English

Beyond Sound
เ ห นื อ เ สี ย ง


เสียง และ ความเงียบสงบ คือภาษาที่ใช้สื่อสารที่ต่างระดับกัน
เสียง คือการสื่อสารด้วยถ้อยคำ-เพลง-และการใช้สื่อประเภทต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ

ความเงียบสงบ คือการสื่อสารด้วยกระแสจิต ทั้งหยาบและละเอียด ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกและเจตนาของผู้สื่อสาร หากมีสำนึกของการเป็นร่างที่หยาบ ย่อมมีการวางอำนาจ มีอิทธิพลทางลบ ถูกครอบงำด้วยการสะกดจิต หรือแสดงอิทธิฤทธิ์ อภินิหาร

หากมีสำนึกของการเป็นดวงวิญญาณที่ละเอียด ขณะที่เชื่อมโยงกับแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ สูงส่ง การสื่อสารเป็นไปเพื่อสร้างสมบุญยฤทธิ์ เป็นอิทธิพลบวก สร้างสรร สูงส่ง เพื่อสัมผัสกับสภาพที่อยู่เหนือร่าง เหนือเสียงในที่สุด... เป็นการฝึกจิตให้อยู่อย่างปราศจากร่างที่หยาบ กลายเป็นร่างแสง ด้วยการรู้แจ้งว่าตัวตนที่แท้จริงคือจุดแห่งแสง...

รายการ เสียงสู่ความสงบ สำหรับประชาชนประมาณ 100 คน ในวันที่ 21 กันยายน 2556 ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 19.00 น. ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ กรุงเทพฯ มูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชาโยคะ ได้นำเสนอกุญแจเจ็ดดอกแห่งการรู้แจ้ง และเชิญชวนทุกท่านเป็นนักเดินทาง ค้นหา แก่นสารสาระของชีวิตทางจิตวิญญาณ ผ่านประสบการณ์ของผู้แสวงหาสัจจะจากหลากหลายอาชีพ และบทบาท การประมวลสาระของความรู้ทางจิตที่เรียกว่า ราชาโยคะ มาใช้ในชีวิตประจำวัน จะทำให้เรามีอำนาจในการปกครองตนเอง มีความสัมพันธ์ ที่สร้างความเป็นราชา เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่
กระบวนการเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกที่หยาบ ให้กลับมา ละเอียดต้องอาศัยความรู้หรือญาณ ที่เครือข่ายของมหาวิทยาลัยทางจิตทั่วโลกศึกษากันเป็นประจำทุกวัน พร้อมกับการใช้ความสงบนิ่งที่เต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์ต่อผู้เป็นมหาสมุทรแห่งความรู้ เรียกว่า โยคะเพื่อขจัดความไม่รู้ ความอ่อนแอและบ่วงบาปที่สะสมมานาน จนกระทั่งบรรลุถึงสภาพที่สูงส่งของการคงอยู่เหนือเสียง คือ สภาพที่มีพลัง' เหนือแรงดึงดูดทางร่างกาย หรือวัตถุภายนอกทั้งหมด เต็มไปด้วยความรักและละวาง เรียกว่า สภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรม สภาพที่ทัดเทียมกับพ่อผู้ไม่มีตัวตน สภาพของความสมบูรณ์พร้อม


ใช้กุญแจดอกที่ 1 เปิดตาที่สาม และดอกที่ 2 สัมผัสกับจุดอัลฟา
เปิดประตูให้นักเดินทางไป ค้นพบ 'การให้' จากกุญแจดอกที่ 7

อดีต ปัจจุบัน และอนาคตพิสูจน์ความเป็นนิรันดร์ ด้วยหลักฐานทางจิตวิญญาณที่ยืนยันความเป็นสากล เพื่อเริ่มต้นวงจรเวลาใหม่ด้วยพลังสัจจะ การบันทึกสาระของชีวิตไว้ในอารยธรรมโบราณ ปลุกเรียกความทรงจำของบรรพบุรุษโลก ให้ตื่นขึ้นมา รับรู้ เข้าใจ และยอมรับบทบาทที่ยิ่งใหญ่ในกระบวนการเรียนรู้เรื่องราวของการเปิดตาที่สาม ความเป็นอมตะ ความสมบูรณ์พร้อมของมนุษย์ ผู้มีอารยธรรมสูงสุด เพื่อกลับมาเป็นเช่นที่เคยเป็นอีกครั้ง...

เปิดตาที่สาม Opening the Third Eye
กุญแจดอกแรกคือ แสงระหว่างดวงตา, บราเธอร์ คุ นำเรื่องด้วยการย้อนรอยแห่งอารยธรรมโบราณ และ สัญลักษณ์ ที่เชื่อมโยงกับตาที่สาม

เริ่มต้นจากอียิปต์ซึ่งรู้จักกันในนามของ The Eye of Horus (ดวงตาแห่งฮอรัส) คือ สัญลักษณ์ของการปกป้องคุ้มครอง, พลังอันสูงส่ง และ สุขภาพที่ดี เชื่อกันว่าสิ่งนี้ จะนำโลกไปสู่ อาณาจักรอันเป็นนิรันดร์ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน และ ความเที่ยงธรรม และ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำลายได้ สัญลักษณ์ดังกล่าวปรากฎให้เห็น ในธนบัตร 1 ดอลลาร์อเมริกัน ซึ่งรู้จักกันในนามของ "The all seeing eye" (ดวงตาที่เห็นทุกสิ่ง)

เป็นสิ่งที่ปรากฎอย่างเด่นชัดว่า มีความสัมพันธ์กันระหว่างดวงตาแห่งฮอรัสและโครงสร้างภายในกึ่งกลางของสมอง อันเป็นที่ตั้งของดวงตาที่สาม เมื่อนำสัญลักษณ์ดังกล่าว เทียบกับภาพตัดขวางของสมองมนุษย์


