จดหมายข่าวฉบับที่ 42

วันที่ 29 มกราคม 2556

ถึงพี่น้อง ผู้รักสันติทุกท่าน
วันนี้เราพบกันด้วยความมั่นใจว่าเวลาที่ผ่านไป พร้อมกับข่าวสารข้อมูลหลายมุมหลายด้าน ได้ให้คุณประโยชน์แก่ตนและทุกคนที่ติดตาม ตอบรับมาด้วยคำว่า 'ขอบคุณ'

ความมั่นใจในตนเอง หรือที่เรียกว่า ความเชื่อมั่นในตนเองนั้นมีค่าควรแก่การวิเคราะห์เพื่อที่เราทุกคนจะสามารถยืนหยัดอยู่กับความจริงในโลกที่หลอกลวงนี้
ซิสเตอร์ เดนนิส ผู้เป็นครูชาวอังกฤษคนแรกของบราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลกมากว่า 40 ปี ได้พูดถึง ความเชื่อมั่นในตนเองไว้นานแล้วแต่ไม่เคยล้าสมัยเพราะสัจจะเป็นสากลและคงอยู่ตลอดกาล เราอาจจะอ่านบทแปลภาษาไทยนี้เพื่อทำความเข้าใจก่อนที่จะรับฟังเสียงภาษาอังกฤษในวีดีโอ
ความเชื่อมั่นในตนเอง : Self Confidence
ความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นคุณสมบัติที่มีค่าควรแก่การถนอมรักษาที่หนุ่มสาวแสวงหา
  • ความเชื่อมั่นในตนเอง คืออะไร?
    เมื่อเรามีศรัทธาในตนเอง เมื่อเรารู้ว่าเราคือใครและเราเป็นอะไร ทุกสิ่งจะชัดเจน และเมื่อทุกสิ่งชัดเจน เราก็รู้ว่าเรา ควรจะทำอะไร
  • อะไรทำให้เราไม่มีประสบการณ์ของความเชื่อมั่นในตนเอง?
    หากเราไม่ได้รับการยอมรับหรือหากบุคคลที่มีความสำคัญในชีวิตของเราแสดงความไม่เห็นด้วยในสิ่งที่เราเป็นและสิ่งที่เราทำ เราจะเกิดความสงสัยในตนเอง (Self-doubt) นั่นเป็นเพราะเราให้ความสำคัญมากกว่ากับสิ่งที่ผู้อื่นคิดเกี่ยวกับเรา ซึ่งทำให้เราไปอยู่ในตำแหน่งที่อ่อนแอ เราอาจถูกจัดการหรือเกิดความไม่มั่นคงจากความไม่เห็นด้วยนั้น เราตกอยู่ในสภาพที่สงสัยตนเอง เกิดความ อ่อนแอทางอารมณ์ซึ่งทำให้เราไม่สามารถและไม่เต็มใจที่จะยืนอยู่ด้วยตนเอง
  • เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นใคร?
