ความเมตตา กรุณา เข้าใจ ... ว่า ทุกดวงวิญญาณต้องการ ‘พร’ เพื่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิต และสามารถ จบสิ้นปัญหา จากสภาวะที่อ่อนแอ พ่ายแพ้ หรือผิดหวัง ต่างๆกันไป เมื่อรากเหง้าของทุกปัญหานั้นมาจากการขาด พละกำลังของจิตวิญญาณ ในกระบวนการการพัฒนาปัญญา ควบคู่กับคุณธรรมความดี ที่พร้อมเผชิญปัญหานานัปการ ผู้ที่เมตตากรุณา ย่อมมีความปรารถนาดีเป็นพิเศษ ต่อผู้ที่มีอคติ มีความขัดแย้ง และแรงต้าน ความเมตตากรุณา ด้วยปัญญา จึงหล่อเลี้ยงชีวิต ของผู้ประทานที่แท้จริงที่สามารถ ‘ให้’ โดยไม่หวังผล แต่ส่งผล ทำให้ผู้อื่นนั้นเป็นผู้ให้ ได้ด้วยเช่นกัน
ความเมตตากรุณา คือ คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ (สรุปจากคำสอนของพ่อสูงสุด)
  • ลูกๆของพ่อผู้เต็มไปด้วยความเมตตา ต้องมีเมตตาเป็นพิเศษแก่ดวงวิญญาณที่โง่เขลา(ไม่มีความรู้)
  • ความเมตตา หมายถึง การให้ความกล้าหาญในทางใดทางหนึ่ง และให้พลังแก่ดวงวิญญาณที่อ่อนแอ
  • มีความเมตตาต่อตนเองและผู้อื่น อย่าได้พูดเกี่ยวกับสิ่งที่เราเห็นและได้ยินมา และไม่คิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น มิฉะนั้นต้นไม้ของความไร้ประโยชน์จะเติบโตขึ้น จงละลายให้หายไปด้วยความรู้สึกที่บริสุทธิ์ของความรัก
  • ความเร็วในการเพียรพยายามของครอบครัวบราห์มิน (ดวงวิญญาณที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนานในวงจรชีวิต) และความก้าวหน้าของตนเอง จำเป็นต้องเต็มไปด้วยความเมตตา
  • ดวงวิญญาณที่เมตตาจะมีทัศนคติของการวางเฉยที่เป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ ควรจะมีความเมตตาต่อตนเองว่า ฉันคือดวงวิญญาณผู้เป็นของพ่อสูงสุดและมีเป้าหมายในการกลับมาทัดเทียมกับพ่อ
  • ความเมตตาจากหัวใจสามารถทำให้เราวางเฉยต่อความอ่อนแอได้
  • ในหนทางของความรู้ ผู้ที่มีความเมตตาอย่างถูกต้อง จะมีพลังในการก้าวห่างจากความไม่ระมัดระวัง, ความอิจฉา, ความเกลียดชัง ซึ่ง 90% ของเหตุผลสำหรับความอ่อนแอหรือข้อบกพร่องนั้นมาจากสามประเด็นนี้
  • ความเมตตาในหัวใจจบสิ้นความไม่ระมัดระวัง และเมื่อเขาเมตตาต่อตนเอง เขาจะเมตตาต่อพี่น้องบราห์มินทั้งโลกโดยอัตโนมัติ
  • ความเมตตาที่ถูกต้องอยู่บนพื้นฐานของความรู้ จะไม่ปล่อยให้ความรู้สึกอิจฉาหรือเกลียดชังปรากฏออกมาจากหัวใจ ดังนั้น เมื่อปราศจากความรู้ ความเมตตาอาจสามารถสร้างความเสียหายได้
  • พร้อมกันกับความเมตตาด้วยความรู้ จะมีความซาบซึ้งของความเป็นจิตวิญญาณ เท่ากันกับความเมตตาจะมีความซาบซึ้ง ต้องมีความสมดุลของทั้งสอง
  • ความเมตตาที่ไม่อยู่บนฐานของความรู้ คือความเมตตาธรรมดา ซึ่งเป็นไปได้ที่จะตกภายใต้อิทธิพลของความผูกพันยึดมั่น หรือความอ่อนแอในการพึ่งพิง
  • ผู้ที่เต็มไปด้วยความเมตตาสามารถให้ประโยชน์ผู้อื่นได้ เมื่อมั่นคงในการเป็นผู้ให้คุณประโยชน์โลก ผู้ให้ทานที่ยิ่งใหญ่ และผู้ประทานพร ความรู้สึกเมตตาของลูกให้ประสบการณ์ของความเป็นแม่ของชาวโลก หรือ พ่อของชาวโลก
  • ผู้คนของทุกศาสนาร้องเรียกขอความเมตตา ไม่ใช่ความสุข ดังนั้นใครจะให้สิ่งนี้แก่พวกเขา? ลูกคือผู้ประทานหรือลูกคือผู้รับ ถ้าลูกมีเมตตาต่อดวงวิญญาณอื่น ลูกจะไม่มีความรู้สึกไม่ชอบ อิจฉา หรือ โกรธ
  • ความรู้สึกเมตตาสร้างความรู้สึกของการเป็นเครื่องมือพระเจ้าได้ง่ายดาย
  • ความเมตตาที่อยู่บนพื้นฐานของความเห็นแก่ตัวไม่ใช่ความเมตตาที่แท้จริง แต่เป็นความผูกพันยึดมั่น
  • ความปรารถนาดี หมายถึง การเต็มไปด้วยความเมตตา
  • เมื่อลูกให้การแก้ไขให้สิ่งใดถูกต้อง ลูกอาจลืมให้อภัย แต่ถ้าลูกให้อภัย การแก้ไขจะตามมาโดยอัตโนมัติ

