English


ในหนทางของการเป็นผู้สร้างความสงบ
เราต้องเริ่มต้นที่บทเรียนแรก คือการหยุดทำสงครามกับตนเอง ด้วยการเฝ้าแต่ฝึกฝนจิตใจให้กลับเข้าสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ภายใน ปล่อยให้กระแสความคิดที่สงบไหลผ่านชีวิตด้วยความรัก ไม่เช่นนั้นเราจะสร้างความสงบในโลกไม่ได้ หากความปั่นป่วนในจิตใจยังไม่ลดลง ตราบจนกระทั่งเราได้สะสมความสงบที่แท้จริงขึ้นมาแล้วเท่านั้น เราจึงสามารถได้ยินเสียงปัญญาของตนเอง และรู้ว่าจะใช้พลังงานอย่างไรที่ไหนเพื่อให้ประโยชน์สูงสุด
การฝึกจิต คือความเพียรพยายามที่จะค้นพบตัวตนที่แท้จริง หรือตัวตนที่ยึดในเอกลักษณ์ของ ‘การเป็นฉัน’ (What I am) และเมื่อตระหนักรู้แล้วสามารถเติมเต็มและกำหนดทิศทางชีวิตของตนเองได้ เรียกว่า “จิตสำนึกที่ฉันเป็น” (I am) ซึ่งปรากฏขึ้นมาในเวลาของการฝึกจิต หากสมาธินั้นจดจ่ออยู่กับปัจจุบันขณะ
ที่ ‘ฉันเป็น’(I am)
มากกว่าอดีตที่ ‘ฉันเคยเป็น’ (I was)
หรือ อนาคตที่ ‘ฉันจะเป็น’ (I will be)
การเตือนตนเองในสภาพนี้ เราใช้คำว่า “โอม” (Om) ซึ่งหมายถึง ฉันเป็นดวงวิญญาณ (I am a soul) เอกลักษณ์ทางจิตนี้ทำหน้าที่เป็นกุญแจให้จิตสำนึกมนุษย์ เมื่อเราพบและตระหนักถึงตัวตนที่แท้จริง เราจะสำนึกรู้ถึง ตัวตนปลอม ที่ลวงใจลวงตา และปกป้องสิ่งที่จริงแท้ไว้ทั้งในวิธีการคิดและการใช้ชีวิต


เมื่อเราเข้าใจตัวตนที่ลวงตา (illusory) เราก็สามารถเริ่มกระบวนการขจัดผลร้าย ซึ่งเกิดจากความอยาก (desires) ทั้งหลาย แม้จะได้รับการตอบสนองแล้วก็ยังล้มเหลวในการเพิ่มคุณค่าให้กับตนเองหรือใคร ในความเป็นจริงกลับให้ผลในทางตรงกันข้าม ขอให้เราลองตรวจสอบความหลอกลวงเหล่านี้ว่าทำให้เราหลงผิดในคำว่า “คุณค่า” อย่างไร
การหลอกลวง (มายา) ความคิด ผล
หลงทะนง (Ego) ฉันรู้ ฉันเป็น หยิ่งยโส ไม่ยืดหยุ่น แข็งขืนยืนกราน ควบคุมบังคับผู้อื่น
โกรธ (Anger) ฉันคาดหวัง อัดอั้น บีบคั้น รุนแรง ก้าวร้าว
ผูกพันยึดมัน (Attachment) ฉันเป็นเจ้าของ นี่คือของฉัน ความไม่มั่นคง การครอบครอง ความอิจฉาริษยา
ละโมบ (Greed) ฉันต้องการ ฉันจำเป็นต้องมี ความว่างเปล่า ความรู้สึกขาด ความไม่สมหวัง
ตัณหาราคะ (Lust) ฉันอยาก (desire) การทำให้เสียหาย การใช้ในทางที่ผิด การเป็นทาสของอารมณ์
สงบ-พบชีวิตใหม่-โลกใหม่