    เมื่อเด็กเกิดมา ผู้ที่มีความสำคัญอันดับหนึ่งที่เขามีประสบการณ์คือแม่ แม่เป็นกระจกที่ทำให้เด็กมองเห็นตนเอง ถ้าแม่มีความสุขและแล้วลูกก็มีความสุขด้วย หากแม่รักลูก ลูกก็จะคิดว่าตัวเขาเป็นที่รัก ความรู้สึกของเด็กสะท้อนมาจากแม่ พ่อ พี่น้องชายหญิง และคนในครอบครัวของเขา นั่นคือสิ่งที่ทำให้เด็กรู้ว่าเขาเป็นใคร ความรู้สึกของการเป็นที่รักที่สะท้อนออกมาคือองค์ประกอบพื้นฐานที่สุด และเป็นองค์ประกอบแรกสุดของความเชื่อมั่นในตนเอง เราทั้งหมดเริ่มต้นชีวิตของเราจากวัยเด็ก เราเป็นศูนย์กลางของโลกของเราเอง สมาชิกในครอบครัวและสิ่งแวดล้อมของครอบครัวคือผู้นำสาสน์ภายนอกที่บอกเราว่าเราเป็นใคร หากเราเติบโตพร้อมกับการตอกย้ำในเชิงบวกและมีประสบการณ์ที่ดีงาม เราก็จะรู้สึกมั่นคงปลอดภัยและมีชีวิตที่ดีและเต็มไปด้วยความหมาย
การสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเองเริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กได้รับประสบการณ์ของการตอบรับในทางลบจากสมาชิกและสิ่งแวดล้อมในครอบครัว ความบกพร่องของบุคลิกภาพต่างๆ ถูกสร้างขึ้นจากความสับสนของเราต่อปฏิกิริยาในทางลบ ประสบการณ์ในทางลบและการตอบรับในทางลบ เราต้องชัดเจนว่าเราต้องไม่ปะปนความเชื่อมั่นในตนเองกับความภาคภูมิหรือความหยิ่งทะนงในทางที่ผิด เราอาจเห็นผู้คนที่ดูเหมือนจะมีความเชื่อมั่นมาก บางทีอาจจะเชื่อมั่น มากเกินไป เมื่อมีคำว่ามากเกินไปเกิดขั้น นั่นเป็นเครื่องหมายของการข้ามเส้นแบ่งคุณธรรมในเชิงบวกจากข้อบกพร่องของบุคลิกภาพในเชิงลบ ความเชื่อมั่นมากเกินไปคือหน้ากากที่ซ่อนการขาดความเชื่อมั่นในตนเองที่แท้จริงไว้ เป็นการออกแบบตบตาเพื่อที่จะทำให้ผู้คนประทับใจและป้องกันไม่ให้พวกเขามองได้ชัดเจน หากเรารู้สึกเลิศเลอ นั่นก็เป็นความหลงทะนงตนด้วยเช่นกัน เราอาจคิดเกี่ยวกับตนเองไว้สูงเกินไปจากการพิจารณาตามสถานภาพภายนอก...อีกด้านหนึ่งเราอาจคิดถึงตนเองต่ำต้อยเกินไปเพราะลบหลู่ตนเอง เนื่องจากการพึ่งพิงสิ่งที่ผู้อื่นทำให้เราลอยละลิ่วขึ้นมาและรู้สึกดีกับตนเอง

