรุนแรงไป เป็น ego ที่มีปมเด่นจะสร้างภาพลักษณ์ที่สำคัญกว่าคนอื่น

ภาวะของความเคารพตนเอง คือภาวะที่ไม่มีความกลัวแต่จะเห็นคุณค่าของตนเอง เมื่อ ego หายไป เราจะเห็นคุณค่าของตนเองมีมากมาย รู้สึกว่าตนเองเต็มเปี่ยม เต็มไปด้วยคุณค่าทั้งหลาย เมื่อตนเองเต็มจะไม่ต้องการอะไรจากใคร เห็นคุณค่าของตนเองชัดเจน จะเชื่อมโยงต่อการเคารพต่อผู้อื่น เราจะเห็นคุณค่าของผู้อื่นในสิ่งที่เขาเป็นอยู่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรู้สิ่งนั้นมาก่อน แต่เราจะให้เกียรติ ให้ความทัดเทียม อย่างถ้วนหน้า โดยไม่มีการเลือก

ความเคารพ คือความรักที่จะต้องให้ด้วยความจริงใจที่จะมอบให้กับผู้อื่นที่อยู่ในความสัมพันธ์กับเรา สังคมที่ใช้คุณธรรมเหล่านี้ คือสังคมทางจิตวิญญาณ ในชุมนุมของบราห์มา กุมารี เราศึกษาฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราจะเปลี่ยนแปลงตนเองได้เพราะเราเข้าใจ ความเข้าใจมาจากการเชื่อมโยงกับบาบา ผู้เป็นสัจจะ และภาวะอันเป็นนิรันดร์ เข้าใจปัญหาในทุกเรื่อง เข้าใจในความเป็นจริงและมองเห็นความหลอกลวงเพื่อจะทำได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และเปลี่ยนแปลงได้
คำว่า Understanding เมื่อเรายืนขึ้น เราจะเห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้สิ่งที่ยืนอยู่

มีบัตร GWPF 3 ใบ เรื่องความเคารพ 6/19/57 ภาพบัตร 3 ใบและให้คนคลิกอ่านความหมาย

พี่หล้าเสริม...
ความเคารพ คือความรักที่จริงใจ และมาพร้อมกับการเชื่อฟังบาบา รักและเคารพ ใช้มาตลอด รักและจดจำ ถ้าเรารักบาบา เราจะทำตามที่บาบากำหนดได้ ศรีมัททำได้ขนาดไหน ซึ่งเรายังทำตามใจตนเองและทำตามใจผู้อื่นอยู่ จึงเป็นเครื่องฟ้องว่าเราจะทำตามมายาสั่ง ทำตามสิ่งที่เราชอบ หรือคนอื่นชอบ เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดว่า ใครที่มีความหลงทะนงจะใช้อิทธิพลของตนครอบงำผู้อื่น เราจะเป็นผู้รับในคราบของผู้ให้ เราจึงต้องเรียนรู้จักความเคารพในทุกความสัมพันธ์ด้วยความรักต่อตนเอง บาบา และผู้อื่น เพื่อจะไว้ใจและศรัทธาในตนเองได้อย่างแท้จริง

ดาดี้แจงกีทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าทุกคนต้องการได้รับความเคารพ หลายคนเชื่อว่า เขามีสิทธิที่จะได้รับความเคารพจากการมีตำแหน่งหรือ ยศฐาที่เหนือใคร โดยที่ไม่เข้าใจว่า สิทธินั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบ เพื่อจะมีค่าต่อการได้รับความเคารพจากหัวใจ บาบาให้เรา เคารพบาบา เคารพผู้อาวุโส(ซีเนียร์) เพราะอะไร ทำไมเขามีค่าในการเป็นซีเนียร์ ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีค่าต่องานรับใช้ช่วยเหลือตามกำหนดในหนทางสูงสุด(ศรีมัท) เขาจึงสั่งสมประสบการณ์มากกว่า เขารู้คิดในการใช้ชีวิตที่บริสุทธิ์มากกว่า เขาจึงสามารถมาก่อน และคงอยู่มาได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณค่าความดี ความเคารพที่แท้จริงไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ ไม่ว่าจะทำมากเท่าใด? แต่อยู่กับว่าเราทำดีอย่างไร แบบไหน เราย่อมได้รับความเคารพตามคุณธรรม คุณสมบัติ ที่เปิดเผยด้วยพฤติกรรมของเราเองในกิจกรรมต่างๆ