ความเงียบ คือ ประตูที่เปิดเข้าไปสู่โลกภายใน
เพื่อพบว่า ความสงบ คือคลังสมบัติอันมีค่าที่ก่อกำเนิดพลังแห่งการสร้างสรรค์
เป็นการผลักดันที่ทำให้สรรพสิ่งดำเนินไปไม่สิ้นสุด
เพียงแต่ในความสงบเท่านั้น ที่เราได้พบสิ่งที่มีค่าที่สุด
ความสงบเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตนเอง และสิ่งสูงสุด
ผู้เป็นแหล่งพลังงาน ที่ทำให้เราสามารถแยกห่าง
จากสิ่งที่มีขีดจำกัดของโลกและเปิดไปสู่ขอบฟ้าใหม่
เมื่อจิตใจนั้นจดจ่อและนิ่งสนิท เราก็สามารถทำให้ตนเองเป็นอิสระ
จากการเป็นหุ่นชักใยของอิทธิพลภายนอก และได้รับอำนาจในการปกครองตนเองอีกครั้ง
ความสงบ คือกระจกเงาที่กระจ่างชัด ไม่กล่าวโทษ ไม่วิพากษ์วิจารณ์ กระจกนั้นเพียงแต่สะท้อนภาพความจริงที่สวยงาม และทำให้รอยเปื้อนของความคิดไร้ประโยชน์ลบเลือนไป
ความสงบ คือ ธรรมชาติดั้งเดิมภายในที่ให้กำเนิดความรักอันบริสุทธิ์ ไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งสามารถเยียวยาแม้กระทั่งบาดแผลที่ร้ายแรงที่สุด
เมื่อเราละทิ้งการเรียกร้องที่เห็นแก่ตัว เราก็สามารถเดินทางเข้าไปสู่ความลึกล้ำของความสงบ
และเป็นอิสระได้
ความสงบ(Peace) ต่างกับความสงบเงียบ(Silence) อย่างไร?
ความสงบคือบางสิ่งที่เราต้องการภายใน ความสงบเงียบคือเวลาที่เราปล่อยวางจากโลกภายนอกเข้าไปสู่ภายใน
สู่โลกของความสงบที่ห่างหายไปจากชีวิต


ในความสงบเงียบเกิดการแปรรูป ขาของตัวหนอนอันตรธานไป กลายเป็นปีกสดใสสวยงามของผีเสื้อ ร่อนขึ้นสู่เวหา

การเห็นสู่การเป็น(Seeing into Being) คือโครงการที่ปลุกเรียกพลังความคิด ที่ทำให้ชีวิตพัฒนาไปถึงจุดที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการรักษาดุลของจิตใจ และสติปัญญาให้เกิดพลังสมาธิ ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณอย่างลึกล้ำ เรียกว่า Metamorphosis ซึ่งเป็นกระบวนการปฏิรูปอย่างสิ้นเชิง

ในโอกาสนี้ พี่หล้า – B.K.สไบทิพย์ ศิริรัตน์ธำรงค์ ได้เริ่มใช้สัญลักษณ์ ‘ผีเสื้อ’ เพื่อให้แรงบันดาลใจในการสร้างชีวิตใหม่ โลกใหม่ ‘ผีเสื้อ’ เกี่ยวโยงกับการสำรวจตนในความนิ่งความสงบที่ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ ผู้มีหัวใจของผีเสื้อ จะมีการพัฒนาจากตัวหนอนเป็นผีเสื้อได้ด้วยความลึกล้ำของสติปัญญาที่สร้างจินตนาการในการเปลี่ยนแปลง หากเรารู้ภายในหัวใจ(ที่รักสัจจะ)ว่าเราต้องการจะเป็นอะไร เราก็จะเพียรพยายามอย่างจริงจังจนถึงที่สุดด้วยศรัทธา 'เมื่อเราเปลี่ยนโลกเปลี่ยน'

เมื่อเรากลับคืนสู่ธรรมชาติดั้งเดิม สิ่งสูงสุดผู้เป็นสัจจะ (The Truth) จะช่วยเราให้มีจิตสำนึกที่ถูกต้อง มีทัศนคติที่เป็นบวก มีชีวิตที่อิ่มเต็ม เนื่องจากความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณนั้นต้องอาศัยพลังทางจิตที่ลึกล้ำจนกระทั่งบรรลุถึงความสำเร็จที่ถาวร

เริ่มจากการเปลี่ยนพลังงานให้กลายเป็นพลัง เมื่อพลังของดวงวิญญาณมนุษย์ผนวกกับพลังสูงสุดของพระเจ้าเท่านั้นที่จะส่งผลให้มนุษย์เปลี่ยนทุกสิ่งที่เป็นลบได้ทั้งหมด ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดจนไม่เหลือร่องรอยเก่านี้ มนุษย์จะมีการก้าวกระโดดของจิตสำนึก ให้เป็นไปตามที่คิดฝัน ยิ่งเรามีการสำรวจตนเองได้มากและ ลึกเท่าใด เราจะกระโดดได้สูงมากเท่านั้น เปรียบได้กับตัวหนอนที่น่าเกียจ ติดดิน มีขามากมาย คืบคลานไปทุกแห่ง กินๆ ถึงเวลาปั่นรังไหมตัวเองกลายเป็นบ้านที่ถักทอซ่อนตัวอยู่ข้างใน ห่างไกลจากสายตาทางโลก ระยะเวลาหนึ่งที่ธรรมชาติทำงานด้วยตนเองอย่างแฝงตัว ในความสงบเงียบคือช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง และแล้ววันหนึ่งดักแด้ก็กลายเป็นผีเสื้อที่ออกมาจากรังไหม ไม่ได้อยู่กับพื้น คลานบนดิน แต่ขามากมายหายไป กลายเป็นปีกที่ถูกแต่งแต้มสีสันสวยงาม บินถลาขึ้นกลางเวหา หยุดแล้วดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ นี่คือความมหัศจรรย์ของการปฏิรูปที่จะเกิดขึ้นในชีวิตอย่างสิ้นเชิง ซึ่งกลายเป็นธรรมชาติที่เราต้องเรียนรู้และเข้าใจ