เป้าหมายคือการอยู่ในการเชื่อมโยงกับตัวตนภายในเพื่อจุดแสงสว่างของตนเองและเพื่อมีสำนึกรู้ที่ชัดเจนในคุณค่าที่มีมาแต่ดั้งเดิมของเรา และรู้ค่าในความสามารถและคุณสมบัติของเรา โดยที่ไม่ต้องให้ใครอื่นมารับรองหรือบอกว่าใช้ได้...ดีแล้ว

ความเชื่อมั่นในตนเองที่แท้จริงสะท้อนออกมาในดวงตาที่มองดูผู้อื่นตรงๆ ผ่านหน้าต่างของดวงวิญญาณสูงส่ง... จากการค้นพบตนเองในระดับที่ลึกล้ำที่สุดและรู้ถึงจุดเด่นและจุดด้อยของตน พวกเขาไม่กลัว และไม่พยายามที่จะหลบซ่อนข้อบกพร่องของเขา พวกเขามีความกล้าหาญในความเชื่อของตน ความเชื่อมั่นในตนเองที่แท้จริงนั่นมาจากการฝึกฝนที่จะจริงแท้ต่อตนเอง

วันนี้น้องกุ๊กกิ๊กคือดวงดาวแห่งความเคารพตนเอง
(Star of Self-respect) "เมื่อฉันมีความเคารพผู้อื่น นั่นคือฉันมีความเคารพตนเองอย่างแท้จริงซึ่งทำให้ฉันรักการสำรวจตัวเองแทนที่จะสำรวจภายนอก เป็นการรักษาความมั่นคงในระดับสูงส่ง โดยไม่มีสภาพของการขึ้นๆลงๆแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะได้รับการสรรเสริญหรือถูกเสียดสีก็จะไม่ถูกกระทบแต่อย่างใด การเคารพตนเองจึงเป็นลักษณะเฉพาะของผู้ปกครองตนเองที่สูงส่ง

เมื่อฉันมีความเคารพตนเอง ผู้อื่นก็จะเคารพฉันโดยอัตโนมัติ เริ่มจากการที่ฉันลดความหลงทะนงตนลงขณะที่เพิ่มความเชื่อมั่นในตนเองในสำนึกที่ถูกต้อง จนในที่สุดกลายเป็นความสมดุลของความถ่อมตนและความเคารพตนเอง"

อะไรคือพื้นฐานของความเคารพ?
การรู้จักและเข้าใจตัวตนที่แท้จริง คือพื้นฐานของความเคารพและภาคภูมิใจในตนเองซึ่งอยู่ในกระบวนการค้นพบความมั่นใจในตนเอง

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของเรายากลำบากคือ ความสงสัยในตนเอง เราไม่มั่นใจในตนเอง เราไม่มั่นใจในผู้อื่นและเมื่อมีความสงสัยมากเกินไป เราจะไม่สามารถริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆได้เพราะกลัวความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ผู้คนจำนวนมากต้องการในทุกวันนี้ คือ การสร้างความมั่นใจในตนเองอย่างมั่นคงที่สามารถทำให้เผชิญและแก้ไขปัญหาชีวิตได้ โดยปราศจากความขัดแย้งและปราศจากความกลัว การสร้างความมั่นใจในตนเอง เราจำเป็นต้องมีความภาคภูมิใจในตนเองและมีความเคารพตนเอง จนกระทั้งเราแต่ละคนสามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ หรือทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้นั้นเป็นไปได้...เมื่อฉันมั่นคงในความเคารพตนเอง นั่นหมายความว่าฉันเข้าใจตัวตนทางจิตวิญญาณที่แท้จริงของฉัน ฉันมีสิทธิ์ในการมีชีวิตอยู่ที่นี่หมายถึง ฉันยอมรับความเป็นนิรันดร์ของฉัน ฉันยอมรับสิทธิ์ของฉันรวมถึงสิทธิ์ของผู้อื่นในการมีชีวิตอยู่ที่นี่ ฉันไม่สามารถพัฒนาความเคารพตนเองได้โดยไม่ให้ความเคารพต่อผู้อื่นหรือมีความเข้าใจตัวตนที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นฉันจะพึ่งพิง ความคิดเห็นของผู้อื่นเพื่อสร้างคุณค่าของฉัน เมื่อฉันมีความเคารพตนเอง ฉันเป็นอิสระจากความคิดเห็นต่างๆและความภาคภูมิใจที่ผิดๆ...ความภาคภูมิใจที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้เมื่อฉันเห็นคุณค่าชีวิตของตน