ความเคารพไม่ใช่เรื่องของ supply-demand หรือการจัดหา หรือการชดเชย (อุปสงค์ อุปทาน) ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราจับได้ว่าใครต้องการความเคารพแม้เพียงน้อยนิด เราอาจจะวิ่งหนี เพราะว่า ความอยากที่จะได้รับความเคารพนับถือเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงช่องว่าง คนส่วนใหญ่นั้นวุ่นวายกับการเติมช่องว่างของตนเอง และรู้สึกรำคาญที่ต้องมาเติมช่องว่างให้ใคร ที่มีความหวังที่จะได้รับการเติมเต็มนั้นด้วย เราต้องดูความอยากปรารถนาของเรา ในการได้รับความเคารพนับถือนั้นซ่อนอยู่อย่างไร เราสามารถดูแรงจูงใจของตนเอง มีอะไรน่าสงสัย หรือไม่น่าไว้ใจในสิ่งที่ตนเองทำ เราต้องนำมาประมวล

ฉะนั้นในความเป็นจริงแล้ว การคิดหวังที่จะได้แม้การยอมรับก็บ่งชี้ว่าเขาขาดหรือไม่มีใครให้สิ่งนั้นแก่เขา สิ่งไหนก็ตามที่เราทำ เพื่อได้รับเกียรติยศชื่อเสียงหรือความเคารพนับถือจากผู้อื่น ย่อมรู้ได้ว่า เราไม่มีค่าต่อการได้รับสิ่งนั้นเลย ทุกคนต้องการความเคารพนับถือ เขาจึงพิสูจน์ตนว่ายิ่งใหญ่ มีทั้งปมเด่น ปมด้อย เพราะต้องการเรียกร้องความสนจากผู้อื่น เรามีบาบาพ่อสูงสุดเป็นบรรทัดฐาน การที่เรามีนิสัยพิสูจน์ตนเอง หรือเฝ้าแต่เรียกร้องต้องการจะทำให้เราจะกลายเป็นลูกกำพร้า

เนื่องจากเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนเกิดทางร่าง(พี่หล้า) และทางจิต(พี่ทิม) ที่เรามักฉลองทางจิตวิญญาณด้วยการรู้ค่า การเกิดทางชีวิต ที่บาบาเป็นผู้ให้ทานชีวิต เราได้ชื่อว่าเป็นลูกของบาบา ได้รับการขัดเกลาทุกขั้นตอนเพื่อการพัฒนาคุณธรรมความดีอย่างละเอียดอ่อน ซึ่งส่งผลต่อสถานภาพที่สูงส่งในอนาคตบนพื้นฐานของความเคารพ-นับถือ (Respect-Regard) ที่เรามีต่อกันในปัจจุบัน (คลิกอ่านจดหมายที่พี่หล้าเขียนถึงพี่น้องบราห์มินทุกคนในประเทศไทย)



อาทิตย์ 6, 13 และ 27 พ.ย.

เราใช้เวลาสร้างความมั่นใจในชีวิต ช่วง 10 นาฬิกาถึงเที่ยง ของวันอาทิตย์ที่ 6,13 และ 27 พฤศจิกายน ด้วยการหันมาหาตัวเองและเข้าสู่ประสบการณ์ของความเงียบสงบที่ลึกล้ำ เป็นการพัฒนาจิตวิญญาณให้เข้มแข็ง เริ่มจากความเคารพในตนเอง(Self-Respect) มีความชื่นชมในตนเอง (Self-Esteem) และในที่สุดจึงเกิดความมั่นใจในตนเอง (Self-Confidence)
(คลิกอ่านเพิ่มเติม)