ในทำนองเดียวกันมนุษย์ที่สัมผัสกับพระเจ้าอย่างลึกล้ำเท่านั้นที่จะมีการสำรวจตนในความนิ่งสงบ ขณะที่ดวงวิญญาณจดจำพระเจ้า ก็จะถักทอรังไหมขึ้นมาเป็นที่อยู่เพื่อการปรับเปลี่ยน ผู้เดียวที่เป็นสัจจะเป็นหนึ่งเดียวที่บริสุทธิ์จะหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณมนุษย์เหล่านั้นด้วยความรัก “ก้าวมาหนึ่งก้าวแล้วพ่อจะช่วยอีกพันก้าว เพียงแต่กล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลง” การกลับไปสู่ความสงบเงียบหมายถึงการสำรวจตรวจสอบตนเอง เป็นการเรียนรู้ที่จะละวางจากประสาทสัมผัสกลับเข้าไปโลกข้างในค้นพบธรรมชาติดั้งเดิม ไม่ว่าเราจะมีความคิดที่ทำงานอยู่ภายในมากเท่าใด ในความสงบเงียบเช่นนั้นเราจะเหลือแต่ความคิดที่เป็นบวกและบริสุทธิ์ ใบหน้าของเราก็จะเบ่งบานสดใส ไม่ใช่ความสงบที่แห้งแล้ง

เวลาของความคิดที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น คือเวลาของการยอมรับคุณค่าของผู้อื่น
ที่เราสามารถตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงตนเองได้พร้อมๆ กัน


คลิกอ่านขบวนการเจริญเติบโตของผีเสื้อ

มองเห็นภาพโลกใหม่ผ่านความสงบเงียบ
ศุกร์ 2 ธันวาคม(08.00-09.00 น.)
เริ่มต้นเดือนแห่งความสงบ ด้วยรายการ การเห็นสู่การเป็น (Seeing into Being) ในหัวข้อ The Vision of a Better World through Silence ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) บางนา ตั้งแต่เช้าตรู่ ท่ามกลางธรรมชาติที่สดชื่นจึงเอื้อต่อการสร้างความสงบให้กับตนเองและร่วมกันส่งกระแสของความสงบนี้ให้ทั้งประเทศ ด้วยการนั่งเปิดตาสมาธิและสะท้อนความคิดในความสงบ ถือว่าเป็นโอกาสถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช
เพียง 2-3 นาที พี่หล้าใช้สัญลักษณ์ผีเสื้อ นำเข้าไปสู่ความสงบเงียบและกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายใน มี Sr.Karen เสริมสาระให้กับอาจารย์และนักศึกษาที่สนใจ

คลิกอ่านแรงบันดาลใจ 'พี่แดง' ใช้ 'หงส์' เป็นสัญลักษณ์


เชื่อมสายสัมพันธ์อันเป็นนิรันดร์
อาทิตย์ 4–จันทร์ 5 ธันวาคม ที่ศูนย์นนท์ และศูนย์สมุทรปราการ

พี่ทิมน้องอุ๋ยบินมาถึง
คืนนั้นร่วมชั้นเรียนทันที
พี่ทิมและพี่อุ๋ย จากศูนย์ปัตตานี ตั้งใจมาเยี่ยมเยือน ครอบครัวทางจิต เพื่อเข้าร่วมการประชุมของมูลนิธิฯ ที่ทั้งสองได้แบ่งปันประสบการณ์การใช้ชีวิตจากการนำความรู้ทางจิตไปใช้ในทางปฏิบัติ เราสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบทางจิต ผ่านทัศนคติทางจิต ความคิดที่เป็นบวก การมีชีวิตที่สดชื่นแจ่มใส ให้แรงบันดาลใจ แก่ครอบครัว มากมาย พี่หล้าได้มอบของขวัญรูปดอกกุหลาบวาดด้วยมือบนจานเซรามิค