นอกเหนือจากนี้ เรามีคำสอนของดาดี้แจงกี(ย่อเป็นภาษาอังกฤษ) มาช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองจนถึงที่สุด เพื่อจะได้ก้าวต่อไปอย่างไม่ผิดพลาด
เมื่อนั้นฉันสามารถแบ่งปัน สิ่งที่ฉันมีให้แก่ผู้อื่น เมื่อนั้นเองที่ผู้อื่นจะเห็นคุณค่าของฉันด้วย คุณค่าหมายถึง ฉันตระหนักรู้ถึงเอกลักษณ์ของฉัน แต่ละคนมีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตน ไม่ใช่ว่ามีสิ่งใดสำคัญกว่าสิ่งใด ทุกคนมีบทบาทของตนเอง มีตำแหน่งของตนเอง มีหน้าที่ของตนเอง เหมือนเช่นใบหน้า มีสองตา หนึ่งปากหนึ่งจมูก สองหู ทุกสิ่งมีตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงของตน และทุกสิ่งสร้างความสมบูรณ์ ความมั่นใจเกิดขึ้นเมื่อฉันรู้ว่าฉันให้บางอย่างในชีวิตเช่นพรสวรรค์ของฉัน ความสามารถของฉัน ด้วยเหตุผลง่ายๆที่ว่าฉันมีชีวิตอยู่จึงเป็นการให้ในแง่บวก ถ้าเราไม่สามารถให้ได้ ชีวิตเราจะไม่มีความหมาย ไม่มีเป้าหมาย และเมื่อฉันได้ให้อย่างเต็มใจ ความสุขของฉันเพิ่มขึ้น ความมั่นใจของฉันเพิ่มขึ้น การชื่นชมของผู้อื่นทำให้ฉันเชื่อมั่นมากขึ้น และเมื่อฉันได้ตระหนักรู้ว่าฉันมีชีวิตอยู่ที่นี่เพื่อให้สิ่งต่างๆกับผู้อื่น เมื่อนั้นทุกสิ่งจะง่ายขึ้นและง่ายขึ้นที่จะสร้างความมั่นใจอย่างเป็นธรรมชาติ
ความยิ่งใหญ่คือสมดุลของความถ่อมตนและความเคารพตนเอง

พี่กฤษดา ตามมาด้วยแสงของดวงดาว
แห่งความกระตือรือร้น(Star of Enthusiasm)

"ความกระตือรือร้น คือ การพัฒนาตนเอง
ความฝันของฉัน คือ เป็นผู้สร้าง ผู้ให้คุณประโยชนโลกด้วยการรับใช้ตนเองและรับใช้ทุกคนที่อยู่เบื้องหน้าในทุกความคิด คำพูด การกระทำโดยมีความบริสุทธิ์เป็นพื้นฐาน มีมือของพรของพระเจ้าอยู่เหนือศีรษะ มี พระเจ้าเป็นมิตรร่วมทาง และอยู่ภายใต้ร่มฉัตรของการปกป้องคุ้มครองของท่าน ฉันจึงให้ความรักและร่วมมือได้ พร้อมๆ กับการละวางได้

ถ้าความกระตือรือร้นเป็นเหมือนดอกไม้จะมีลักษณะเป็นเช่นไร?
ดอกไม้นั้นก็จะค่อยๆเบ่งบานส่งกลิ่นหอม สวยงาม คงทน เป็นความหวัง ความสดชื่น แจ่มใส เปล่งประกาย ให้ผู้คนที่พบเห็น มีความสุขอย่างสม่ำเสมอ เป็นภาพลักษณ์ที่มีชีวิต เป็นมิตรกับทุกคน มีหลากหลายสีสัน ของคุณธรรมและกระจายกระแสที่บริสุทธิ์ แก่ทั้งโลกกลายเป็นดอกกุหลาบทางจิตที่สูงส่ง''

เราคงถือโอกาสพากันไปชมสวนดอกไม้ในเพลง My wish 4 U (รูปซ้ายมือ) ทุกท่านสามารถเลือกดอกไม้ที่ถูกใจทำให้ชีวิตกระตือรือร้นด้วยความปรารถนาดีต่อทุกคน

ค ว า ม ก ร ะ ตื อ รื อ ร้ น ทำ ใ ห้ ต น เ อ ง เ ป็ น อิ ส ร ะ จ า ก อุ ป ส ร ร ค
แ ล ะ นำ คุ ณ ป ร ะ โ ย ช น์ ม า ใ ห้ ทุ ก ค น

สุดท้ายพี่แมว วีระวัลย์มาพร้อมกับแสงของดวงดาวแห่งแรงจูงใจ (Star of Motivation)