เป็นที่รู้กันว่า ดวงตาที่สามหรือดวงตาแห่งความรู้ เป็นประตูไปสู่จิตสำนึกที่สูงส่ง ซึ่งในความเชื่อของชาวฮินดูและชาวพุทธ ใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งการรู้แจ้ง ซึ่งแสดงไว้ผ่านสัญลักษณ์ที่เป็น จุด ดวงตา หรือ เครื่องหมาย บนกึ่งกลางหน้าผากของพวกเทพและผู้มีชีวิตที่รู้แจ้ง ชาวฮินดู จึงมีการแต้ม "ทีลัค" ระหว่างคิ้ว

เชื่อกันว่า ต่อมไพเนียล (pineal grand) ซึ่งตั้งอยู่กลางสมอง เป็นที่อยู่ของดวงวิญญาณ นั่นคือ ดวงตาที่สาม ในความเชื่อของชาวคาทอลิก ผลงานทางศิลปะต่าง ๆ มีสัญลักษณ์ของลูกสน (pine cone) ซึ่งเป็นตัวแทนของต่อมไพเนียล ในความเชื่อของชาวพุทธ สัญลักษณ์ดังกล่าวแสดงไว้บนเศียรของพระพุทธรูป บนคฑาของโอริสิส

คฑางูไขว้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางการแพทย์ ของการมีสุขภาพและการดำรงชีวิตที่ดี ซึ่งประกอบด้วยพลังของงูสองตัว ไหลวนขึ้นผ่านแท่งตรงกลาง เพื่อกระตุ้นแต่ละจักระ แพทย์ศาสตร์ฮินดูและแพทย์ศาสตร์อันลึกลับ ต่างก็รู้เสมอว่าจักระทั้งเจ็ดทำงานตามแนวกระดูกสันหลัง ถึงสมอง ทำให้เกิดการไหลเวียนของพลังงาน หรือ พลังชีวิต ชาวจีน เรียกว่า ชี่ (Qi) ซึ่งแบ่งเป็นสองสายแยกกัน ด้านชายและด้านหญิง พลังงานทั้งสองไหลพันกันเป็นเกลียวขดผ่านสายโซ่แห่งจักระ

พบแรงศรัทธาในแสงสากล Universal Light
Hinduism(ศาสนาฮินดู)
พระพรหม แสงเห่งแสง อยู่ใจกลางดอกบัวที่สว่างไสว
Native American Faiths
(ความเชื่อของ
ชาวพื้นเมืองอเมริกัน)

แสงแห่ง วาคาน ทางก้า
อยู่เหนือผู้คน
Taoism(ลัทธิเต๋า)
ตามแสงไป -
ผู้รู้ดูแลเอาใจใส่ทุกชีวิต
Christianity
(ศาสนาคริสต์)

ฉันคือแสงที่เข้ามาสู่โลก
Sikhism(ศาสนาซิกห์)
พระเจ้าผู้เป็นสัจจะ
คือ แสงเดียวของทุกแสง
Affrican Faiths
(ความเชื่อของชาวอัฟริกัน)

พระเจ้า คือ ลำแสง
ส่องสว่างไปทุกหนแห่ง
Judaism(ศาสนายิว)
พระผู้เป็นเจ้า คือ แสงของฉัน แล้วฉันจะกลัวใคร?
Buddhism(ศาสนาพุทธ)
พระพุทธเจ้าแผ่รัศมี
ตลอดกาล
Islam(ศาสนาอิสลาม)
อัลลาห์ คือ แสงของสวรรค์
และโลก
Brahma Kumaris
ฉัน คือ จุดแหงแสง ที่เป็นอมตะ ไม่เปลี่ยนแปลง เต็มไปด้วยความปีติ คงอยู่ในโลกแห่งแสง ตลอดกาล

จุดอัลฟา The Alpha Point
ความจริงแท้ทั้งหมดอยู่ภายใน จุด
All reality lies in the point

ลองจินตนาการอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ ไม่มีขีดจำกัด ไกลโพ้นเหนือโลกแห่งเวลา วัตถุธาตุ และการกระทำ โลกแห่งความสงบเงียบสีแดงทอง ที่ไร้เสียง ไร้กาลเวลา ดินแดนแห่งความสงบและอิสรภาพที่ถาวร นี่คือโลกแห่งความเป็นนิรันดร์: สงบเงียบและไม่แปรเปลี่ยน เรียกว่า 'บ้าน' ในโลกแห่งนี้ มีจุดของพลังงานชีวิตที่บริสุทธิ์อาศัยอยู่ ปราศจากร่างตลอดกาล กระจายแสงให้คุณประโยชน์ และล่วงรู้ทุกสิ่ง นี่คือ จุดอัลฟา นี่คือพระเจ้า

อัลฟาที่สงบนิ่งและแฝงตัว คือจุดเริ่มต้นชีวิต เมล็ด แหล่ง ผู้เดียวดั้งเดิม ให้คุณประโยชน์นี้ มีคุณสมบัติภายในที่เราต้องการ เพื่ิอยกระดับชีวิตของเรา