น้องอุ๋ย รับมอบวัวเจ้าปัญญา ไปฝึกปราบมายาก่อน

รุ่นดึกดำบรรพ์ฉลอง 20 ปีหรือ 10 กว่าปีที่หัวใจไม่เคยหันห่าง

'ซูชิ' ฝีมือโปร์ จาก 'พี่อี๊' ถ่ายทอดวิชามาจากญี่ปุ่นโดยตรง
พบกันที่สุมทรปราการด้วยสายใยรักของครอบครัว ซึ่งขยายหัวใจไปเชื่อมสัมพันธ์อันเป็นนิรันดร์ เพื่อประกาศเกียรติคุณของพ่อสูงสุด

ประสบการณ์ของพี่ทิม
พอได้กลับมาที่นี่ ทิมมีความรู้สึก เหมือนกลับมาสู่วัยเด็กอีกครั้งหนึ่ง คือได้เป็นนักเรียน มีความสุข ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก เพราะอยู่ที่ปัตตานีต้องทำทุกอย่าง อยู่ที่นี่สบายดี เหมือนกับมีคนทำ มีคนเป็นหลัก แต่เราต้องเรียนรู้บทบาทหลายอย่าง หน้าที่หนึ่งที่บาบาให้เรามาอยู่ด้วยกันก็คือปกป้องยักย่า เราไม่ได้มาอยู่เฉยๆ แบบไม่ทำอะไรเลย ไม่อุทิศกิเลส เราก็คงไม่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ปกป้องยักย่า เราก็มีหน้าที่ใส่กิเลสของเรา เวลาเราเจออะไรที่มีปัญหาหรือไม่ดี ถ้าเราเป็นคนเห็นก่อน ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องแก้ไขและทำให้มันดีขึ้น (ตามศรีมัท) ก่อนเราจะแก้ไขตามมานมัทของเรา ประสบการณ์ที่ทิมได้มาปีนี้ ตลอดทั้งปีเลย บาบาจะให้พรในลักษณะที่ว่าให้เป็น being ความที่เราคิดมาก คิดมาก รู้มาก ก็เลยต้องคิดมาก แต่มันไม่ได้ทำให้เราเป็นอย่างที่คิด เราต้องเหมือนมาม่าฟังและก็เป็น เลิกคิด ดาดี้แจงกีเป็นตัวอย่างว่า ถ้าเป็นไปได้ก็คิดว่าเลิกแม้กระทั่งจะมีเพียงหนึ่งความคิดด้วยซ้ำ คือมีบาบาแล้วก็เป็น มีบาบาแล้วก็เป็น ก็กำลังฝึกอยู่ แล้วรู้สึกว่าชีวิตเบาดี เพราะว่าพวกเราชินในการคิด คิดเยอะ คิดมาก คิดจนหมดแรง ตอนนี้ก็ลดการคิดลง และก็เป็น อะไรที่เป็นได้ บาบาให้เป็นก็เป็น ฝึกไปเรื่อยๆ ทิมมองดูว่าถ้าเราเป็นผู้รู้ เราฟังเยอะ เรารู้มาก แต่เราไม่เป็น ก็เหมือนกับคนความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ถ้าเราเป็น ก็จบ เป็นประสบการณ์ ข้อมูลที่ได้มันก็แค่เข้าไปในหัวสักพัก เจอสิ่งเร้าใหม่ ก็ลืมเลย บินไปเลย แต่ถ้าเรามีประสบการณ์ เราเป็นแล้วเราให้ประสบการณ์เขา เขาไม่ลืม ต่อให้เขาพยายามจะลืมเขาก็จำได้ ว่าประสบการณ์ที่ได้คืออะไร บาบาก็พยายามจะให้เราเรียนลัด คลิกอ่านต่อ