"การเปลี่ยนแปลงตนเองของฉันนั้นจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลก เพราะฉันเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมในโลกนี้ ดังนั้นถ้าฉันทำอะไรอย่างไม่ระมัดระวัง แม้เพียงความคิดเพียงน้อยนิดที่ไม่ดี มันก็จะมีผลกระทบต่อโลกที่ฉันอาศัยอยู่นี้ด้วย ฉันจึงต้องเพียรพยายามทุกวิถีทางที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง ทั้งในรูปของความคิด การกระทำและคำพูดให้อยู่ในหนทางของความบริสุทธิ์เพื่อโลกที่ทุกคนต้องอยู่ร่วมกันนั้นเกิดสันติสุขด้วยความรักที่บริสุทธิ์ที่ให้แก่กัน

เมื่อท่านรู้สึกแย่ ท่านจะรักษาแรงจูงใจไว้ได้อย่างไร?
ฉันก็จะไม่ปล่อยให้ความรู้สึกที่ไม่ดี หรือสถานการณ์ใดที่มีความคิดไม่ดีเพียงน้อยนิดให้เกิดขึ้นกับตัวเองนานเกินไปเพราะฉันมีเป้าหมายว่าฉันจะต้องเป็นผู้เปลี่ยนแปลงความรู้สึกของตนเองให้คงอยู่ในความบริสุทธิ์กับทุกคน และทุกสถานการณ์ การตั้งมั่นในแรงจูงใจที่ดีเกิดจากการหล่อเลี้ยงด้วยพลังของความรัก ความเคารพ ความซื่อสัตย์ที่ฉันได้รับจากพ่อสูงสุดทุกวินาที ทุกลมหายใจของฉันจึงได้รับกระแสของความบริสุทธิ์จากพ่อเสมือนเส้นเลือดของฉันที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายให้เป็นสายเลือดที่พ่อหล่อเลี้ยงฉัน ฉันจึงไม่ปล่อยเวลาและลมหายใจให้เสียไปกับสิ่งที่ไม่มีค่าใดๆ ฉันพร้อมเสมอที่จะให้กระแสของความปรารถนาดีของพ่อ สร้างแรงจูงใจ ให้ฉันทำงานกระตุ้นผู้คน ถ้าฉันมีโอกาสและจังหวะ ฉันก็จะให้เขารับทราบถึงสัจจะในรูปของกิจกรรมหรือ งานรับใช้ช่วยเหลือในรูปแบบที่แตกต่างกันไป โดยที่ฉันมิได้คิดว่าฉันเป็นผู้ทำแต่พ่อสูงสุดเป็นผู้ทำ"

บาบา บอกเราว่า ก่อนอื่นจงทำให้ตาที่สามเปิดขึ้นและเติมเต็มให้ดวงวิญญาณมีพลัง เปิดประมาณหนึ่งนาที เปิดบ่อยๆครั้ง 'ฉันคือดวงวิญญาณ เป็นลูกของดวงวิญญาณสูงสุด' แต่เราคุ้นที่จะคิดมาก จึงต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการทำให้จิตใจนิ่งๆ คิดเงียบๆ บาบาเฝ้ามองดูความเพียรพยายามของเราอยู่ เพราะในสำนึกที่เป็นร่าง ความคิดทุกรูปแบบเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเราจะพยายามทำให้นิ่ง เราก็จะหาเหตุผลในการกระตุ้นจิตใจตนเอง เฝ้าจดจำสิ่งต่างๆที่ผ่านมาทำให้จิตใจไวในทางที่ผิด การจดจำระลึกถึงบาบาจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน ส่วนความสัมพันธ์หรือโยคะกับบาบาก็ต้องให้แน่ใจว่า มีคุณภาพไม่ใช่เพียงทำให้ตนเองพอใจ แต่เป็นสิ่งดีที่เราได้หันห่างจากโลกเก่าและการเสพสุขจากประสาทสัมผัสขณะที่เพียรพยายามที่จะเป็นโยคี ผู้เอาชนะโรคภัย ถ้าหากยังมีการดึงรั้งของประสาทสัมผัส ยังมีความอยากและความผูกพันยึดมั่น แน่นอนเราจะพบกับปัญหาของโรคภัย จึงไม่ควรที่ให้ขาข้างหนึ่งอยู่บนเรือและอีกข้างอยู่บนฝั่ง ถ้าเราไม่ปลดเชือกเรือให้ออกจากฝั่ง เราอาจรู้สึกว่าเรือกำลังเคลื่อนไป แต่แท้จริงแล้วเราติดอยู่กับที่

