โดยทั่วไปชีวิตนี้ดูลำบาก บางวันก็ยากที่จะลุกออกจากเตียง เพราะอะไร? ทำไมระดับของความกระตือรือร้น ตกลงมาง่าย? ทำไมเราจึงไม่สามารถสร้างแรงจูงใจตนเอง? คำตอบก็คือ.... เราพยายามที่จะทวนกระแสการไหลเวียนของพลังงานในจักรวาล ทุกพลังงานกระจายออกสู่ภายนอก เราพยายามฝ่าฝืน กฏทางจิตวิญญาณ ด้วยคำสอนที่ว่า ชัยชนะ และการบรรลุเป้าหมาย คือ การตักตวง และกักตุน

เมื่อสัจจะ เป็นเรื่องของการให้ การให้และรับสิ่งที่คงอยู่ตลอดไป ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ผู้ชนะ คือ ผู้ให้ ไม่ใช่ผู้ที่มุ่งแต่จะได้ เป็นชัยชนะเหนือความเฉื่อยชาของตนเอง เพื่อให้บางสิ่งแก่บางคนที่นอกเหนือจากตนเอง ไม่มีการทวนกระแสพลังงาน จากข้างนอกเข้ามา แต่จากข้างในออกไป. เช่นที่เรารู้ดีว่า ความสมหวังที่ลึกล้ำที่สุดในชีวิตมาจาก การให้ ซึ่งยากแท้หยั่งถึง ชีวิตของการให้ ขณะที่ทุกคนกำลังเรียกร้องต้องการที่จะเอา จะรับ จะได้ มีคำพูดในตำนานโบราณรับประกันไว้ว่า... ถ้าเราสามารถทำได้ เราจะไม่มีวันขาด? จุดนี้ทำให้เรามีแรงผลักดันไปสู่ทิศทางที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยไม่จำเป็นต้องใช้สูตรวิเศษ หรือระบบความเชื่อที่ยึดถือกันมา ลองดูตั้งแต่วันนี้...

อะไรที่ท่านให้ คือสิ่งที่ท่านได้! และนี่คือ กฎแห่งกรรม ที่ยุติธรรม!
วันพุธที่ 21 มีนาคม 2556 มูลนิธิ บราห์มา กุมารี ราชาโยคะ ได้รับเชิญไปร่วมให้การอบรมหลักสูตร "การสร้างแรงบันดาลใจ" สำหรับพนักงานฝ่ายบริการลูกค้า (Call Service ) ประมาณ 50 ท่าน ของสถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์
ถ.แจ้งวัฒนะ เป็นในช่วงสุดท้าย (2-4 โมง) ต่อจากการทำกิจกรรม ของศาสตร์แห่งการสร้างแรงบันดาลใจ (Science of Inspiration) โดย ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม ริเท็นนิส และ อาจารย์จิตรสุมาน อมาตยกุล ซึ่งให้ความสำคัญต่อศาสตร์ละเอียดอ่อน ( Soft Science ) ด้านการบริหาร จัดการอารมณ์และการจัดการตนเองในสภาวะการทำงาน ที่ต้องมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อตนเอง ต่อองค์กร จนกระทั่งสามารถนำความสำเร็จเข้ามาใช้ในชีวิตได้อย่างยั่งยืน นบพื้นฐาน

ดร.วรัญญา จึงได้สรุปผลที่ต้องการให้บรรลุเป้าหมายซึ่งกล่าวจากกิจกรรมของ บราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก...