ประสบการณ์ของพี่อุ๋ย
โอมชานติ ขอบคุณบาบา อยู่ที่ศูนย์ 3-4 วัน เวลาผ่านไปแป๊บเดียวเหมือนดีดนิ้ว พี่หล้าเป็นแบบอย่างของคนที่เต็มไปด้วยความรู้และงานรับใช้ มาคราวนี้จึงได้รับความรู้กลับไปเต็มที่และเห็นวิธีการทำงานรับใช้ สร้างสรรค์ทุกอมฤตเวลา ขอฝากเป็นของขวัญจากสิ่งที่อุ๋ยกับพี่ทิมฝึกกัน คือการใช้คำพูดที่เป็นบวก ไม่ได้เป็นการเสแสร้งหรือใช้คำพูดที่หวานหู แต่เป็นการใช้คำพูดที่เต็มไปด้วยพลัง เหมือนกับที่บอกว่าให้เลิกใช้ 2 คำ คือ คำว่า 'อย่า' กับคำว่า 'ไม่' จิตใต้สำนึกเรารับเป็นประโยคบอกเล่า ดังนั้นเวลาที่อุ๋ยคุยกับตัวเอง เหมือนกับเมื่อเช้าอุ๋ยหลุด ขนาดอุ๋ยฝึกอุ๋ยก็ยังหลุด ว่าหนูไม่อยากนั่งคอนดัก ถ้าอุ๋ยมานั่งตรงนี้ บอกบาบา บาบาอุ๋ยจะไม่ง่วงนะ อุ๋ยง่วงแน่นอนเลย แต่อุ๋ยก็บอกว่าฉันคือดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยพลัง ฉันมีโอกาส บาบาเลือกให้ฉันทำงานรับใช้ จะทำให้อมฤตเวลาของเราเต็มไปด้วยพลัง แม้กระทั่งการตั้งคำถามระหว่างลูกบาบาด้วยกัน ที่ศูนย์ปัตตานีเราก็ระวัง เวลามีอะไรเกิดขึ้นเรามักจะถามว่า เอทำไมน้องปุยทำอย่างนี้ ทำไมแนนทำอย่างนี้ คำว่า 'ทำไม' เป็นคำถามเชิงลบ เราจะถามว่า 'เพราะอะไร'แนนถึงทำแบบนี้ 'เพราะอะไร' ปุยถึงมาสาย คำว่าเพราะอะไร เป็นคำถามปลายเปิดที่ทำให้คนฟังเขามีโอกาสตอบ แต่เมื่อใดก็ตามที่ถามใครว่าทำไมจะมีทัศนคติเป็นลบ ในเมื่อที่นี่กำหนดให้ใส่ใจเรื่อง 3A ทำให้มีความสัมพันธ์กับคนอื่นเพื่อทำให้เขาเห็นโลกที่สวยงาม เป็นภาษาที่นางฟ้าใช้หรือบราห์มินใช้ เป็นภาษาที่ฟังแล้วดึงพลังเขา มีความรู้สึกว่าเป็นความมหัศจรรย์ของบาบา เพราะเบื้องหลังของการมานั่งตรงนี้ จริงๆ คือ อุ๋ยบอกพี่ทิมว่าอุ๋ยไม่มาแล้ว อุ๋ยจะทิ้งตั๋วเลย เพราะว่าน้ำกำลังจะท่วมศูนย์ แล้วอุ๋ยก็บอกพี่ทิมว่าพี่ทิม อุ๋ยไม่ไป แล้วพี่ทิมก็บอกว่างั้นพี่ไปคนเดียว คลิกอ่านต่อ

มูลนิธิ บราห์มา กุมารี ราชาโยคะ ปัตตานี ได้จัดโครงการ ‘108 ความดี ที่ฉันทำ ตามรอยเท้าพ่อ’ โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านระบบรายการวิทยุ และมีสปอตโฆษณาเชิญชวนให้พี่น้องชาวใต้ร่วมกันทำดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช



ตามรอยพ่อ
เสาร์17 ธันวาคม (10.00-12.00น.)
มูลนิธิ บราห์มา กุมารี ราชาโยคะ สมุทรปราการ ร่วมกับ บริษัท เคเคซี แบริ่ง เซอร์วิส จำกัด ประสบความสำเร็จในการจัดกิจกรรม Positive Thinking "ตามรอยพ่อ" เพื่อสานต่อปณิธานในการทำความดีตาม "พ่อหลวง"
เริ่มจากการยกตัวอย่าง พระราชกรณียกิจ หรือพระจริยวัตรที่บ่งชี้ถึงคุณธรรมความดีที่ให้แรงบันดาลใจต่อปวงชนชาวไทยในการทำตามพ่อ