เราเริ่มด้วยการสร้างภาพรวมในการพัฒนาคุณค่าชีวิตบนฐานของคุณธรรมที่ต้องรักษาดุลของทั้ง 4 ด้าน: ครอบครัว การงาน สังคม และชีวิตทางจิต

การมองเห็นตัวตนที่แท้จริงด้วยคุณสมบัติ(พื้นฐาน)ที่ติดตัวมา(IQ) นั้นสร้างความมั่นคงเพิ่มศักยภาพและอยู่เหนือความหลงทะนง ตรงกันข้ามกับที่คนทั่วไปมองเห็นตนเองจากภายนอกด้วยคุณสมบัติที่ได้มาจากประสบการณ์ ความสามารถ
การเรียนรู้ต่างๆ (EQ) ที่ทำให้ชีวิตแปรปรวน จึงยึดมั่นหรือหลงทะนงในภาพลักษณ์จอมปลอม ที่มีรูปนามและวัฒนธรรมต่างกันไป
(คลิกอ่านเพิ่มเติม)

น้องฝน สรุปกิจกรรมจาก 3 หัวข้อ
Self-respect เริ่มต้นการสะท้อนความคิดว่า สมญาของความเคารพตนเองใดที่แต่ละคนใช้ในชีวิตทางจิต และสมญาใดที่นำมาใช้ในงานรับใช้ทางจิตมากที่สุด มีการแบ่งปันเป็นกลุ่ม และได้สรุปสาระความเคารพตนเองจากมูร์ลีของบาบา

Self-esteem มีการบรรยายพร้อมการทำกิจกรรม คุณแม่-คุณลูกหลายท่านมาร่วมเรียนรู้กระบวนการสร้างคุณค่าของตนเอง ด้วยการรู้จักดูแล Inner Child และรับฟังเสียงภายในของตน
คุณแม่ผึ้งมากับลูก 2 คน ได้แบ่งปันจากการเข้าร่วมกิจกรรม Self-esteem
ข้อคิดที่ได้จากการเข้าฟัง เรื่องการรู้จักตนเอง ในฐานะที่เป็นคุณแม่แล้วพาลูกสาว 2 คนไป ทำให้ลูกได้มีประสบการณ์ การรับรู้ความคิดอะไรใหม่ๆ รู้จักการเข้ากลุ่มแสดงความคิดเห็นของตนเอง เมื่อฟังแม่ปุ๋ยพูด ก็ทำให้เราและลูกได้รู้ มีจิตยั้งคิดในสิ่งที่จะทำ มีการไตร่ตรองมากขึ้น