เราได้สรุปข้อคิดของความสงบเงียบจากดาดี้แจงกีผู้นำของบราห์มา กุมารีไว้ เพื่อเน้นความสำคัญของรายการ ‘7 วัน ในความมหัศจรรย์ของความสงบเงียบ’

“ทำไมความสงบเงียบจึงสำคัญต่อการเดินทางของจิตวิญญาณ?

ในความสงบเงียบ เราสามารถเห็นสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับตนเองมากมาย ไม่เพียงสิ่งที่มาจากโลกภายนอก เราสามารถพูดกับตนเองอยู่ภายใน เราดึงหูตนเองได้ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายสูงสุดในการใช้ชีวิตทางจิตวิญญาณ

การเข้าไปสู่ความสงบเงียบหมายถึงเข้าไปสู่การสำรวจตน ทุกสิ่งนั้นชัดเจน เราสามารถแยกแยะว่าอะไรเกิดขึ้นในหนทางที่เราเพียรพยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อที่จะไปถึงบ้าน หากเรามีคำถาม ความสงสัย หรือคิดว่า ‘จะลองดู’ เราจะมีอุปสรรคของมายาที่ล่อลวงให้เราออกนอกเส้นทาง บางครั้งเราอาจเร่ร่อนไปในหนทางอื่นๆ หากเราเพียงแต่จดจำบ้านสูงสุด ในโลกที่ไม่มีตัวตนเราจะมีประสบการณ์ในการพบพระเจ้าในบ้านแห่งความสงบที่แสนหวานนั้น

ความสงบเงียบทำให้เราลืมทุกสิ่งรวมทั้งร่างกายของเรา

เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเวลาที่เราต้องจากร่าง ถ้าเราไม่ได้ฝึกฝนความสงบเงียบด้วยสำนึกของการเป็นดวงวิญญาณในเวลานี้ แล้ว เราจะติดกับอยู่ในร่างนั้น และดวงวิญญาณก็จะจากไปในสภาวะที่ต้องเร่ร่อนไปทั่ว