'ลุงต่าย' สร้างสีสันด้วยเสียงดนตรี
ที่ให้ความสนุกสนานเบิกบาน
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 45 ท่าน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นกิจกรรมที่ดีมากที่ทำให้ตระหนักรู้จักตนเองและรู้ถึงคุณสมบัติที่งดงามที่ซ่อนอยู่ภายในตนเอง อีกทั้งรู้วิธีที่จะทำให้ตนเองกลับมาเต็มไปด้วยพลังและสามารถดึงเอาคุณสมบัติที่งดงามนั้น ๆ ออกมาใช้ในชีวิตประจำวัน นำมาซึ่งประโยชน์และความสุขต่อตนเองและผู้คนในสายใยความสัมพันธ์ บนพื้นฐานของความเป็นจริง ในบรรยากาศที่เบาสบาย เป็นกันเองและอิ่มเต็มจากคุณประโยชน์ของอาหารใจ-อาหารกาย
น้องอ้อนำกลุ่ม 'ขยับตัว' ตามเพลง "I will follow Him" พี่หล้าเน้นศรัทธาอันแรงกล้าต่อพระเจ้า ที่ศาสนาคริสต์ใช้บทเพลงสอนโลกให้รู้จัก 'ความรัก' คือการทำตาม ส่วนพ่อสูงสุดทางจิตวิญญาณให้ ความรัก ที่ทำให้ทัดเทียมและทำตามคำสอนด้วยปัญญา พี่ดารับมอบของขวัญ 'นกยูง' วาดด้วยมือ บนจานกระเบื้องที่สะท้อนความบริสุทธิ์ และสูงส่งของชีวิตในอาณาจักรยุคทอง


ครอบครัวดวงดาวเสริมจากจดหมายข่าวภาษาอังกฤษแปลไทย
เสาร์ 24 ธันวาคม (16.00-20.00 น.)
ในบรรยากาศของ “ครอบครัวดวงดาว” ณ บ้านริมทะเลสาบ พี่น้อง BK จากทั้ง 4 ศูนย์ ได้แก่ นนทบุรี สมุทรปราการ สุขุมวิท บ้านแม่น้ำ ได้สร้างการชุมนุมจากหลากหลายวัฒนธรรม รวมทั้งแขก 5 คนจาก 3 ประเทศของน้องโสม

ผู้สร้างความสงบ (Peace maker) 12 คนรับผิดชอบต่อการจัดกิจกรรม 6 กลุ่มๆ ละ 2 คุณค่าเพื่อครอบคลุมสาระของชีวิต : ความสงบ ความรัก และความสุข
กิจกรรม ความรัก บนฐานของ สัจจะ ต้อนรับทุกคนด้วยรูปหัวใจ สลักความรักที่มีต่อสัจจะ หรือบาบา ไว้ในหัวใจใหญ่เดียวกัน เพราะสัจจะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน –ของว่างเสิร์ฟด้วยความรัก คือ ประทับแรก
กิจกรรมร้องเพลงในความสุข ได้สร้างความสนุกสนานในบรรยากาศครอบครัว มีการร่ายรำและเล่นเกมส์ ใกล้ๆซุ้มอาหารบริสุทธิ์ทำให้ผู้ร่วมรายการอิ่มหนำสำราญจากหลายครัว เช่น ซุปอินเดียและของทอดชื่อดัง

กิจกรรม ช้อนแห่งศรัทธา ร่วมมือกันอย่างถ่อมตน ด้วยความมุ่งมั่นในพลังสมาธิขณะที่เดินทางข้ามอุปสรรคทั้งปวง เพียงผู้ที่มีศรัทธาที่แท้จริงเท่านั้น จะมีชัยชนะเหนือความหลงทะนง กิจกรรมต้นไม้ดวงดาวจากกลุ่มความสงบและความเคารพ ช่วยกันจุดแสงของแต่ละดวงดาวบนต้นไม้เดียวกัน จากการมีลักษณะและคุณสมบัติพิเศษที่เปล่งประกายแตกต่างกัน ผู้ร่วมรายการหยิบ/สอยดาวทอง พร้อมใบ้ท่าทางประกอบเพื่อผลัดกันทายและได้รับของขวัญใต้ต้นไม้ดวงดาวที่ห่อด้วยกระดาษสีทองจากนางฟ้าน้อยทั้งสาม


กิจกรรมรวมกลุ่มเมตตากรุณาและปรานี ในห้องสีฟ้า มองเห็นทะเลสาบกว้างใหญ่ 100 ไร่ : ผู้ร่วมรายการรับสร้อยคอดวงดาวไปเขียนสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณสำหรับสร้างโลกใหม่ที่สวยงาม เช่น ผีเสื้อ ดอกกุหลาบ มงกุฎ พระอาทิตย์ ทะเลสาบ เป็นต้น แต่ละกลุ่มได้หยิบบัตรความปรารถนาดีและความรู้สึกที่บริสุทธิ์ หัวข้อ ความเมตตา แบ่งกลุ่มเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันสร้างกระแสความสงบให้แก่โลกในห้องสีฟ้ากลุ่มสุดท้ายมี ท่านอภินันท์ อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มาพูดถึงความรู้สึกในการร่วมรายการนี้
คลิกอ่าน