Self-confidence เข้าสู่ขั้นที่ 3 คือ ความเชื่อมั่นในตนเอง เริ่มต้นด้วยการเขียน 10 คุณธรรมที่แต่ละคน เห็นในตนเองมากที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตนเองในทางที่เป็นบวก พร้อมกับ คติพจน์ประจำใจ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่แปรปรวน หาผู้ที่มีคุณธรรมเหมือนกันกับตนเอง และแบ่งปันกับกันและกัน หลังจากนั้นพี่หล้ามาให้คลาสเรื่องความเชื่อมั่น พร้อมดูสื่อ Self –confidence จาก Sr.Denise และการไตร่ตรองที่ได้จากจดหมายข่าวในอดีตที่ได้เขียนไว้ มีการแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม โดยใช้ตัวอย่างสถานการณ์ที่ต้องนำความรู้ทางจิตมาสร้างสมความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในชีวิต
น้องปุ๋ย น้องปุ้ม ได้ช่วยกันสรุปผลของการอบรม เรื่อง การชื่นชม-รู้ค่าตนเอง มาจากมธุบันให้พี่น้องได้รับคุณประโยชน์อย่างดีมาก อาทิเช่น ตารางตรวจสอบพฤติกรรมตนเอง
การรู้ค่าตนเองต่ำ
ยอมรับสภาพแบบจำยอม
การรู้ค่าตนเองต่ำ
แบบก้าวร้าว
การรู้ค่าตนเองสูง
แสดงออกอย่างตรงความเป็นจริง
สิทธิของตนเองน้อยกว่าสิทธิของผู้อื่น สิทธิของตนเองสำคัญมากกว่าสิทธิของผู้อื่น สิทธิของตนเองและผู้อื่นมีสมดุล
ไม่แน่ใจ, ปกป้องตนเอง แสดงให้เห็นว่าเชื่อมั่นมากเกินไป ไว้วางใจในการตัดสินและรู้ค่าของตนเอง
เห็นตนเองต่ำต้อยด้อยค่า, ทับถมผู้อื่น คุยโม้ ทำผู้อื่นให้ด้อยลง รับและให้คำชมอย่างสะดวกใจ
ไม่มีความสุข, ซึมเศร้า ไม่มีความสุข ถากถางเยาะเย้ย มีพลัง มีความสนุกสนานกับชีวิต
เดียวดาย, อาย ไม่ไว้วางใจผู้อื่น สบายกับความสนิทสนม
ท่วมท้นด้วยปัญหา เพิกเฉยต่อความรู้สึก รู้จักและจัดการกับความรู้สึก
หนักด้วยความรู้สึกผิด ไม่ค่อยยอมรับความผิด เติบโตจากความผิด
พรมเช็ดเท้า ยอมให้ผู้อื่นเหยียบย่ำ เห็นแก่ตัว ชอบจัดการ มีสมดุลระหว่างความต้องการของตนเองและผู้อื่น
พึ่งพิง แสวงหาอำนาจหรือไม่รับผิดชอบ จัดการกับความรับผิดชอบ
กังวลเกี่ยวกับความคิดของผู้อื่น,ตอบโต้ ไม่มีความรู้สึกต่อผู้อื่น มีความรู้สึกต่อผู้อื่นและตนเอง ให้ความร่วมมือ
กลัวการเปลี่ยนแปลง ใจปิดกั้น ต้อนรับการเรียนรู้,การเติบโต
หงอ กลัวในสถานการณ์ หยิ่งยะโส เชื่อมั่นในตนเอง

น้องปุ้มแบ่งปันประสบการณ์กลุ่ม: ที่สร้างความมั่นใจในตนเอง หลังจากผู้นำกลุ่มทั้ง 4 ช่วยกันหยิบยกตัวอย่างเหตุการณ์และสนทนา ออกความเห็น (คลิกอ่านเพิ่มเติม)

พฤหัส 17 พ.ย.

พี่หล้ามอบของขวัญพิเศษ 'บัตรวัวเจ้าปัญญา' ให้แก่แม่เจ้า ด้วยความตั้งใจให้ความสำคัญด้านจิตวิญญาณแก่วัว จากการที่ ‘แม่เจ้า’ ผู้เกิดปีวัวและได้สะสมของที่ระลึก รูปแบบวัวไว้หลากหลายประเภท
ฉลองวันเกิดพี่หล้าครบ 65 ปี ที่บ้านแม่เจ้า หมู่บ้านสุจิตรา หางดง เชียงใหม่ กับครอบครัวบีเคที่อบอุ่น จำนวน 23 ท่าน พี่หล้ามีสัญลักษณ์ผีเสื้อให้ทุกคนพร้อมมอบพรจากคุณสมบัติของตนเองที่ทุกคนเห็นด้วย (เขียนด้วยมือของพี่หล้า) เพื่อขอบคุณทุกคนให้มีความทัดเทียมกัน

อาม่าหอบหิ้วขนมเค้กที่ตกแต่งสวยงาม มาถวายบาบาก่อนขึ้นเครื่องบินมาเชียงใหม่ด้วยกันเพื่อตัดแบ่งในงาน