อัลฟาคือชีวิตเดียวเท่านั้นที่อยู่เหนือกระบวนการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสลาย เช่นที่เกิดขึ้นกับเราบนโลกนี้ แม้ว่าจะอยู่เหนือโลกวัตถุ และไม่มีตัวตนตลอดไป อัลฟาเข้ามาสู่โลกของเวลาและเสียง ในเวลาที่ความเป็นลบถึงขีดสุด ท่านเข้ามาให้ทาน พลังชีวิตของท่าน เพื่อพื้นฟูมวลมนุษย์และธรรมชาติ ให้กลับมาคืนสู่สภาพดั้งเดิมที่สอดคล้องกลมกลืนของระเบียบวินัย
โดยไม่เคยเป็นมนุษย์ อัลฟาเข้ามา เล่นบทบาทในโลกวัตถุ และทำงานของการสร้างโลกใหม่ให้สำเร็จด้วยดวงวิญญาณมนุษย์
ด้วยภาษาของความนิ่งสงบ... เราสื่อสารกับสิ่งสูงสุด ในความนิ่งนั้นซิสเตอร์วานาจา จึงเล่าถึงความสัมพันธ์ต่อพ่อสูงสุดได้อย่างลึกล้ำ
กรีกโบราณกล่าวว่า ผู้สร้างมาพบสิ่งสร้าง เมื่อถึงจุดตกต่ำที่สุด... เพื่อทำความสะอาด ปลดปล่อยจากหนี้กรรมให้กลับคืนสู่วงจรของธรรมชาติ กระบวนการซ้ำรอยของการนำกลับมา ทำความสะอาดและปล่อยวาง เรียกว่า ความเป็นนิรันดร์ที่แทนด้วยเครื่องหมายวงกลม ดังนั้น จุดจบและจุดเริ่มต้นพบกันในอัลฟา การพบปะตลอดกาลนี้มีกระบวนการชำระล้างให้บริสุทธิ์และการกลับมาสู่ชีวิตใหม่
จุดอัลฟาผู้เรียกว่าเป็นพระเจ้า ผู้สร้าง หรือดวงวิญญาณสูงสุด คือผู้สมบูรณ์ในตนเอง พลังที่ไม่มีขีดจำกัดของท่านนั้น มากมายเหลือประมาณ ไม่มีวันหมดสิ้น
ดวงวิญญาณสูงสุด จุด พลังชีวิต ไม่ได้อยู่ในทุกหนแห่ง แต่อยู่ในบ้านแสงสีแดงทองที่สงบเงียบ ท่านสามารถส่งความคิดไปถึงทุกคน ทุกหนแห่ง เวลาใดก็ตาม ท่านคือจุดนิรันดร์กาล ที่กระจายแสงไปสู่ทุกคน ด้วยพลังของความรักของท่าน... เมื่อดวงวิญญาณมนุษย์ดูดซับไว้ จะเกิดความปีติสุข... ในการพบปะเช่นนั้น จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในดวงวิญญาณ เราเพียงต้องอาศัยความสงบเงียบที่ลึกล้ำ เพื่อสร้างประสบการณ์ในทุกความสัมพันธ์กับพระเจ้า พลังงานชีวิตที่คงอยู่ตลอดกาล...


นักเดินทางกลายเป็นผู้ให้
ท่านให้อะไร อย่างไร แก่ใคร มากเท่าไร ขึ้นอยู่กับ 'การรับ' จากใคร

  1. ผู้ประทานพร(Bestowers of Blessings) เป็นผู้เต็มไปด้วยสมบัติที่มีค่า ซึ่งสะสมมาจาก พลัง คุณธรรม และความรู้ทำให้ผู้ที่อ่อนแอ กลับมากล้าหาญ มีพลังและกระตือรือร้น ด้วยความสุขพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ
  2. ผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ (Great Donor) เป็นผู้สะสมบางสิ่งไว้เล็กน้อย ตามความสามารถ ดลใจให้ผู้ที่อ่อนแอ เพียรพยายามด้วยการชี้หนทางที่ชัดเจน เป็นผู้นำพาไป ให้รู้ว่า ควรทำอะไร อย่างไร ด้วยความจริงจังและกระตือรือร้น
  3. ผู้ให้ (Donor) เป็นผู้ที่ไม่ได้สะสมอะไรไว้ แต่รับไปเพื่อให้ผู้อื่นทันที หามาใช้ไปและให้ทานส่วนที่เหลือทั้งหมด เป็นเครื่องมือ ดึงดูดผู้อื่นให้เข้ามาหาพ่อผู้เป็นแหล่ง ด้วยการพูดสิ่งที่ได้ยินมา ที่ชอบและมีประสบการณ์ เพียงแสดงให้เห็น แต่ไม่มีพลังที่จะชี้ทางได้ชัดเจนหรือทำให้ใครสูงส่ง
    หากเราสามารถตรวจสอบคุณสมบัติทั้งสามดังกล่าวได้ เราย่อมมีการตระหนักรู้ที่จะปลดปล่อยตนเอง(Self-Liberators) ออกจากความอ่อนแอที่ยังหลงเหลืออยู่ จนสามารถปลดปล่อยผู้อื่นและทำให้ตนเองมั่นคงในสภาพที่เคารพตนเองในรูปและดินแดนดั้งเดิม
    ทุกวันนี้ ทุกคน ตกภายใต้อิทธิพลของบ่วงพันธะ ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง...อิทธิพลของความทุกข์จากร่างกายของตนเอง จากความสัมพันธ์ จากความอยากปรารถนา จากนิสัยหรือธรรมชาติที่เป็นทุกข์ของตนเอง จากการเร่ร่อนเสาะแสวงหาไปทั่วด้วยความไม่สงบเนื่องจากไม่พบพระเจ้า บ้างก็ทุกข์ระทมเพราะไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต บ้างก็ใช้ชีวิตเยี่ยงสัตว์ กิน ดื่ม และอยู่ไปวันๆ แต่ก็ยังไม่พอใจ บ้างก็เพียรพยายามทางจิตมานาน สละละทิ้งทุกสิ่ง ศึกษาเล่าเรียน เมื่อถึงจุดหมายก็ยังตกภายใต้อิทธิพลของความทุกข์กับการร่ำร้องเรียกหาด้วยความระทม
    ทุกดวงวิญญาณที่เป็นพี่น้อง กำลังมีชีวิตอยู่ในความทุกข์โดยไม่มีการค้ำจุน จากที่ใด เราจะไม่รู้สึกเมตตาหรือ? เราสามารถจะมองเห็นหรือไม่หรือเรายุ่งมากเกินไปกับเรื่องราวของตนเอง?
จากคำสอนที่ศักสิทธิ์ของพ่อสูงสุด จุดอัลฟา

