English
สายใยศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองชีวิต...ที่รักษาสัญญา



วันที่ 30 ก.ค. - 3 ส.ค. 2557
ซิสเตอร์ชีลูจากมธุบานมาฉลองเทศกาลรักชาบันดานกับเราที่ศูนย์ต่างๆ รวมแล้วทั้งหมดประมาณ 300 คน
เริ่มต้นจากบ้านสุขุมวิท บ้านพินทุ ไปถึงศูนย์เชียงใหม่กลับมาศูนย์นิวโลตัสและศูนย์นนทบุรี
วันสุดท้ายได้ไปพบและผูกรักกี้ให้ครอบครัวคุณชัยพร มหาขันธ์ ในฐานะที่เป็นกรรมการบริหาร และผู้จัดการทั่วไปกลุ่มโรงแรมใบหยก
ท่านได้ให้การสนับสนุนและพาชมห้องเรนโบว์บนชั้นที่ 17 สำหรับจัดรายการ ‘ความรักของผู้เป็นหนึ่งเดียว’ ที่ข่ายงานของบราห์มา กุมารี กว่าร้อยประเทศจัดขึ้นทั่วโลกพร้อมเพรียงกัน ในวันสันติภาพสากล ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2557 นี้

การขึ้นไปชมทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครจากอาคารสูงสุดในประเทศไทยนั้นมีผลต่อการเตรียมจิตสำนึกที่สูงส่งเพื่อกระจายกระแสของความปรารถนาดีไปให้กว้างไกลพร้อมกับการโปรยบัตรปรารถนาดีที่มี 134 หมายเลข ให้ประชาชนที่โชคดีนำกลับมาติดต่อขอทราบรายละเอียดของคำสอนที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ต่อไป
ซิสเตอร์ชีลูได้นำสาสน์สำคัญมาเป็นของขวัญสำหรับรายการดังกล่าวในวันสุดท้ายที่มูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชาโยคะ

“ฉันต้องการจะพูดว่า นี่คือเวลาที่จะมีประสบการณ์ของความรักของพระเจ้า เพราะพระเจ้าได้มาเพื่อให้ทุกสิ่งที่ท่านมีนั้นแก่เรา ท่านได้ให้ดวงตาที่สามของความรู้ที่เราสามารถเห็นรูปกาลเวลาทั้งสาม สามารถเห็นสามโลก ท่านได้ให้พละกำลังที่จะมีประสบการณ์ของพลังทั้งหมดภายในดวงวิญญาณและจบสิ้นความอ่อนแอของเราทั้งหมด นี่คือความรักของท่าน สำหรับลูกๆ นี่คือ เวลาของการเปลี่ยนแปลงของโลกที่พวกเราสามารถมีประสบการณ์แต่ละประเภทของความรักของพระเจ้า ซึ่งกล่าวได้ว่า ถ้าไม่ใช่เวลานี้ จะไม่มีอีกแล้วเมื่อเวลาผ่านพ้นไปและภายหลังเราจะไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ ถ้าเราทำในเวลานี้ เราจะได้รับสิ่งนี้ ถ้าไม่ เวลาจะผ่านพ้นไป และเราจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ดังนั้นมาล่ายังดีกว่าไม่มา จงเข้าใจตนเอง เข้าใจเป้าหมายของชีวิต เข้าว่าเราเป็นของใคร เข้าใจว่าทำไมเราจึงอยู่ ณ ที่นี่และรับมรดกทั้งหมดซึ่งเป็นสิทธิ์โดยกำเนิดของเราในเวลานี้
นี่คือความหมายของการเป็นของผู้เป็นหนึ่งเดียว ฉันเคยเป็น ฉันเป็นและฉันจะเป็นของผู้เป็นหนึ่งเดียวนี้เสมอ นี่คือสัญญาที่เราจะต้องทำ เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นของเรา หรือเราจะครอบครองสิ่งใด ท้ายที่สุด สิ่งเหล่านั้นกำลังจะจบสิ้น ไม่มีการคงอยู่อย่างเป็นนิรันดร์ของโลก แต่ดวงวิญญาณของเราเป็นนิรันดร์ สิ่งสูงสุดเป็นนิรันดร์ คุณค่า คุณธรรมและพลังทั้งหมดนั้นจะคงอยู่เป็นนิรันดร์ ดังนั้นไม่ว่าอะไรก็ตามที่คงอยู่เป็นนิรันดร์เราต้องให้ความสำคัญ และละทิ้งความผูกพันยึดมั่นต่อสิ่งที่สูญสลาย นี่คือสาสน์ที่แท้จริงที่สามารถจะให้ไว้สำหรับวันนี้”




วันที่ 11-13 ส.ค. 2557
ดีดี้ เนอร์มาลา บินตรงมาจากสิงคโปร์ลงหาดใหญ่ เพื่อให้เกียรติมาเปิดอาคารใหม่ของมูลนิธิบราห์มากุมารี ราชาโยคะ จังหวัดปัตตานี

คืนแรกของวันที่ 11 ส.ค. มีการฉลองเทศกาลรักชาบันดานกับครอบครัวปัตตานีและพี่ทั้ง 3 จากกรุงเทพฯ ที่เป็นกำลังเสริมด้านอาหารพิเศษของดีดี้ (พี่ภา-พี่ Asha) ด้านเครื่องเสียง(พี่ชัย) และด้านโทลี-พร(จัดส่งโดยศูนย์นนทบุรี)



การแสดงของคู่แม่ลูก

ในวันที่ 12 ส.ค. มีพิธีเปิดอาคารและรายการ 'ประภาคารแห่งแสงสำหรับความสงบและความบริสุทธิ์' สำหรับประชาชนในวันรุ่งขึ้น ผู้ร่วมงานทั้งหมด 70 คน ดีดี้ให้สาระเกี่ยวกับการมีการวางเฉยต่อโลกเก่า เพื่อสร้างภาพสวรรค์ที่ชัดเจน ให้มีความสนใจในญาณและโยคะ รวมทั้งมีความมุ่งมั่น และศรัทธาในหนทางที่บาบากำหนด ในเวลาอันสั้นนี้ ขอให้ฝึกเป็นคาร์มาโยคี จดจำบาบาในทุกการกระทำ การบำเพ็ญเพียรจะสำเร็จได้ด้วยการเสริมสร้างคุณธรรมเพื่อสร้างโลกใหม่ จนกระทั้งผู้คนมากมายยอมรับกระแสจิตที่บริสุทธิ์นี้

วันที่ 28 ส.ค. 2557
พี่ทิมของเราได้รับเกียรติเป็นทางการอีกครั้งในนามของมูลนิธิ บราห์มา กุมารี ราชาโยคะ เพื่อรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจากกลุ่มพลังเครือข่ายคนทำดี สร้างสุขสู่จังหวัดชายแดนใต้จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

โอมชานติ

© 2015 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.