ผีเสื้อเกาะปลายนิ้ว เตือนให้นิ่มนวลในกระบวนการเปลี่ยนแปลง ที่ต้องสำรวจตนในความเงียบสงบของดักแด้ เพื่อให้ตัวหนอนกลายเป็นผีเสื้อ
พี่จ๋านำไอศกรีมที่หวานชื่นมาร่วมฉลองในบรรยากาศของความรัก
คุณป้าวัลภาเล่าประสบการณ์วันเกิดของพี่หล้า
"การมาครั้งนี้ ทุกคนให้ความรักความร่วมมือ และวันคล้ายวันเกิดพี่หล้า ทุกคนมีความสุข สนุกสนานในการฉลองวันเกิดกับแม่เจ้า แม่เจ้าสดชื่นกว่าเก่าอีกเยอะมากมายเลย ขอให้อยู่ถึง 100 ปี ทุกครั้งที่มาก็รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ค่อยได้รับผิดชอบอะไร ก็ดี ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีกำลังใจที่จะทำด้วยความรักบาบา รักพี่หล้า ทุกๆ คนรักกัน รักครอบครัว คิดว่าดี มีความสุขสนุกสนาน ด้วยความร่วมมือ อาม่าดวงวิญญาณใหม่ก็ไปอย่างมีความสุขกับ มีมี่ เก่ากลับมาใหม่ก็ได้มาให้คุณประโยชน์"

ศุกร์ 18 ถึงเสาร์ 19 พ.ย.
รายการสร้างสรรค์ชีวิตด้วยความคิดในเชิงบวก(Positive Thinking) นำโดยพี่ดา จัดที่ เชียงใหม่ศิลาดล มีผู้เข้าร่วมรายการครั้งนี้ประมาณ 40 ท่าน
เริ่มด้วยการลงทะเบียนรับเอกสารจากราชาโยคะพร้อมบัตรคุณธรรม พี่หล้าทักทายภาษาเหนือสำหรับผู้ร่วมรายการชาวเชียงใหม่ น้องอ้อและน้องปรีดา ต้อนรับด้วยการเต้นกับเพลง แก้ว-กะลา-ขัน-โอ่ง พร้อมแนะนำตนเองที่สร้างสีสันและสนุกสนาน ด้วยคุณธรรมของผู้เข้าร่วมแต่ละท่าน การอบรมเป็นเวลา 1 วันครึ่ง นี้ ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าถึงกระบวนการเรียนรู้การสร้างสรรค์ชีวิตด้วยความคิดในเชิงบวก รู้จักตนเองว่าเป็นจุดแห่งแสง พลังชีวิตที่มีพลังความคิด มีการตรวจสอบตนเองผ่าน แบบสอบถาม แบ่งปันความคิดเห็นในกิจกรรมกลุ่ม เรียนรู้จากประสบการณ์ของแต่ละคน พร้อมกับการใช้บัตรความปรารถนาดีในหัวข้อพลังความคิดมีผลในชีวิตจริงอย่างไร และมีละครพระราชาและมเหสีทั้ง 4 และนิทานดวงดาวที่ให้เราหันกลับไปใส่ใจในความคิดที่จะมีผลต่อชีวิตของตน จนถึงการเชื่อมโยงกับสิ่งสูงสุด และได้รับพลังทั้ง 8 มาใช้ได้อย่างถูกต้องในสถานการณ์ที่หลากหลายของชีวิต ผู้ที่เข้าร่วมได้ประสบการณ์และประโยชน์อย่างมากจากกิจกรรมในครั้งนี้
ประสบการณ์ของพี่น้องศูนย์สมุทรปราการ
"มีความสุขมาก เพราะจริงๆ ทุกครั้งที่มา retreat รอบนี้พี่หล้าให้มาเป็นวิทยากร Positive thinking ไม่เคยคิดว่าเป็นวิทยากร คิดว่าเรากำลังมาเรียนรู้ ทุกครั้งที่ได้แบ่งปันความรู้ ก็จะรู้สึกว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ประสบการณ์คราวนี้ สิ่งแรกที่ประทับใจก็คือการได้อยู่กับพี่น้องครอบครัวศูนย์นนท์ รู้สึกว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่น น่ารัก เต็มไปด้วยความรัก ทุกคนนี้รักกันมากเลย และก็รักพี่หล้ามากเลย และก็เห็นความน่ารักของพี่หล้าด้วย เป็นลูกรักของบาบาจริงๆ ในช่วงของการ retreat ก็รู้สึกว่าทุกคนให้ความร่วมมือไม่ว่าจะเป็นบราห์มินก็ดีหรือแขกที่มาร่วมกิจกรรม ดีใจที่ทุกคนได้ประโยชน์จากการที่ได้พูดคุยกับน้องๆ ศิลาดลหรือว่าอาจารย์แดง หรือว่าสายใยของอาจารย์แดงก็รู้สึกว่าความรู้บาบามีคุณประโยชน์จริงๆ ถ้าใครจะเปิดใจและก็รับฟัง รู้สึกมันมีกำลังใจ เพราะว่าจริงๆ ที่ทำมาตลอดก็คือจะทำกับพนักงานตัวเอง แน่นอนเขาฟังเราอยู่แล้ว และก็มาทำกับพี่น้องศูนย์นนท์ ก็มีความรู้สึกว่าก็เป็นอะไรที่ง่ายเพราะว่าบราห์มินก็มีความรู้มาแล้ว แต่รอบนี้ได้ทำกับคนนอกจริงๆ ที่เขาไม่รู้จักเราและเราก็เป็นวิทยากรที่ No name เราไม่ได้เป็นที่รู้จักหรืออะไร ก็รู้สึกว่าเขาฟังและเขาชื่นชม เราก็รู้สึกขอบคุณบาบา เพราะรู้สึกว่าเป็นบาบาที่แตะสัมผัสกับหัวใจของพวกเขาทุกคนค่ะ โอมชานติ" (พี่ดา)