โอ นักเดินทาง พร้อมแล้วหรือยังที่จะเดินทางไปเป็นนักปราชญ์ ผู้รู้แจ้ง หรือท่านยังคงเป็นผู้แสวงหา...ผู้หลบเลี่ยงปัญหา?

ระยะทางและเวลาในการเดินทางถูกบันทึกไว้ในความทรงจำ เป็นเหตุการณ์ ที่เรียกว่า ละคร เมื่อฉากสุดท้ายกำลังจะปิดลงเพื่อเริ่มต้นใหม่ ผู้กำกับการแสดงจึงมาเตือนผู้แสดงละครให้เตรียมตัวกลับบ้าน
อดีตถูกรื้อฟื้นขึ้นมาสู่การรับรู้ในปัจจุบัน...ทุกขณะที่จิตใจนิ่งสงบเพื่อเดินทางไปสู่อนาคต ด้วยแผนที่ที่ถูกต้องชัดเจนในสติปัญญา มุ่งตรงไปสู่ดินแดนแห่งสัจจะ ที่พร้อมจะเปิดประตูรับนักเดินทางที่ได้กลายเป็นนักปราชญ์ ในความสงบเงียบ...เราจำได้ว่า ดินแดนแห่งสัจจะ คือดินแดนแห่งความสุขเหนือประสาทสัมผัสของเหล่าเทพซึ่งเป็นผลรางวัลของการเพียรพยายามในการเป็นผู้ให้
นักเดินทาง(Traveller) เริ่มจากการเป็นผู้แสวงหา(Seeker) ไม่ใช่ผู้หลบเลี่ยงปัญหา(Avoider)เพราะหนีบางสิ่ง หรือบางคน ผู้แสวงหา ต้องการคำตอบที่ลึกล้ำเกี่ยวกับชีวิต หรือความสุขที่จริงแท้ แต่เป็นสิ่งที่น่าท้าทายเพราะเรากลับเรียนรู้วิธีที่จะหลบเลี่ยงโดยไม่รู้ตัว...ซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังนิสัยและพฤติกรรม
ยกตัวอย่างเช่น
  • เธอมักจะอยู่กับตนเองเสมอ
    การอยู่โดยลำพังมากเกินไป หมายถึง การเลี่ยงจากผู้อื่น อาจเป็นเพราะไม่ไว้ใจ ไม่ชอบมองดูกระจก ความสัมพันธ์ที่สะท้อนบางสิ่งที่เราไม่พอใจ บางทีเรากลัวที่จะพูดถึง ไม่กล้าเสี่ยงกับการถูกปฏิเสธ ไม่สามารถยอมรับ-ปรับตัวให้เข้ากับกลุ่มหมู่เพราะกลัวถูกกลืน แต่ละกรณี จะมีความกลัวบางอย่าง ซึ่งเติมเชื้อเพลิงของพฤติกรรมหลบเลี่ยงมากขึ้น
  • เธอคบคนเดิมเสมอ
    การคบหาใครคนใด(โดยเฉพาะ) ที่เราสามารถปิดบังอะไรบางอย่างไว้ได้ ทำให้มีการเลี่ยงที่จะรู้จักผู้อื่น เพื่อไม่ให้เขาต้องมาค้นพบบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ จึงเลือกคบใครที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย (ต่างจากการเลือกที่อยู่กับใครตลอดชีวิตที่มีการผูกมัด และยอมรับกันจนสามารถเปิดใจได้อย่างเต็มที่)
  • เธอดูจะรู้ไปหมดเสมอ
    การที่สามารถใช้ความรู้และมีปัญญาคือพร หากเหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์ แต่การพยายามจะเป็นผู้รู้ตลอดเวลา หรือบ่อยครั้งเกินไป คือการเลี่ยงที่จะยอมรับว่าผู้อื่นอาจมีความสามารถเหมือนกัน หรือมีความเข้าใจและมีปัญญามากกว่า การรู้ไปหมดทุกเรื่อง บางครั้ง คือวิธีหลบเลี่ยงไม่ให้เห็นความตื้นเขินของตนเอง
  • เธอผิวเผินเสมอ
    การมีนิสัยหลบเลี่ยงการทำอะไรจริงจังกับใครตลอดเวลาเป็นเพราะว่าในส่วนลึก มีความกลัวที่จะต้องพูดถึงปัญหาส่วนตัวและสิ่งที่ให้ความเจ็บปวดทางอารมณ์อยู่
  • เธอเป็นตัวตลกเสมอ
    การเป็นคนฉลาด ว่องไว ใช้ไหวพริบ ในการชักเหตุประกอบผล อาจเป็นการเลี่ยงที่จะพูดกับผู้อื่นอย่างซื่อสัตย์และเปิดเผย บางครั้งเป็นเพราะความกลัวว่าใครจะมาช่วงชิงคะแนนนิยม หรือความชื่นชม -ความสนใจ การสนทนา จึงแฝงรูปแบบ ของการแข่งขันที่จะเอาชนะเพื่อจะได้รับเสียงหัวเราะและเสียงตบมือมากที่สุด เหตุนี้เอง ดาราตลกจึงยอมรับว่า 'เขาเสพย์ติดการยอมรับ'(approval addicts)
  • เธอยุ่งเสมอ
    พฤติกรรมหลบเลี่ยงเช่นนี้เป็นปกติมากที่สุด ขณะที่เราพยายามจะหลีกหนีการกระทำ แต่กลับเสพย์ติดการกระทำ เป็นการวิ่งหนีตนเอง จากการรู้ว่า ถ้าเราหยุดพักสักครู่หรือสะท้อนความรู้สึกที่เกิดขึ้น เราอาจจะเห็นบางสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึก ที่ไม่น่ารื่นรมย์ หรือมีความรู้สึกเจ็บปวดซ่อนอยู่
