จดหมายข่าวฉบับที่ 30

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2555

ถึงพี่น้อง ผู้รักสันติทุกท่าน
ขอเชิญพบกับเด็กน้อยผู้หวังดี ทำหน้าที่เก็บข่าว เก็บดาวที่หล่นอยู่บนพื้น ให้กลับคืนสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง การส่งข่าวขาดช่วงเดือนตุลาคม เนื่องจากหายไปสะสมประสบการณ์ของการใช้ชีวิตในมธุบาน ป่าน้ำผึ้งที่แสนหวาน บ้านของครอบครัวทางจิตที่มาจากทั่วโลก เราร่วมคิดร่วมทำกิจกรรมเพื่อสร้างชีวิตที่สงบ-สุข บนฐานของสัจจะและความรักที่บริสุทธิ์ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับโลกใหม่
ด้วยจากแรงรักต่อสัจจะนั่นเองที่เด็กน้อยผู้นี้สามารถนำดวงดาวกลับขึ้นไปบนฟ้าเพื่อทำหน้าที่เปล่งรัศมีเจิดจรัส ในตำแหน่ง หน้าที่และบทบาทต่างกันไป

ดาวดวงแรก น้องนวล นวลฉวี มั่งมี ในตำแหน่งบุคลากรชำนาญการ สังกัดกองบริหารงานบุคคล สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ ได้ส่องประกายแสงของดวงดาวแห่งความเข้าใจ(Star of Understanding)

"ความเข้าใจ คือ การเข้าไปยืนอยู่ ณ จุดเดียวกับผู้อื่น เพื่อเข้าใจเหตุผล รับรู้ถึงเบื้องหลังคำพูดและสิ่งที่ผู้นั้นกระทำ เพราะถ้าเรามีความเข้าใจจะมีการยอมรับ ความเคารพ และความไว้วางใจ รู้สึกถึงความปลอดภัย ราวกับอ้อมแขนที่โอบกอดเราไว้ด้วยกัน

การที่จะเข้าใจและยอมรับทุกสิ่งของผู้อื่น ไม่ใช่จะทำได้เพียงแค่มีหัวใจที่เปิดกว้าง เพราะเราแต่ละคนมีเรื่องราวที่ซับซ้อนสับสนสั่งสมมาเป็นเวลายาวนานจนเกินกว่าที่เราจะคาดคิด นี่เอง เราจึงมีมุมมองการใช้ชีวิตในโลกนี้ไม่เหมือนกัน ราวกับว่าเห็นโลกผ่านแว่นตาคนละสี และต่างก็เข้าใจว่าสีของโลกนี้คือสีของแว่นตาที่สวมใส่ โดยที่แต่ละคนก็ไม่รู้ว่าตนกำลังสวมแว่นตาอยู่ นอกจากนั้น อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความไม่เข้าใจกันของผู้คนส่วนใหญ่ นั่นคือข้อมูลที่ใช้สื่อสารในความสัมพันธ์นั้นไม่สมบูรณ์ คลาดเคลื่อน และไม่ชัดเจน ทำให้เรามองเห็นกันคนละภาพพูดกันคนละเรื่องแต่กลับคิดว่าสิ่งที่ได้รู้และเข้าใจมานั้นถูกต้องแล้วและตัดสินไปตามนั้น จะเห็นได้ว่าเพราะความไม่รู้นั่นเองทำให้เกิดความไม่เข้าใจและกลายเป็นความขัดแย้งโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งๆที่ ทุกคนปรารถนาจะเป็นที่รักเป็นที่ยอมรับและต้องการทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีใครบ้างไหมที่อยากทำผิดและมีชีวิตที่ล้มเหลว 'ความเข้าใจ' จึงมิใช่เป็นไปเพื่อรู้ทุกสิ่งของผู้อื่น แต่เพื่อที่จะรับรู้ว่าเพราะเรามีฐานข้อมูลของชีวิตไม่เหมือนกัน เราแต่ละคนจึงตัดสินและเลือกกระทำในสิ่งที่ต่างกัน ทั้ง ๆ ที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ขอเพียงเราไว้วางใจและเคารพต่อการเลือกของแต่ละคน มีศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยมว่า ในที่สุดทุกคนจะกลับมาดีที่สุดอย่างที่เขาต้องการ และนี่คือความจริงที่เราต้องเข้าใจ เป็นความเข้าใจที่จะทำให้เราเข้าใจทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นเช่นใด"