"จริงๆ ความรู้สึกคล้ายกับพี่ดา ตรงที่เป็นประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสทำคอร์สนี้กับ Facilitator คนภายนอก เมื่อก่อนเราทำกับพนักงานเราก็มีความรู้สึกว่าเขาฟัง เราก็พอรู้สึกได้ว่าบางคนสน บางคนไม่สน แต่ตอนที่เป็นFelicitator ให้กับในคอร์สที่เชียงใหม่มีความรู้สึกว่าหลายๆ คนเขาได้ปลดปล่อย มีความรู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องเขาอาจจะไม่เคยมีคนฟังเรื่องพวกนี้หรือมีโอกาสได้พูดออกมาเลยตลอด บางคนแค่เริ่มพูดก็น้ำตาไหลแล้ว ก็รู้สึกว่าเราทำให้มีประโยชน์นะ เขาเล่าปัญหาของเขาแค่ตอนที่เอาความรู้ไปทบทวนเขาก็น้ำตาเล็ดเรียบร้อยแล้ว รู้สึกว่าเราได้สร้างประโยชน์ให้ผู้คน เป็นความประทับใจ" (พี่ปรีดา)

"ความประทับใจที่ได้มา อย่างแรกก่อน คือเรื่อง Positive thinking เป็นอะไรที่ฟังแล้วก็ฟังอีกได้เรื่อยๆ เลย ตั้งแต่พี่ดาเทรนรอบแรก เราสัมมนาและก็เป็นคนสอน Positive thinking เองไม่รู้กี่รอบ ก็ยังได้เรียนรู้ทุกครั้งที่ได้ฟัง ตอกย้ำว่าเป็นอะไรที่ต้องเรียน เพราะว่าการเรียน Positive thinking คือการได้ตรวจสอบตนเอง เราควรที่จะต้องตรวจสอบและเรียนรู้จนกระทั่งบริสุทธิ์และละร่าง และก็สิ่งหนึ่งที่ประทับใจในครอบครัวบราห์มินก็คือว่าก็ได้เห็นมุมมองของพี่หล้า เพราะว่ามาครั้งนี้ก็เห็นความน่ารัก ความขี้เล่นของพี่หล้า พี่หล้าเป็นคนที่มีความถูกต้อง ที่เราได้เรียนรู้ อะไรเป็นสิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ อันไหนซีเรียส อันไหนไม่ซีเรียส ในการเรียนรู้นั้นก็จะมีความขี้เล่นอยู่ทำให้มีความบันเทิงในการเรียนรู้ ไม่ใช่ความบันเทิงที่จะต้องไปสอนใครแต่บันเทิงจากใจ อันนี้เป็นบันเทิงจริงๆ เราก็จะหัวเราะจากข้างในจริงๆ และก็ความรู้สึกของการเป็นพี่น้อง ครั้งแรกที่รู้สึกตอนที่ไปออสเตรเลียถึง one world one family ก็รู้สึกมีความเป็นพี่น้องจริงๆ เราไม่มีเชื้อชาติ เราไม่มีศาสนา เราเป็นพี่น้องกันจริงๆ และก็รู้สึกอีกครั้งตอนที่มาอยู่ที่บ้านหลังนี้" (พี่อ้อ)