นี่คือสิ่งที่ต้องใช้ปัญญาในการคิดว่าตนเป็นดวงวิญญาณและจดจำพระเจ้า ดวงวิญญาณสูงสุด ผู้ไม่มีตัวตน ที่คงความบริสุทธิ์เสมอ

ในความสงบเงียบไม่มีการกดเก็บหรือกันอดีตออกไปโดยไม่สนใจ เราจำเป็นต้องเข้าใจในทุกฉากทุกตอนของละครที่ผ่านมาในอดีตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่มีเราบทบาทพิเศษสุด ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นเราต้องอยู่ในความสงบ เรารู้ว่าความคิดใดก็ตามที่สร้างขึ้นมา จะมีการหล่อเลี้ยงความคิดนั้น ให้ขยายตัวขึ้นมา เป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องยากยิ่งขึ้นที่จะเงียบสงบได้ ดังนั้นเราต้องใส่ใจที่จะไม่สร้างความคิดที่ไม่ดีที่ทำให้ตนเองต้องทุกข์ระทม ในราชาโยคะ เรากล่าวว่า “ขอให้สิ่งสร้างนั้นสวยงามอย่างมากจนกระทั่งผู้คนจดจำผู้สร้างจากสิ่งสร้างนั่นเอง” แต่ละบทบาทนั้นพิเศษสุด ดังนั้นจงทำงานของเราและอยู่อย่างสงบ แล้วเราจะสามารถทำในสิ่งที่พระเจ้าขอให้เราทำได้ ไม่เช่นนั้นท่านจะไม่สามารถใช้เราได้เลย เราจำเป็นต้องเข้าไปสู่ความลึกล้ำภายใน เข้าไปสู่ใจกลางมหาสมุทรและค้นพบเพชรพลอย อย่าเพียงแต่เล่นกับเปลือกหอยบนพื้นผิว หอยนั้นเป็นสิ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่มีใครสร้างขึ้นมา แต่เราจะมีความรักในคุณค่า ที่เกิดจากการสร้างขึ้นมาด้วยการเข้าไปสู่ความลึกล้ำภายใน ด้วยความสงบเงียบนั่นเองเราจะพบเพชรพลอยที่สูงค่า โอมชานติ”

วันที่ 1
พุธ 4 พ.ค.
ฝึกฝน การสำรวจตน
คือ การเข้าไปสู่ความลึกล้ำของการรู้จักตนเอง โดยอาศัยความเงียบสงบในการสังเกต พร้อมกันกับรับฟังเสียงจากภายในที่เรียกว่า “เสียงจากสำนึก หรือ เสียงมโนธรรม” และสะท้อนความคิดความรู้สึกออกมา เพื่อให้เข้าใจในตนเองมากยิ่งขึ้น

จัดเป็นศิลปะอย่างมากที่จะใช้การสังเกตตนอย่างละเอียด และใช้การสะท้อนที่มีคุณภาพ ซึ่งคุณภาพของการสะท้อนขึ้นอยู่กับคุณภาพของความรู้ที่เรานำมาประมวล หากความรู้นั้นเป็นความรู้ที่ถูกต้อง จริงแท้ เป็นสัจจะ เป็นสากล การสะท้อนความคิดจะเกิดมุมมองใหม่ๆในการมองเห็นตนเอง และมีความคิดที่กว้างไกล เปิดกว้างมากขึ้น เราจะรู้สึกรับฟังผู้อื่นด้วยความใส่ใจมากขึ้น เข้าใจถึงพฤติกรรมและการแสดงออกของเขา ซึ่งบางพฤติกรรมของเขาสะท้อนมาจากตัวเราเป็นสาเหตุด้วยเช่นกัน หัวใจของเรากว้างใหญ่และยอมรับความเห็นความต่างได้อย่างง่ายดาย และมองเห็นแต่ละฉากตอนของชีวิตว่าสวยงามและมีประโยชน์ที่ทำให้เราได้เติบโต ผลจากการสำรวจตน เราฉลาดในการเรียนรู้มากขึ้น มีปัญญามากขึ้น และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น (ปุ๋ย)