    การยุ่งอยู่กับ 'หนทางสู่ความสำเร็จ' คือการเลี่ยง ความมั่งคั่งภายในจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นชีวิตด้านใน(Inner life) ที่ยิ่งใหญ่กว่าแต่เรารู้สึกว่าเกินกำลังที่จะรับผิดชอบ ในการแก้ไขปรับเปลี่ยนนิสัย...ทัศนคติฯลฯ
    เมื่อเรารู้และยอมรับ สัจจะ และความงามของจิตวิญญาณ ชีวิตของเราย่อมเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน...บางครั้งค่อนข้างแรงซึ่งต้องใช้ความกล้าหาญ ดังนั้นเราจึงเลี่ยงโดยทิ้งความรับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต -จิตใจของเราเอง...ยึดกับวิถีทางที่เคยชินกับคำว่า 'ฉันยุ่ง' เหตุนี้เองเราจึงมีคำพูดที่ว่า 'ความยุ่งคือความเกียจคร้านของตะวันตก' Business is the laziness of the west. (West -โลกตะวันตก มักหมายถึง การพัฒนาโลกทางวัตถุที่เรายุ่งกับอยู่กับการสร้างอะไรบางสิ่ง การมีกลุ่ม-หมู่ และการต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อเลี่ยง การรับรู้ การเข้าใจ และการจัดการกับตนเอง)
    อีกนัยหนึ่งนั้น กล่าวกันว่า ผู้ที่ยุ่งๆ คือผู้ที่เกียจคร้านทางจิตวิญญาณ (Business is spiritual laziness) ไม่มีเวลาที่จะสร้างชีวิตหรือความสัมพันธ์ที่แท้จริงจากภายใน
  • เธอเสาะแสวงหาอยู่เสมอ
    บ่อยครั้ง เราเลี่ยงสิ่งที่เราเชื่อ เราต้องการ เราจำเป็นต้องได้มา
    ทุกคนแสวงหา ความสงบและความสุข ทั้งชั่วคราวและถาวร แต่เมื่อใดก็ตามที่เรามองออกไปข้างนอก- 'ในโลก' ห่างไกลจากตนเอง เท่ากับว่า เราหลบเลี่ยง ตัวตนที่แท้จริง ซึ่งเป็นสัจจะ เป็นแหล่งของทุกสิ่งที่สวยงาม มีคุณค่าและคงอยู่ตลอดไป
    ทุกคนจึงมีคุณลักษณะพิเศษเฉพาะตัว บนพื้นฐานของธรรมชาติดั้งเดิมที่บริสุทธิ์ สงบ-สุข และเต็มไปด้วยความรักที่แท้จริง ต่อสภาพที่สมบูรณ์พร้อมของตนเองและสรรพสิ่ง
    ความสงบ-ความสุข ไม่ใช่วัตถุของโลกภายนอก ไม่สามารถพบหรือสร้างขึ้นมาได้จากที่ใดหรือจากการสำรวจวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญา จึงจำเป็นต้องแสวงหา ความหมายของชีวิตและจักรวาล ด้วยความเข้าใจว่าจิตสำนึกนั้นก่อกำเนิดทุกสิ่งเพื่อนำไปสู่การรู้แจ้ง...ซึ่งสามารถค้นพบได้ ในความสงบเงียบเช่นที่นักปราชญ์ได้เตือนไว้ว่า ในสภาวะของความนิ่งที่เต็มไปด้วยสาระของชีวิตเท่านั้นที่สามารถมีการตระหนักรู้ว่า ฉันคือใคร ทำไมฉันจึงอยู่ที่นี่... เพื่อเปิดเผยความหมายของทุกสิ่ง แต่แล้ว นักปรัชญากลับเดินทางห่างออกไปจากสาระและสูญเสียตัวตนในการขยายความเชิงปรัชญาและทฤษฎี เขาจึงติดยึดในบทบาท ในการเดินทางและในปรัชญาของตนเอง วันที่นักปรัชญาตระหนักรู้และใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาที่ลึกล้ำและจริงแท้นั้นได้ คือวันที่จบสิ้นความลี้ลับ ไม่เช่นนั้นการแสวงหา คือรูปแบบของการหลีกเลี่ยง
(จากความคิดที่กระจ่างของบราเธอร์ไมค์)



นักเดินทางจุดแห่งแสง ได้พาเรามาหยุดนิ่งอย่างพร้อมเพียงกัน วันสันติภาพสากล 21 กันยายน เวลาเที่ยงตรง ยังคงเตือนถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
จากเสียงสู่ความสงบ! หยุด เพื่อก้าวต่อไป!... คิดแล้วลิขิดไว้!
เราต่างได้เขียนประสบการณ์ของ 1 นาที
ที่มีค่ามาติดไว้ที่รูปหัวใจ ก่อนรับประทานอาหารกลางวัน