คลิกที่ชื่อเพื่ออ่านประสบการณ์ของท่านอื่น พี่ศรี พี่วัลลี พี่แดง พี่มีมี่ พี่นุ๊ก พี่หนุ่ม

การชุมนุมของบีเคในครั้งนี้ มีการรวมตัวกันของพี่น้องศูนย์นนท์และศูนย์สมุทรปราการ เราได้ไตร่ตรองเรื่องความเคารพ ที่พี่หล้าได้มอบเป็นของขวัญจากคลาสของดาดี้แจงกีมี 12 ข้อในการสร้างกระแสความเคารพที่แท้จริง

พี่น้องชาวเชียงใหม่ ช่วยสร้างบรรยากาศที่หอมหวลของดอกกุหลาบทางจิตและขอบคุณครอบครัวทางจิตจากกรุงเทพฯสำหรับการสร้างชุมนุมที่อบอุ่นนี้

หลังอมฤตเวลา(ตี 5) เราจุดแสงสันติเดินรอบสระน้ำ

สมาชิกบางท่านได้ไปพักผ่อน อาบน้ำแร่กันที่ Sippa Hot spring เพื่อสุขภาวะที่สมดุลทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
พี่ธม ได้ดูแลเรื่องอาหารสำหรับเรา และมีโอกาส
ร่ำลากันที่ร้านอาหารสูตรพิเศษของพี่ธม

<--น้องฝนรับตำแหน่งผู้จัดการด้านจิตวิญญาณ
บนที่นั่งของความเคารพตนเอง
อาทิตย์ 20 ถึงจันทร์ 21 พ.ย.
จากเชียงใหม่ เรามุ่งตรง จ.พะเยา เพื่อฉลองขึ้นบ้านใหม่ของพี่แก้ว ที่ถือโอกาสเชิญญาติมิตรเพื่อนฝูงมาพบปะกัน ด้วยความตั้งใจให้บ้านใหม่หลังใหญ่นี้ เป็นประโยชน์ทางจิตวิญญาณ มีการต้อนรับผู้มาร่วมงานด้วยอาหารมังสวิรัติ และกิจกรรมครอบครัวดวงดาวในบรรยากาศที่สวยงามด้วยการตกแต่งดวงดาวสีทองที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ผู้ร่วมงานได้รับดวงดาวสีทอง พร้อมกับการได้เข้าถึงการรู้ว่าตนเองคือ ดวงดาวที่มีชีวิต จุดแห่งแสง ดวงวิญญาณ ผ่านสื่อ ฉันคือใคร และเข้าใจองค์ประกอบของดวงวิญญาณ มีกิจกรรมทำนายคุณธรรม และร่วมกันนั่งสมาธิเย็น ผู้มาร่วมงาน ประมาณ 30 ท่าน

จบรายการขึ้นเหนือ วันจันทร์ที่ 21 พ.ย. โดยการเริ่มชีวิตที่มีค่าด้วยสมาธิในเวลาอมฤตตี 4 ฟังมูร์ลี 6 โมง พี่หล้าและพี่น้องบีเค มอบภาพความรู้พร้อมคำอธิบายสั้นๆถึงความหมายของภาพ ให้พี่แก้ว ไว้ประดับบ้านและใช้เป็นประโยชน์ในการให้ความรู้ทางจิตต่อไป ก่อนเดินทางไปสนามบินเชียงราย กลับกรุงเทพฯ เราต้องรับประทานอาหารเช้าในรถตู้เพื่อประหยัดเวลา
สมาชิกแวะชมกว้านพะเยาที่มีชื่อเสียง

โอมชานติ

© 2017 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.