คลิกอ่านประสบการณ์ 'ปุ๋ย'

วันที่ 2
พฤหัส 5 พ.ค.
ฝึกฝน การอยู่เหนือทุกสิ่ง

"สำหรับวันที่ 5 พ.ค. เป็นการฉลองครบรอบ 28 ปีของวันเกิดราชาโยคะในประเทศไทย ด้วยการสร้างสภาพในหัวข้อ ‘การอยู่เหนือทุกสิ่ง’ จึงขอนำสัญลักษณ์ของดอกบัวมาใช้ในการจัดรายการในช่วงเช้า ที่ทำให้เห็นว่า การมีชีวิตที่อยู่ในครอบครัว แต่เป็นเช่นดอกบัวนั้นเป็นตัวอย่างในทางปฏิบัติที่อยู่กับผู้คน สถานการณ์ ความสัมพันธ์ต่างๆในโลกวัตถุนี้แต่ไม่ถูกกระทบจากอิทธิพลของสิ่งต่างๆที่ให้ทุกข์ให้โทษ เพราะการเป็นเช่นดอกบัวนั้นยังคงอยู่อย่างบริสุทธิ์สูงส่งงดงามท่ามกลางความสกปรกหรือโคลนตมได้นั้นคือ สิ่งบ่งชี้ในทางปฏิบัติของการอยู่เหนือทุกสิ่ง อยู่ในโลกแต่อยู่เหนือโลก เพราะ ขณะที่ทำทุกสิ่ง สติปัญญาอยู่เบื้องบนเสมอ จึงกลายเป็นผู้ควบคุมธรรมชาติ มิใช่ผู้ตกภายใต้อิทธิพลของธรรมชาติ ด้วยสภาวะนี้เท่านั้นที่เราจะเป็นผู้ให้ผู้ประทานได้ เราจึงเตรียมพร 100 พรของการเป็นผู้ให้ ผู้ประทานที่อยู่เหนือทุกสิ่ง มอบให้กับผู้มาร่วมฉลองวันเกิดของราชาโยคะในครั้งนี้

พี่หล้าเล่าประสบการณ์ชีวิตทางจิต เริ่มจากการเรียนรู้ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น วัฒนธรรมอินเดีย วัฒนธรรมอังกฤษ ที่มีผลต่อการสร้างวัฒนธรรมบราห์มินในที่สุด
สำหรับช่วงเย็นของวันที่ 5 เรายังมีอีกสัญลักษณ์หนึ่งที่เห็นว่าเป็นสภาพของการอยู่เหนือทุกสิ่ง คือ เทวดานางฟ้า ที่โบยบินไปให้คุณประโยชน์กับทุกคนได้เสมอ เพราะไม่มีบ่วงพันธะ หรือ ความสัมพันธ์ใดๆดึงรั้ง สติปัญญาของเทวดานางฟ้าเชื่อมโยงกับพระเจ้า เทวดานางฟ้ามีทุกความสัมพันธ์กับพระเจ้า ท่านเป็นทุกสิ่ง จึงมีสำนึกรู้ที่เป็นเช่นพระเจ้า เราจึงแบ่งกลุ่ม 7 กลุ่ม คือ พ่อ แม่ เพื่อน ครู สัทกูรู ผู้เป็นที่รัก และลูก ให้แต่ละคนมีประสบการณ์และเข้าถึงการนำคุณสมบัติทั้ง 7 ของดวงวิญญาณมาใช้ในทางปฏิบัติพร้อมกับการสร้างกระแสโยคะร่วมกันริมทะเลสาบ" (ฝน)

วันที่ 3
ศุกร์ 6 พ.ค.
ฝึกฝน การกลับมาปราศจากร่าง

คลิกอ่านประสบการณ์ 'พี่ภา'
ช่วงบ่าย-เย็น เราเน้นความสำคัญของความเมตตาด้วยปัญญา ณ เมืองไม้(Wood Land) จ.นครปฐม
วันที่ 4
เสาร์ 7 พ.ค.
ฝึกฝน ‘ความเงียบสงบ’