คุณ Olav มอบความรู้สึกไว้มากกว่านี้ คลิกที่นี่
เพื่อติดตามความรู้สึกดีๆของอีกหลายท่านในจดหมายข่าวภาษาอังกฤษ

ขอขอบคุณ สำหรับเจ็ดกลุ่มของกุญแจเจ็ดดอกที่มีการจัดสรรอย่างเหมาะสมตามตำแหน่งหน้าที่
ของดวงวิญญาณในการแบ่งปันสาระธรรมอย่างสวยงามและเต็มไปด้วยสีสันหลากหลาย

พี่ศรี
กุญแจกดอกที่ห้า เริ่มจากพี่ศรีนำเรื่อง 'วงจรเวลาที่ไม่รู้จบ' มาเปิดการสนทนาโดยมี ดร.หนึ่ง นักประชาสัมพันธ์ ดำเนินรายการให้ท่านจันทร์ นักปฏิบัติธรรมและบราเธอร์ อาลาเกเซน นักธุรกิจ พูดถึงความรับผิดชอบต่อชีวิตด้านใน สำหรับเวลาวิกฤตของโลกขณะนี้
"งานนี้มีพลังของความร่วมมือของทุกคน เป็นความรับผิดชอบที่สร้างขึ้นมา จากกุญแจแต่ละดอกที่จัดสรรให้ทุกคน create ออกมาเป็นความใหม่ ไม่น่าเบื่อ ไม่ใช่การบรรยาย หรือพูดเยอะๆเป็นระบบ dialogueดีมาก"

ดร.หนึ่ง วรัญญา
"เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งมาก สัมผัสได้ถึงพลังงานของความรัก และความรู้อันครอบจักรวาลตั้งแต่เริ่มต้นจนวันจบชีวิต สำหรับหนึ่งแล้วคือสัจจะอย่างแท้จริง เพราะไม่มีการรู้สึกขัดแย้งกับหัวใจเลย และกลุ่มเพื่อนๆที่เปิดใจรับก็บอกหนึ่งตลอดเวลาว่า ขอบคุณมากเพราะเขาได้เปลี่ยนความคิดและชีวิตจริงๆ ส่วนกลุ่มเพื่อนที่ไม่พร้อม หรือว่ารู้สึกแปลกแยก ที่ไม่ได้ต้องการจะรับความรู้ใหม่ๆที่ขัดแย้งกับความเชื่อเดิมๆ ของเขา เขาอาจจะใหม่เกินไปหรือไม่ค่อยสนุกนัก หนึ่งเข้าใจและเห็นตนเองว่ายอมรับ ไม่ได้รู้สึกว่ามีอัตตาว่าของเราต้องดี ดังนั้นจึงเป็นอีกระดับขั้นหนึ่งที่ได้เรียนรู้และเห็นว่าตนเองพัฒนาขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ได้จาก course วันที่ 21 นั้นมั่นใจว่าจะนำไปปฏิบัติจริงและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีแก่นสัจจะอยู่ในตัวตนตลอดไป"

น้องกอล์ฟ
"มีโอกาสเข้าร่วมเป็นผู้จัดกิจกรรม ได้เห็นการทำงานที่มีระบบและชัดเจน ทีมงานทุกคนให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน คือมอบประโยชน์ให้ผู้คนและดำเนินงานให้สำเร็จด้วยดีอย่างมีสมาธิ ซึ่งเป็นการฝึกฝนสมาธิแบบราชาโยคะในทางปฎิบัติ อย่างต่อเนื่องนั่นเอง"
กุญแจดอกที่ 4 ความยุติธรรมแห่งกรรม น้องฝนสัมภาษณ์ นาวาอากาศเอก ทีปกร สว่างโรจน์ อดีตนักบินขับไล่ ได้สาระแง่คิดจากประสบการณ์ชีวิตพร้อมความสุขในการเข้าใจปรัชญาแห่งกรรมจากราชาโยคะโดยมีน้องกอล์ฟ(ลูกชาย)ทำสื่อภาพยนตร์ตอนต้น The Justice of Karma และได้ร้องเพลงโปรดของพ่อ 'Sound of Silence' ตอนจบ

น้องฝน เลือกภาพงานศิลปะที่สวยงามไว้ เพื่อบอกความในใจ
"จากพื้นฐานทางกฎหมาย กฎหมายและกฎแห่งกรรม มีสัญลักษณ์เดียวกันคือ ตราชู ในทางกฎหมาย ทั้งสองข้างของตราชู คือ ความบริสุทธิ์และยุติธรรม ซึ่งกฎแห่งกรรมมีความยุติธรรมสูงสุดที่ช่วยจัดระเบียบสังคมโลกและดวงวิญญาณมนุษย์มาโดยตลอด จนกระทั่งมนุษย์ละเมิดกฎแห่งกรรม ความเป็นเหตุและผลจึงเบี่ยงเบนเพราะความไม่บริสุทธิ์ของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม กฎของการกระทำนี้เที่ยงธรรมและเป็นสากล ไม่ว่าจะเป็นศาสนา กฎหมาย หรือ วิทยาศาสตร์ ต่างอธิบายถึงกฎแห่งกรรมนี้ไว้อย่างหลากหลายแต่ให้ความหมายที่เหมือนกัน"