คำขวัญหลักของบราห์มา กุมารีที่ว่า 'เมื่อเราเปลี่ยน โลกเปลี่ยน' กำลังบอกเราว่า เป็นเวลาที่เราต้องหยุดมองผู้อื่นและหันมามองตนเอง หากเฝ้าแต่ดูผู้อื่น เราจะไม่สามารถเห็นตัวเองอย่างที่เราเป็นจริงๆ

บาบาบอกเราให้เป็นผู้ที่ควงกงจักรแห่งการสำนึกรู้ แต่เราไม่สามารถเป็นได้ถ้าเรามองดูผู้อื่นแม้เพียงเล็กน้อย นอกจากกงจักรในมือหนึ่งของวิษณุ (สัญลักษณ์ของความสมบูรณ์พร้อมรวมความเป็นหญิง-ชาย คือเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการศึกษาราชาโยคะ) เรายังมีคทา ดอกบัวและหอยสังข์รวมเป็น 4 สัญลักษณ์แทน 4 วิชา คือ ความรู้ โยคะ คุณธรรมและงานรับใช้ช่วยเหลือ

เราจะได้รับการตกแต่งประดับประดาด้วยเครื่องประดับ(หรือสัญลักษณ์)ทั้งหมดเหล่านั้นได้อย่างไร? สาระของความรู้ คือ การกลายเป็นผู้ควงกงจักรของการตระหนักรู้ในตนเอง เหตุนี้เองเราจึงอาศัยความรู้และโยคะ ไม่ใช่เวลาที่มีข้ออ้าง เราไม่มีความรับผิดชอบอื่นใดที่สำคัญยิ่งกว่านี้อีกแล้ว ทั้งบราห์มาบาบาและมาม่าได้รับผิดชอบสิ่งต่างๆมากมาย แต่ก็ไม่มีความวิตกกังวลใดๆเลย เพราะท่านมีความรักอย่างมากให้ทุกคน มาม่าไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ใคร ภาษาที่ท่านใช้นั้นสุดแสนพิเศษ หากเราไม่ทำตามท่าน เราจะเป็นเหมือนท่านได้อย่างไร? เรากำลังได้รับการหล่อเลี้ยง เรากำลังทำงานรับใช้ช่วยเหลือเพื่อสร้างโชคของตนเอง ด้วยการอุทิศตน แม้การอยู่ในชุมนุม ก็ถือเป็นโชคของเราด้วยเช่นกัน

เวลานี้เราต้องมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงตนเองโดยให้บาบาเป็นผู้สร้างความมหัศจรรย์นั้น เพราะเป็นเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลง เราจึงต้องตระหนักถึงความสำคัญของเวลาที่กำลังร่วมมือกับเราเพื่อช่วยเราให้สร้างโชคสำหรับทั้งวงจร

โดยสรุป 2 สิ่งที่เราจำเป็นต้องใส่ใจในปัจจุบัน คือเวลาและความคิด

ตามเวลา เราไม่ควรจะสูญเสียแม้เพียงหนึ่งวินาที "ฉันต้องสร้างความคิดที่บริสุทธิ์โดยไม่ปล่อยให้ความคิดที่ไร้ประโยชน์หรืออ่อนแอเข้ามาในจิตใจ...ใช้พลังของสติปัญญา(ที่มีศรัทธาในบาบา)สกัดกั้น"