กิจกรรมจากกลุ่มอดกลั้น และให้อภัย ในห้องที่ติดตั้งภาพแสงบาบา มีไฟบูชายัญอยู่ข้างหน้า ได้ช่วยให้เรา ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ โลกใหม่ ชีวิตใหม่ โดยการละทิ้งสิ่งเก่า ข้อบกพร่องหรือความอ่อนแอ ซึ่งเป็นกิเลสอันเกิดจากสำนึกที่เป็นร่าง สังเวยลงไปในไฟแห่งความรัก(ไฟโยคะ) เพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นคนใหม่อย่างสมบูรณ์

  • เราต้อนรับท่านอภินันท์เข้าสู่รายการด้วยเพลง Joy to The World เพื่อเชื้อเชิญความสุขสันต์ให้เข้ามาสู่โลกนี้
  • พี่ดา ใช้สัญลักษณ์ของตนเอง พยายามนำพาทุกคนเข้าไปค้นหาเพชรพลอย ด้วย VDO “The Jewel” ...นักเดินทาง คือเพชรพลอยระหว่างดวงตา ดวงวิญญาณ ประกายเพชร เมื่อรู้จักตนเองและรู้จักสัจจะ มิตรร่วมทางชีวิต นักเดินทางได้กลายเป็นนักปราชญ์จึงเดินทางไปอย่างเบาสบาย
  • ในเวลากลางคืน โลกมีความมืดครอบงำ จำเป็นต้องได้รับแสงสว่างทางจิตวิญญาณ “เราไม่จำเป็นต้องขับไล่ความมืด เพียงแต่จุดแสงสว่างขึ้นมาเท่านั้น” การจุดแสงเทียนมา พร้อมเพลงประสานเสียง Silent Night, Holy Night
  • ผู้สร้างความสงบ 12 คน ถือเทียน ลงบันได มาในความมืดแล้วมอบของขวัญ 12 คุณค่านี้ (คลิกดูรายละเอียด 12 คุณค่า) ให้แก่โลก และต่อแสงเทียนให้ห้องสว่างขึ้นเรื่อยๆ จบท้ายด้วยการให้ทุกท่าน ออกไปข้างนอก แล้วปักเทียนในกระถางทรายคลุมด้วยดอกไม้สดเป็นรูปเครื่องหมายสวัสดิกะ การเดินเวียนมาบรรจบครบรอบ ถือเป็นสิริมงคลในการล่วงรู้ ตอนต้น ตอนกลาง ตอนจบของละครชีวิต ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “สวัสดี” ในประเทศไทย จากรากศัพท์ ‘สวัสดิกะ’ การต้อนรับปีใหม่นี้จึงจะมีความเป็นสิริมงคลเกิดขึ้นกับชีวิตในทุกการกระทำ
  • ในตอนท้ายรายการ เราผลัดกลุ่มกัน หมุนขวาตามเข็มนาฬิกา ให้4 แขนของ สวัสดิกะพาพวกเราเดินผ่านกาลเวลาของยุคต่างๆตลอดทั้งวงจรจากยุคทองจนมาถึงยุคเหล็ก ถึงเวลาแล้วที่ผู้แสดงมาทุกบทบาทในละครชีวิตตั้งแต่เริ่มต้น ต้องเตรียมตัวกลับบ้าน และกลับมาเล่นบทบาทใหม่ในยุคที่สมบูรณ์ที่สุดของวงจรอีกครั้ง นี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของความเป็นนิรันดร์ที่สร้างชีวิตที่สูงส่ง ศักดิ์สิทธิ์และเป็นอมตะจากการตระหนักรู้จักตนเอง การเข้าใจกฎแห่งกาลเวลาและกฎแห่งกรรม ว่าใครได้ทำอะไร เป็นอะไรมาบ้างจากวงจรละครโลกที่ไม่มีวันจบนี้