พี่นวล

กุญแจดอกที่ สาม พี่นวลมีน้องปักเป็นทีมงาน เตรียมการอย่างตั้งใจทั้งการใช้สื่อ ใช้เสียงจากภาพยนตร์ เพื่อสร้างกระแสโยคะให้เกิดการหลอมรวมในความเงียบ
คุณหมอสกลและคุณลิลลี่ ให้ความสำคัญต่อการฝึกสมาธิเพื่อเยียวยาหัวใจและโรคภัย
"จากสื่อภาพยนตร์ Tao of Travellers กุญแจดอกที่ 3 เข้าไปในความรู้สึกมาก กว่าทุกบท เวลาที่ตัวเองรู้สึก fail จะใช้เรื่องนี้ เข้าไปหาบาบาได้ง่าย เพราะเป็นบทของการมีโยคะ ถ้าเราไปใช้สิ่งอื่นๆ ก็จะออกไปข้างนอก แต่อันนี้เป็นภาษาที่เข้าไปหาบาบา เข้าไปหาตัวเองอย่างแท้จริง มีประเด็นเดียวเองที่ต้องบรรลุผล คือการเป็นดวงวิญญาณ เชื่อมโยงกับบาบา ทุกครั้งจะประสบความสำเร็จ แม้ตนเองจะล้มไป แต่ก็ลุกขึ้นมาได้
ตอนทำกุญแจดอกที่ 3 รู้สึกถึงความนิ่ง เป็นตัวของตัวเอง ไม่สนใจว่าความพร้อมมันจะอยู่ที่จุดไหน ได้เวลาแล้วก็เคลื่อนไป ไม่กังวลว่าฉันจะทำได้ดีหรือไม่ดี แค่ได้ทำตามหน้าที่กับเวลา และความพร้อมที่มีอยู่เท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นจึงต้องเรียนรู้ ว่าต้องทำอะไรให้ดีกว่านี้ เป็นพลังของความไว้วางใจ"

พี่เซียน
"ได้อยู่เงียบๆด้านนอก ดูจาก monitor บันทึกรายการโทรทัศน์ บรรยากาศในวันนั้น ให้ความร่วมมือดีมาก คนบรรยายแต่ละคนมีความหลากหลาย ในความรู้สึก และอารมณ์ รู้สึกว่างานครั้งนี้ดีมากๆเพราะทุกคนทำหน้าที่โดยที่ไม่ต้องมีใครมาบอก พี่ La ก็ปล่อยโอกาสให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองโดยเป็นอิสระ แล้วก็เสร็จสมบูรณ์ด้วยความเรียบร้อย บรรยากาศดี ประสบการณ์ของแต่ละคนให้แรงบันดาลใจไม่น่าเบื่อ แทนที่จะฟังคนๆเดียวบรรยายตลอด ที่ชอบ คือ อ.พงษ์ศักดิ์ เปลี่ยนบรรยากาศที่ให้ความสนุกสนานไปในตัว แทรกข้อคิดต่างๆ ท่านจะมีจุดว่า เมื่อไหร่จะให้ข้อคิด เมื่อไหร่จะให้ความสนุกสนาน เป็นการกระตุ้น เป็นการสื่อสารที่ดี ตลกบ้าง เข้าสาระบ้าง"

เราได้แนะนำคุณหมอ
ดำรงพันธุ์ วัฒนะโชติ พร้อมกับการใช้ความรู้ที่เป็นสัจจะเอาชนะโรคภัย



เราได้รับเกียรติจากพันเอก นายแพทย์
พงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา ในชั่วโมงสุดท้ายของรายการ
พูดถึง 'กลับนิพพาน' อย่างสนุกสนานในสาระธรรม

คุณลิลลี่ เหมาตระกร้าร้านน้องไก่ ไปแจกจ่ายสินค้าเพิ่มคุณค่าชีวิต(Value added Products) ที่ให้ความหมายทางจิตตามลาย-สัญลักษณ์(ประภาคาร ผีเสื้อ ดอกกุหลาบ ดอกบัว ดอกทานตะวัน)
พี่ธร
"ทุกช่วง มีความแปลกใหม่ สร้างสรรค์ ทุกๆ กุญแจ น่าติดตาม แม้ว่าความรู้เราจะได้ยินมา หรือให้แก่ผู้อื่น พอได้ฟัง รู้สึกไม่เบื่อ มีอะไรดูตื่นเต้นอยู่ตลอด คนที่มาใหม่ก็ชื่นชมประทับใจดูจากสีหน้าท่าทาง งานนี้ผมมีความรู้สึกว่าเวลาผ่านไปรวดเร็ว เฝ้าดูความเป็นเพชรในยุคบรรจบพบกัน ยุคของการเปลี่ยนแปลงอย่างมากที่จะกลับมาเป็นบราห์มิน ที่มีคุณค่า มีความเข้มแข็ง ด้วยการเห็นคุณค่าของเวลาและความคิดที่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง"

พี่น้อง
"ชอบงานรับใช้ครั้งนี้ มากที่สุดใน 20 ปี ทุกคนทำงานหนักแต่เบาสบาย งานออกมาดีมาก เช้ายันค่ำ สุดท้าย จุดเทียน ไม่น่าเชื่อ บันไดก็มีประโยชน์ ไม่คิดว่ามีฉากนั้น แล้วก็ฟังทุกคนพูด ให้เห็นเลยว่า ในดวงวิญญาณมีอะไร จากบางคนเราไม่คิดเลยว่ามีสิ่งพิเศษมาก เหมือนเพชรพลอยที่มีความแตกต่าง เขาได้มาพูด มาเล่า ได้เห็นคุณพ่อพูดประสบการณ์ ซึ่งอาจจะไม่มีในสันสการ์เรา เช่น คุณพ่อไม่ชอบเข้าแถว ขับรถชอบความเสี่ยง เราเป็นอีกด้านหนึ่ง เราก็อยากจะเข้มแข็งขึ้นมา น้องกอล์ฟก็ตั้งใจร้องเพลงมาก อยากมีวงของบาบา ไปร้องที่ Park ทำงานรับใช้"