 "สอนในระดับลึก ที่แก้ไขปัญหาการขาดแรงบันดาลใจได้อย่างถาวร และเป็นสัจจะ

สัจจะ คือ สิ่งที่เราทุกคนต้องพบเจอ ไม่ช้า ก็เร็ว

วิธีการบริหารปฎิบัติงานกับลูกค้า ด้วยความรัก สงบ และ ความสุขชี้ให้เรารู้ถึงสิ่งดีดีที่มีอยู่ในตัวเรา แต่เราหลงลืมไป จึงต้องฝึกฝน ตั้งสติใช้ในแต่ละชั่วโมงที่รับโทรศัพท์ เพื่อเป็นผู้ที่จัดการทุกสถานการณ์อย่างเป็นผู้ฟังอย่างละวาง คือ ไม่ถูกโลกแห่งการทำงานกัดใจจนขาดแรง หรือปล่อยให้ความจำเจมากระทบใจ

หลายครั้งที่เราพยายามนำเอาแรงจูงใจจากความรู้ คำสอน พฤติกรรมต่างๆ ของผู้อื่น จากภายนอกเข้ามาเป็นเครื่องมือปกป้องชีวิตการทำงาน แต่ท้ายสุดก็ต้องหมดแรงบันดาลใจอีก เพราะทุกสิ่งที่แสวงหามา ต้องเสื่อมสลายหายไปหมดต่างกับใจ หรือ จิตวิญญาณของเรา ที่วิทยาศาตร์กล่าวว่าพลังงานไม่มีวันสูญสลาย เป็นอมตะ ไม่หมือนร่างกาย

จึงสอนให้เรารู้จักความต้องการที่แท้จริงของใจ ในการสร้างแรงบันดาลใจ และทำความเข้าใจความจริงให้ลึกที่สุด กับองค์ความรู้ว่า "ฉันคือจิต" ไม่ใช่ร่างกายภายนอกจึงไม่ต้องรับสิ่งกระทบจากลูกค้ามาใส่ใจ เพราะเราต่างทำหน้าที่

บทบาทให้ดีที่สุดโดยใช้ 3 สิ่งที่สำคัญในชีวิตในการตั้งสติก่อนคุยกับลูกค้า ;
  1. ความรัก (ใช้สัญลักษณ์คือดอกกุหลาบติดหน้าอกบนผ้าสีชมพูอมส้ม) เพราะการทำงานที่ไม่มีใจรัก จะไม่ฝักใฝ่ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ไปไม่รอด
  2. ความสุข (ใช้สัญลักษณ์คือดอกทานตะวันบนจอขณะที่บอกบท) เตือนใจให้หันหน้าเข้าสู่ดวงตะวัน หรือพระอาทิตย์แห่งความรู้ที่แท้จริง
  3. ความสงบ (สัญลักษณ์คือภาพทะเลลึกบนจอขณะที่บอกบท) ผ่านการฝึกตรวจสอบตนเองว่าเมื่อมีพายุ (ปัญหา) เราโต้ตอบอย่างไร ;
    1. สงบก่อนพายุ คือ ก่อนรับโทรศัพท์คุยกับเพื่อนอย่างมีความสุขแต่ได้ยินลูกค้าขอความช่วยเหลือเรื่องเดิมๆ ใจกลับเบื่อ เซ็ง ทำงานไปตามหน้าที่ให้จบๆ ไป เท่ากับสะสมแรงใจที่ลดถอยทุกๆวัน
    2. สงบระหว่างพายุ คือ พนักงานที่ฝึกใจให้เป็นกลาง ไม่ถูกกระทบได้ง่ายด้วยความเบื่อ เซ็ง ปัญหา ฯลฯ
    3. สงบหลังพายุ คือ พนักงานที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในขณะรับโทรศัพท์ที่มีปัญหา หรือ แก้ปัญหาได้ แต่ทำด้วยใจที่ขอไปที เสร็จไปวันๆ ด้วยความเคยชิน แต่พอวางหูโทรศัพท์ สนุกสนานกับเพื่อนร่วมงานได้ แสดงถึงการไม่ใช้หัวใจในงาน เป็นพฤติกรรมการลดทอนแรงใจในระยะยาว
ทั้ง 3 พายุ ข้อ 2 จะเกิดได้กับผู้ที่ฝึกใจให้แข้มแข็ง มีความขยันทำงาน เพราะรักตนเองเพียงพอ ต้องการสะสมคุณภาพดีดีให้ใจตนเอง มีความก้าวหน้าในงาน ไม่ทำวันต่อวัน แต่หวังได้ดีเอาดีภายหน้า เพราะทุกอย่างที่เราทำไป จะกลายเป็นนิสัยสร้างอนาคตของเราทุกคน
 