คลิกอ่านประสบการณ์ 'พี่ศรี'
ช่วงเช้า
เราฉลองวันเกิด
ของบ้านแม่น้ำ
จ.นครปฐม
ช่วงเย็น
เราไปร่วมกัน
สร้างพลังโยคะที่บ้าน
Sr.Karen


วันที่ 5
อาทิตย์ 8 พ.ค.
ฝึกฝนการอยู่อย่างไม่มีตัวตน

คลิกอ่านประสบการณ์ 'เหมียว'
ช่วงเย็น
เราไปร่วมกันสร้างพลังโยคะ หลังจากพี่หล้าแบ่งปันประสบการณ์ ที่บ้านสุขุมวิท

วันที่ 6
จันทร์ 9 พ.ค.
ฝึกฝน การอยู่อย่างละวาง

คลิกอ่านประสบการณ์ 'พี่ธร'

ตอนเช้า พี่แดงและพี่วัลลีร่ำลากลับเชียงใหม่

ตอนเย็น สองพี่น้อง ไก่-เก๋ สาธิตทำอาหารบริสุทธิ์

แบ่งปันสาระของการละวางด้วยเมตตาและปัญญาที่บ้านซิสเตอร์วานาจ้า

วันที่ 7
อังคาร 10 พ.ค.
ฝึกฝน การทำข้อสอบสุดท้าย

เราเริ่มต้นชีวิตในเวลาอมฤต(ตี 4) ด้วยการพิจารณา 'ข้อสอบสุดท้าย' ที่บาบาให้ลูก เตรียมตัวสำหรับความวิกฤต
(คลิกอ่านบทสรุปจากมูร์ลี)
วันสุดท้ายเราไปเยี่ยมบ้านพินทุ เริ่มตั้งแต่พี่หล้านั่งในโยคะก่อนมูร์ลี 6.30 น. และแบ่งปันประเด็นต่างๆ ก่อนอาหารเช้า และกิจกรรมช่วง 10.30 น.ถึงเที่ยง
1). การไตร่ตรองมูร์ลี
เนื่องจาก ‘ราชาโยคะ’ คือ ความสัมพันธ์กับสิ่งสูงสุด เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งที่ดีที่สุดและ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับมวลมนุษย์ ในสำนึกที่ถูกต้อง หลังจากรับบทเรียนพื้นฐาน 7 บทแล้ว เรามีการรับฟังคำสอนของสิ่งสูงสุด หรือมูร์ลี

พี่หล้าได้แบ่งปัน วิธีการรับฟังคำสอนมูร์ลีและวิธีการไตร่ตรองเพื่อให้เกิดความลึกล้ำในความสัมพันธ์ –การนำไปปฏิบัติ-การเชื่อมโยงกับความเป็นจริง อาทิเช่น ยุคทอง มีแต่ทองคำซึ่งเบามาก ดังนั้นทุกสิ่งอื่นยิ่งเบากว่าทองเช่นที่บาบาได้ให้นิมิตของอนาคต

เราได้ลองฝึกฝนในห้องเรียน โดยที่แต่ละคนดึงประเด็นจากมูร์ลี มาหนึ่งคำ หนึ่งบรรทัด และนำไปแบ่งปันกับผู้ที่นั่งใกล้กัน แลกเปลี่ยนความหมาย มีการเชื่อมโยงกันด้วยความเข้าใจว่าทุกสิ่งนั้นเอื้อหนุนเชื่อมสัมพันธ์กันได้ นั่นคือ การทำให้เกิดวงจรชีวิตที่ซ้ำรอยและคงอยู่ตลอดไป


พี่แย้มรับมอบดอกไม้สีเหลือง
ของความสุขจากความเมตตา

พี่ป้อมนำกิจกรรม 'ตายขณะที่มีชีวิต'