พี่แหม่ม นภาพร
"ได้รับความรู้จากการมาร่วมงานทำให้เราได้รับความรู้สึกของการได้พัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงทางจิตในทางที่ดีขึ้น ความรู้จะทำให้เราไม่ตกภายใต้อิทธิพลความลังเล สงสัย ไม่เข้าใจ หรือมายาที่เป็นเหมือนเหยื่อล่อให้ติดในเรื่องไร้สาระ"

กุญแจดอกที่เจ็ด พี่ภานำกลุ่มสุดท้าย ชี้ให้เห็นภาพโลกที่สวยงามในอนาคต ที่บราห์มา กุมารี ได้มาจากการรณรงค์โครงการนานาชาติ 'ร่วมกันสรรสร้างโลก(1988)'เพื่อมอบเป็นของขวัญให้ประชาชนจากประชาชน 129 ประเทศพี่ภาได้เน้นถึงหลักสูตร ราชาโยคะที่มี 4 วิชา(ความรู้ โยคะ คุณธรรม การรับใช้ช่วยเหลือ) เป็นรากฐานของโลกใหม่ที่สงบ-สุขและสมบูรณ์ ผู้ร่วมเสวนา ได้แบ่งปัน 'การให้' จากหัวใจเป็นบทสรุป



จากกุญแจดอกที่เจ็ด พูดถึง 'การให้'ที่ไม่เพียงตักอาหารให้เต็มชามแต่ต้องให้แผนที่สำหรับนักเดินทางเพื่อให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
พี่แหม่ม รัชยา "อาหารบริสุทธิ์เพื่อจิตวิญญาณนั้นจัดเตรียมด้วยกระแสจิตที่สงบนิ่งในพลังโยคะที่บริสุทธิ์จึงสามารถแปรธาตุหยาบให้ละเอียดและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งมีผลต่อสภาวะอารมณ์ ความรู้สึก และนิสัยที่ให้โทษให้ทุกข์เปรียบเสมือนการหล่อเลี้ยงชีวิตทั้งชีวิตให้มีพลัง

ในช่วง 5 ปีของการเปิดร้านอาหาร อาณาจักรเจสามใบเถา ที่ประสบความสำเร็จจากการมีรายได้ดี มีลูกค้ามาก รสชาดอร่อย แต่ต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆอย่างมากมายทั้งกาย-ใจ ในการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตที่ไม่รู้ค่าตนเอง เป็นความมืดสนิทของความไม่รู้ หวาดกลัว วิตกกังวล และสิ้นหวังจนกระทั่งเมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา แสงแห่งความรู้ทางจิตได้ถูกจุดขึ้นจากการเข้าไปรับความรู้ทุก 6 โมงเช้า ที่มูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชาโยคะ(ซึ่งเรียนเหมือนกันทั่วโลกในเครือข่ายของบราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก) เพราะคิดว่าทั้งอาหารทางร่างกายและจิตวิญญาณนั้นสำคัญสำหรับทุกวัน เมื่อนำความรู้ที่ได้มาไตร่ตรอง เกิดความเข้าใจ นำมาปฏิบัติใช้ได้จริงในการดำเนินชีวิตที่ราบรื่นอย่างมีความสุขสดชื่นจึงสามารถเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อคุณพ่อต้องจากร่างไปและทำให้กลายเป็นผู้นำดูแลครอบครัวใหญ่ด้วยความเข้าใจอย่างสงบนิ่งและเข้มแข็งจากภายใน
ในวันงานได้รับโอกาสทำหน้าที่ผู้ให้จึงมอบอาหารที่บริสุทธิ์พร้อมน้ำเต้าหู้สดของพี่หุย(นักเรียนใหม่) แด่พี่น้องทุกๆดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์สงบ โอม ชานติ"

ทีมเยาวชนเพิ่มสีสันให้ Spotlight Values ด้วยผ้าสีฟ้าและสีส้ม

บราเธอร์วิราชมาพร้อมกับคุณค่า 'ความมั่นใจ' จึงมีโอกาสพูดถึงผลงานการออกแบบอาคารที่มีเอกลักษณ์พิเศษเพื่อพิสูจน์งานสร้างโลกใหม่ของพระเจ้า

กุญแจดอกที่ 6 น้องฝนนำทีมเยาวชนมาพบปะกันเพื่อตระหนักถึงคุณค่าของเวลา และชีวิตที่มีค่าเช่นเพชร
น้องสต็อป มาพร้อมกับคุณค่า 'ให้แรงบันดาลใจ' จึงเต็มไปด้วยพลังความมุ่งมั่นและจุดประกายความคิดในการสร้างสรรค์ชีวิต ให้เป็นตัวอย่างแก่เยาวชนไทยที่ไม่ขึ้นอยู่กับความงามภายนอกหรือทรัพย์สินเงินทองใดๆ

กลุ่มเยาวชนเปิด Om Cafe ในช่วงพักน้ำชา เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ฉายแสงคุณค่าของตนจาก 90 คุณค่า ใน Spotlight Values ผ่านกระบวนการ
  • Explore
  • Express
  • Exchange

ผู้อำนวยการโรงเรียนสารสาสน์ วิเทศ ราชพฤกษ์ได้ให้การสนับสนุนคณะร้องเพลงประสานเสียง สำหรับบทเพลง 'Let there be peace on earth' นี่คือฉากสุดท้าย ภายใต้แสงเทียนของผู้นำ 21 คน
ต่างรุ่น ต่างวัย ต่างสถาบัน...ที่ให้ความหวังแก่สันติสุขของโลก


โอมชานติ

© 2015 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.