เราได้ฟังเมอร์ลี(เสียงขลุ่ยวิเศษ)ร่วมกันทั่วโลก ทุกเช้ามี 4 วิชาครบถ้วน มีการไตร่ตรองด้วยสติปัญญาตลอดทั้งวัน ตรวจสอบว่าเรามั่นคงในสภาพเช่นนั้นได้นานเท่าไหร่ ในแต่ละประเด็นของแต่ละวิชา ในที่สุดเราจะสามารถหยุดมีความคิดที่ไร้ประโยชน์ได้

เหตุนี้เองบาบาจึงบอกให้เราจดจำบาบาทุกวัน ตลอดเวลาเพราะท่านรู้ว่าเราได้ทำบาปมามากมายส่งผลทิ้งไว้ในรอยกรรม ในร่องความจำที่มีแต่จะผุดขึ้นมาจากสันสการ์(จิตใต้สำนึก) การจดจำเพียงบาบาเท่านั้นที่เราสามารถกลายเป็นเทวดา-นางฟ้า เป็นแสง เบาสบาย ไร้น้ำหนักและเป็นอิสระ เมอร์ลีจึงเป็นลมหายใจของชีวิต จากการเชื่อมโยงจิตใจที่เรียกว่าโยคะ เราจะเติมเต็มพลังในการให้ทานชีวิตแก่ผู้อื่นต่อไปขณะที่ทำทุกกรรมด้วยโยคะทางจิตนี้

ส ร้ า ง แ ร ง จู ง ใ จ ใ น ก า ร เ ป็ น ผู้ ให้ ผู้ ช น ะ โ ด ย ไ ม่ ทำ ใ ห้ ผู้ ใ ด เ สี ย ห รื อ พ่ า ย แ พ้

คุณค่าของดวงดาวทั้ง 3:เคารพตนเอง ความกระตือรือร้น แรงจูงใจเกี่ยวโยงกัน ทำให้ชีวิตส่วนตัวและสังคมมีความก้าวหน้าจากการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความรับผิดชอบต่อสภาพจิตของตนเองเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตามเพราะทุกสิ่งสร้างขึ้นมาจากจิตใจ ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จและมีความเคารพต่อสรรพสิ่ง

ความมั่นใจในตนเองทำให้เกิดแรงจูงใจจากภายในและมีความพอใจในหน้าที่การงาน รากฐานของความมั่นใจคือพลังใจ(Will Power) ของผู้ที่มีความรู้ทางจิตเป็นอาหารของสติปัญญา ความรู้คือพลังอำนาจที่สร้างพละกำลังภายในและความมั่นใจด้วยระบบการย่อยอาหารที่ดีของสติปัญญา จากการรู้(knowing)ไปสู่การเข้าใจ(Understanding) และกลายเป็นสิ่งนั้น(Being)

ด้วยความมั่นใจ เรามีความกล้าหาญที่จะริเริ่มในการทำบางสิ่งที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เมื่อเรามีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงแล้วเท่านั้นจึงจะมีความพอใจการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นนายเหนือตนเอง...ด้วยความกระตือรือร้นซึ่งไม่เพียงแต่เป็นผลงานภายนอกที่ให้คุณประโยชน์แก่ผู้อื่นแต่เป็นคุณค่าชีวิตที่แต่ละคนร่วมกันสร้างสมขึ้นมาเพื่อความพอใจในความสัมพันธ์ ไม่มีการขัดแย้งของผลประโยชน์ส่วนรวมใดๆ

ในโอกาสนี้ลองมาหมุนวงล้อแห่งคุณค่าทั้ง 3เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมร่วมกัน..