2). แรงจูงใจ
พี่หล้าแบ่งปันสาระของ แรงจูงใจจากหนังสือของบราเตอร์แอนโทนี่ เพื่อนำประสบการณ์ของความสงบเงียบ จาก 7 วันที่ผ่านมาไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่ต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว อาชีพการงาน และสังคมด้วยพลังทางจิต
คลิกอ่าน แรงจูงใจ

3). คุณภาพความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์
พี่หล้าย้ำความสำคัญของการทำทุกกิจกรรมร่วมกันด้วยเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพของความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ กับทุกคนจากการมีบาบาเพียงผู้เดียวในหัวใจ เนื่องจาก โยคะ คือ ความสัมพันธ์ซึ่งรวมเจ็ดประการนี้ไว้พิจารณา

หนึ่ง ความสัมพันธ์คือการผสมผสานของสาระ การบูรณาการ ความเหมือนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มิตรภาพที่อยู่บนพื้นฐาน วิสัยทัศน์ของความทัดเทียมและความรัก ซึ่งมีการเพิ่มคุณค่าของตนเองขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ

สอง ความสัมพันธ์คือมิตรภาพซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มแต่แบ่งปันให้ทวีคูณขึ้นมาหล่อเลี้ยงสิ่งที่ดีที่สุด ไม่มีการลดลงไปหรือว่างเปล่าเนื่องจากเหตุของความเคารพมากเกินไปจนปล่อยให้เกิดปัญหาดังกล่าว

สาม ความสัมพันธ์ที่แท้จริงให้เกียรติในการดำรงชีวิตอยู่ของแต่ละบุคคล ดังนั้นผลตามมาจึงไม่ควรมีความตกต่ำที่เกิดจากความผูกพันยึดมั่นใด ๆ

สี่ ความสัมพันธ์ที่เต็มเปี่ยมด้วยความรัก คือความปรารถนาที่ลึกล้ำที่สุดในดวงวิญญาณมนุษย์ เป็นประสบการณ์และการแสดงออกที่ให้ความหมายและความเต็มอิ่มต่อชีวิต ความสัมพันธ์เช่นนั้นดลใจเราให้ไปถึง ความสุขที่สูงสุดและพัฒนาศักยภาพที่ลึกล้ำที่สุดของเรา

ห้า ความสัมพันธ์ที่ไม่เห็นแก่ตัว ทำให้เกิดความพอใจโดยธรรมชาติที่มีชีวิตชีวา ผลของความรักที่แท้จริงทำให้มีพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติโดยไม่มีการคิดคำนวณหรือการชั่งตวงใด ๆ

หก การรักษาสายสัมพันธ์ที่จริงแท้เราไม่จำเป็นต้องลำบากตรากตรำ สิ่งที่จำเป็น คือการมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและต่อกันและกัน พระเจ้ารักเราอย่างที่เราเป็น ด้วยเงื่อนไขเดียวที่เราต้องเตรียมตัว คือการมีความใสกระจ่างและซื่อสัตย์กับท่าน

เจ็ด ความสัมพันธ์กับพระเจ้าไม่เคยทำให้เกิดการพึ่งพิง ไม่ได้เป็นการเติมสีสันของความเป็นเจ้าของ การเรียกร้องหรือความคาดหวังใดๆ ไม่เคยต้องทำให้เรารู้สึกไม่ดีพอ ถ้าเราไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง พระเจ้ามีศรัทธาในศักยภาพของเรา ท่านให้อิสรภาพแก่เราและทำให้เรานั้นอยู่อย่างเป็นไท ไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งใด


แบ่งปันประสบการณ์ ของผู้ร่วมรายการท่านอื่นๆ... พี่เอ๋ พี่เมฆ แม่ปุ้ม Sr.Karen และ Sr.Vanaja ผู้ถือโอกาสร่ำลาครอบครัวทางจิต ด้วยความสัมพันธ์ที่มีค่าในชีวิต ก่อนกลับประเทศมาเลเซีย

โอมชานติ


© 2015 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.