Family Retreat
อาทิตย์ 25 ถึง อังคาร 27 ธันวาคม
เป้าหมายการชุมนุมทางจิตครั้งนี้ ณ ห้องพักและบริเวณ The Energy ชะอำ คือการเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตนักเรียนของพระเจ้า โดยไม่ขึ้นอยู่กับวัยหรือพื้นภูมิใดๆ เรามีผู้ใหญ่ 9 คน และเด็กๆ 7 คนจาก 4 ครอบครัว
เราใช้ชีวิตในวัฒนธรรมบราห์มิน ตั้งแต่ตื่นนั่งสมาธิเวลาอมฤต ตอน ตี 4 และเรียนความรู้ทางจิต (มูร์ลี) พร้อมกัน ทานอาหารบริสุทธิ์ ช่วยกันทำงาน และได้ทำกิจกรรมที่สนุกสนานตามวัย เช่น เล่นน้ำทะเล ทานไอศกรีม และให้เก็บเกี่ยวสาระทางจิตไปด้วย ก่อนเข้านอนตอนกลางคืน เด็กๆได้แสดงสาระทางจิตผ่านภาพวาดระบายสี รวมทั้งการร้องเพลง การเต้น เล่นปริศนาคำใบ้ ดูการ์ตูนสรุปสาระ x’mas รุ่นพี่ได้แบ่งปันคำสอน และร่ำลากันด้วยเพลง Teddy Bear พร้อมรับดริชตีจากพี่หล้า
ประโยชน์ที่ได้รับ : เด็กๆได้รับการอบรมถึงระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต เรียนรู้การช่วยเหลืองานในครอบครัว และได้รับแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงตนเอง
แฟชั่นสีฟ้า เตือนใจให้เลือกทางสงบ
Choose to be Calm ในเดือนของความสงบ

พี่ปุ๋ยเลือกสัญลักษณ์วิมาน(Viman) เตรียมเหาะไปยุคทอง แต่ซ้อมนอน ซ้อมนั่งบัลลังก์ก่อน

2 พระเอก อาร์มี่ เอม่อน ช่วยเข็นรถให้ผู้เฒ่าได้ชมวังสบายๆ
บราห์มา กุมารี สอน ราชาโยคะสำหรับหนทางของครอบครัว ไม่ใช่หนทางของการแยกตัว หรือสละละทิ้งภายนอก แต่เป็นการสละละทิ้งกิเลสภายในขณะที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบต่อทุกสิ่ง ทั้งโลกภายในของตนเองและโลกภายนอกที่ต้องมีการปฏิสัมพันธ์กันบนฐานของคุณธรรม พ่อแม่ต้องไม่ละเลยต่อการให้ความรัก ความเอาใจใส่ และพัฒนาจิตวิญญาณของเด็ก ควบคู่ไปให้กลับมาสมดุล มีทั้งความสงบ และ ความสุข มีการเน้นว่า สิ่งสร้างนั้นพิสูจน์ผู้สร้าง ผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งสร้าง และทำให้สิ่งสร้างทัดเทียมกับเขา นี่คือหลักการของราชาโยคะจากมหาวิทยาลัยทางจิตของพระเจ้าที่ไม่มีการแบ่งแยก เพศ วัย หรือสถานภาพใดๆ ในชั้นเรียน เราทุกคนเรียนความรู้เดียวกัน ซึ่งมีทั้งผู้สูงอายุ และเด็กๆ ดังนั้น บราห์มา กุมารี จึงเป็นทั้งบ้าน โรงพยาบาล และ สถานศึกษาทางจิตวิญญาณสำหรับทุกคน


ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
ศุกร์-เสาร์ 30 -31 ธันวาคม 2559 และอาทิตย์ 1 มกราคม 2560
โอกาสนี้ กิจกรรมพิเศษของครอบครัวทางจิต จัดขึ้น ที่บ้านริมทะเลสาบ มีการแบ่งกลุ่มไตร่ตรอง 12 คุณค่า ของผู้สร้างความสงบ จากจดหมายข่าวตลอดทั้งปี 2559 ได้กินอิ่ม นอนหลับ จับประเด็นสำคัญแต่ละช่วง เพื่อผลัดกันป้อนอาหารกาย อาหารใจ ให้ตื่นตัวตามตารางเวลาบราห์มินและเตรียมพร้อมสำหรับการรับชมถ่ายทอดสดทั่วโลกจากมธุบันคืนสุดท้าย

น้องนิด ลงทุนสูงขับรถมาจากเชียงใหม่โดยลำพัง พร้อมพรั่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์สำหรับจัดทั้งบ้าน

ราเด้ กฤษณะ ร่ายรำก่อน

พี่นุ๊กใช้สัญลักษณ์ ลักษมี-นารายณ์จัดกิจกรรมทำให้ทุกคนบันเทิง



พี่นุ๊กสะสมความคิด+ การปฏิบัติเพื่อสร้างสรรค์โลกใหม่ไว้ในธนาคารพระเจ้า ก่อนเดินทางกลับไปเชียงใหม่



ตามประเพณีของทุกปี เช้าวันอาทิตย์ 1 มกราคม 2560 หลังมูร์ลีที่ศูนย์นนท์ เรากำหนดเส้นทางชีวิตด้วยคุณธรรม

โอมชานติ

© 2015 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.