บราห์มา กุมารีได้ก่อตั้งรัฐบาลพันดาฟ(ผู้นำ ทางจิต)ขึ้นมาด้วยความมั่นใจในตนเองของแต่ละบุคคล เป็นการสร้างรูปแบบการปกครองที่ต้องกลับคืนสู่คุณค่าที่แท้จริงทางจิตวิญญาณในภาวะวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ หรือการเมือง

คำว่า 'ธรรมาภิบาล'(Good Governance) หรือการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีนั้น ก้องอยู่ในใจจากการรับฟังความคิดเห็นของที่ปรึกษาจากทำเนียบขาว ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่พูดบนเวทีพร้อมกับผู้นำอื่นๆ..ในรายการ Mt.Abu Dialogue ที่บราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลกจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่
บนภูเขาอาบู(ในปี ค.ศ.1990)


มีเวลารับฟัง

มีเวลาหารือกัน
ในวันที่ 7 มกราคม 2556 ณ โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี สำนักงานสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้จัดสัมมนาเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสรรหาสมาชิกสภาฯ ในฐานะ เหรัญญิกของมูลนิธิฯ
ผศ.ประภา วิทยารุ่งเรืองศรี ได้แสดงความรู้สึก "ฉันรู้สึกว่าบาบาให้ความเมตตาต่อประเทศไทย และเป็นโชคของประเทศไทยที่สภาที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคม หน่วยงานสำคัญของภาครัฐได้เชิญคุณสไบทิพย์
ศิริรัตน์ธำรงค์ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชาโยคะเข้าร่วมประชุม เพื่อสรรหาผู้ที่จะนั่งในสภาที่ปรึกษา ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ชี้แนวทางการพัฒนาประเทศ และแก้ไขปัญหาในทุกๆด้าน ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหาทางวัตถุ หากได้พัฒนาจิตวิญญาณจะทำให้งานด้านอื่นๆมีความสำเร็จ และง่ายดายต่อการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ในที่ประชุมได้ย้ำการได้คนดี มีคุณธรรม เข้ามาทำหน้าที่นี้โดยใช้ยุทธวิธีที่กลั่นกรองเป็นอย่างดีบนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ มูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชา โยคะ แสดงความซื่อสัตย์ ความถูกต้องแม่นยำมาตลอดในการส่งรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิอย่างสม่ำเสมอ ผลสืบเนื่องของความซื่อสัตย์นี้ จึงทำให้เกิดวันนี้ที่ผู้แทนของบราห์มา กุมารีมีโอกาสไปร่วมประชุม ในเมื่อบาบาเป็นผู้ทำทุกสิ่งให้เสร็จสิ้น ก้าวต่อไปจึงอยู่ในมือของบาบา"

ในฐานะสมาชิกประจำของบราห์มา กุมารีในประเทศไทย อาจารย์ธานินทร์ ไชยเยชน์ โปรแกรมสาขาเศรษฐศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ได้สรุปความคิดเห็น “ปัญหาการทุจริต และการกระทำผิดจริยธรรมในอาชีพการงานของบุคคล เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยมาช้านาน จนส่งผลให้ไทยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2540 พร้อม ๆ กับอีกหลายประเทศในเอเชีย ทั้งนี้ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้มองเห็นมูลเหตุสำคัญอันเกิดจากการขาดหลักธรรมาภิบาลที่ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากสามารถพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล หรือ การบริหารจัดการที่ดีนั้นมีองค์ประกอบ 3 ส่วนที่สำคัญ คือ ภาครัฐ (การเมืองและระบบราชการ) ภาคธุรกิจ ที่โปร่งใส รับผิดชอบต่อสังคม สามารถตรวจสอบได้ และภาคประชาชนหรือองค์กรต่างๆ ที่เข้มแข็งสามารถตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ และภาคธุรกิจให้ตั้งอยู่ในความถูกต้องได้ เหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารจัดการในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาการทุจริต และการกระทำผิดจริยธรรมในอาชีพการงานของบุคคลดังกล่าว"



© 2017 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.