กิจกรรม
คือสิ่งที่เราต้องใช้กับการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่อยู่รอบข้างทั้งที่บ้านและที่ทำงาน และสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ผ่านเข้ามาด้วยแรงจูงใจภายในของตนเอง
               
กิจกรรมนี้สร้างแรงบันดาลใจบนพื้นฐานของความจริงแท้ของแต่ละคน ที่มีบุคลิก นิสัย ความพิเศษที่แตกต่างกัน หากแต่ละคนได้รู้จัก เข้าใจ ตระหนักรู้ในตนเอง จึงจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตนเองมีอยู่
 
ทุกชีวิตมีคุณสมบัติดั้งเดิมทางจิตวิญญาณเหมือนกัน
เมื่ออ่อนล้า หมดกำลังจึงเป็นกลไกอัตโนมัติ
ที่ควรจะนึกถึงธรรมชาติที่แท้จริงของตน
นั่นคือ ความสงบ ความรัก ความสุข
ความรัก คือ รากฐานของชีวิตที่เกิดจากศรัทธาต่อตนเองและผู้อื่น นำพาไปสู่การริเริ่มสร้างสรรค์ในการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสอดคล้องปรองดอง
  • รักตนเอง
    หากความสัมพันธ์กับตนเองนั้นดีก็สามารถดูแลเอาใจใส่และแบ่งปันสิ่งดีๆกับผู้อื่นได้ดีเช่นกัน เราไม่สามารถให้ในสิ่งที่เราไม่มี หรือไม่รู้ได้
  • แรงจูงใจในตนเอง(Self-Motivation)
    ผู้ที่มีความรักและเคารพตนเองจะมั่นใจในตนเองและเกิดแรงจูงใจในการประกอบหน้าที่การงานด้วยความพอใจ (job Satisfaction) จนเกิดพลังใจ(Will Power) ในการรับผิดชอบต่อชีวิต ส่วนตัว ครอบครัว สังคม อย่างมีสมดุล
นี่คือปัจจัย สำหรับการสร้างแรงจูงใจที่มีผลต่อเนื่องเป็นวงจร

ความรู้ ------> มั่นใจ---> ริเริ่ม---> เปลี่ยนแปลง---> เป็นนายเหนือตนเอง---> พอใจ/สมหวัง

 

เราจะมีพลังสูงสุด เมื่อจิตสำนึกของเราเปล่งประกายความรัก
เราจะมีความกระตือรือร้นมากที่สุด เมื่อเรามีความรัก
ขณะที่เราใช้พลังงานของความรัก เรากำลังมีอิทธิพล
ต่อการเปลี่ยนแปลงอนาคตอย่างสร้างสรรค์
และทรงคุณค่าจากข้างในสู่ข้างนอก
  ความรัก
คือ พลัง
คือ เป้าหมาย
คือ ที่มาของความต้องการที่ลึกล้ำ
คือ ความสามารถที่จะรู้ค่า
คือ สภาวะที่จริงแท้ของตน


ความสงบ คือ ความนิ่งเงียบภายในที่เกิดจากความอดกลั้นจึงสอนเราให้เป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง สามารถเข้าใจสิ่งต่างๆโดยไม่ทำให้ผู้ใดเจ็บปวด

กิจกรรมของความสงบในวันนี้เรามีเสียงพายุเพื่อให้ทุกคนได้จำลองสถานการณ์จริงของการทำงาน

สิ่งนี้ให้แรงบันดาลใจกับเราว่า...
ความสงบเป็น คุณสมบัติที่มีคุณค่าอย่างมาก ที่เราสามารถจะนำมาใช้ในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ในทุกรูปแบบของพายุ คือ ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นพายุที่เกิดจากจิตใจที่ปั่นป่วนของตนเอง หรือจากสถานการณ์และผู้คนที่อยู่รอบข้าง หากได้การนำความสงบมาใช้ในชีวิตของการทำงาน จะทำให้ตนเองมีความมั่นคงในความลึกล้ำภายใน ไม่ปล่อยให้ตนเองถูกพัดพาไปตามกระแสนั้นจนกระทั่งสามารถพบวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ผ่านพ้นไปด้วยดี

สัญลักษณ์ของความสงบในวันนี้ คือ มหาสมุทรสีฟ้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยด้วยความลึกล้ำของความนิ่งสงบ จึงไม่ถูกกระทบจากคลื่นที่อยู่บนผิวน้ำ

เมื่อมีความสงบ เราจะพบเพียงสิ่งที่ดีงามภายในตนเองและผู้คนรอบข้างเสมอ...

แรงบันดาลใจจากการสร้างความสุขเพื่อการทำงาน

เมื่อเราเห็นสีเหลืองสดใสของดอกทานตะวันที่มีธรรมชาติของการหันไปหาพระอาทิตย์เสมอ เรารู้สึกถึงความสุข ขณะที่อยู่ร่วมกับในทุ่งทานตะวัน เพื่อที่ช่วยกันกระจายความสดใสให้ผู้ที่พบเห็น...

เช่นเดียวกันความสุขนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเก็บไว้เพื่อตนเองเพียงลำพัง แต่ต้องมีการแจกจ่ายให้ลูกค้าได้รับรู้ แบ่งปันความสุขนั้นให้กับผู้คนที่อยู่รอบข้างๆด้วย เพราะความสุขคือทรัพย์สมบัติที่เราสามารถจะแจกจ่ายให้แก่ผู้อื่นได้มากเท่าที่เราต้องการอย่างไม่มีขีดจำกัด เพราะการให้ความสุข คือการได้รับความสุข และเมื่อเราให้กับคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงานเป็นประจำสม่ำเสมอ เราจะร่วมกันสร้างสังคมแห่งความสุขได้และนี่คือสิ่งที่ทุกคนในโลกนั้นต้องการ

ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ความสุขของเราคงอยู่กับเราตลอดไป สิ่งที่ช่วยเราได้คือการหันไปหาพระอาทิตย์แห่งความรู้... เช่นดอกทานตะวัน

เป็นความรู้ที่ทำให้รู้จักตนเอง ว่าเราคือใคร?...จนกระทั่ง เราสามารถได้รับประโยชน์จากพระอาทิตย์แห่งความรู้

เรื่องราวของจิตวิญญาณทำให้เข้าใจว่าแท้จริง เราคือ จิต ไม่ใช่ร่างกายนี้ ร่างกายเป็นเพียงเครื่องมือที่ดวงวิญญาณใช้ในการสื่อสาร หรือแสดงความรู้สึกที่ตนคิด ผ่านกระทำต่างๆ ผู้ที่รู้จักตนเองเท่านั้น ที่จะเล่นบทบาทของตนอย่างมีความสุขด้วยการทำทุกสิ่งอย่างดีที่สุดเพื่อสะสมสิ่งดีงามในสำนึกของการเป็นจิตวิญญาณ ตรงกันข้ามกับสำนึกของการเป็นร่างกายที่เสื่อมสลาย เราจะมีทัศนคติที่เห็นแก่ตัว ทำให้เราทำในสิ่งที่ไม่ดี มีความทุกข์และปัญหาตามมามากมาย เราทำงานอาทิตย์ละหลายชั่วโมงงกันข้ามกับสำนึกของการเป็นร่างกายที่เสื่อมสลาย เราจะมีทัศนคติที่เห็นแก่ตัว ทำให้เราทำในสิ่งที่ไม่ดี มีความทุกข์และปัญหาตามมามากมาย เราทำงานอาทิตย์ละหลายชั่วโมง เราจึงต้องฝึกฝนจิตสำนึกให้คิด พูด ทำ แต่สิ่งที่ดีตามธรรมชาติดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยความสงบ ความรัก ความสุข ความบริสุทธิ์และความรู้ที่เป็นสัจจะ


 

© 2015 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.