สิ่งที่น้องนวลคิดและเข้าใจนั้นหาที่ติไม่ได้เลย พี่เพียงถือโอกาสเติมแต่งนิยามของความเข้าใจ ...
"การเห็นสิ่งที่เขาเป็น คือการเป็นอิสระจากอิทธิพลของความอ่อนแอ"
อีกนัยหนึ่งนั้น ความรู้สึกของเราถูกแต่งแต้มสีสันด้วยสถานการณ์ เราอาจพยายามที่จะเปลี่ยนความรู้สึกที่ไม่ดีที่เกิดขึ้น แต่บางครั้งบุคลิกภาพทั้งหมดที่เราสะสมไว้ภายในกำลังทำงานอยู่
เราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนวิสัยทัศน์ที่ทำให้เข้าใจสถานการณ์อย่างที่เป็นจริง โดยไม่ปล่อยให้บุคลิกภาพของตนเองเข้าไปเติมสีสัน แล้วเราก็จะสามารถทำในสิ่งที่ควรทำ ในสถานการณ์นั้นแทนที่เราจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบด้วยแรงผลักดันที่เป็น 'ตัวตน' ของเราเอง

"วันนี้ท่านจะใช้ความเข้าใจอย่างไร ที่จะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น?"
การเชื่อมโยงกับผู้อื่นนั้นคือศิลปะซึ่งปกติเราจะทำดีกับผู้ที่ดีกับเรา แต่กับใครที่มีพฤติกรรมไม่ดีเราก็เปลี่ยนทัศนคติ และตอบสนองเขาต่างกันไป เรารอที่จะให้เขาเปลี่ยนก่อน แล้วทั้งเราและเขาก็ไม่เคยเปลี่ยน... ความรู้ทางจิตทำให้เข้าใจถึงคุณสมบัติภายในที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ ความสงบ ความรัก ความสุข ความบริสุทธิ์ และความรู้ที่เป็นพลังสัจจะ ทุกคนจึงสามารถเชื่อมโยงหรือสัมพันธ์กันได้ง่ายมากขึ้น เราจึงไม่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้อื่น เพื่อการเติบโตของตนเอง แต่เราจะเห็นมุมบวกและดึงสิ่งนั้นขึ้นมาจากภายใน เพื่อการปฎิสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้น


เบญนุช สร้อยโมรา น้องนุชจากพัทยาได้ส่องแสง
ดวงดาวแห่งการสร้างสรรค์ (Star of Creativity)

"การสร้างสรรค์คือการเลือกทำในสิ่งที่ดีควรค่าแก่การกระทำ ในชีวิตของเรา

การสร้างสรรค์คือการได้ไตร่ตรอง หาวิธีการที่จะกระทำให้เกิดสิ่งสร้างที่คัดเลือกนั้น

การสร้างสรรค์ในชีวิตของบราห์มา กุมารี คือการสร้างอนาคตที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของเรา นั่นหมายถึงการสร้างทางจิตที่จะทำให้ดวงวิญญาณสูงส่ง บริสุทธิ์ ตามความรู้ที่พระเจ้าผู้เป็นพ่อสอนทุกวัน เพื่อการกลับไปสู่ยุคทองเป็นเทพที่สมบูรณ์พร้อม 16 องศาเป็นการใช้ชีวิตที่มีศิลปะและเป็นสิทธิ์ในการได้รับมรดกแห่งอาณาจักรที่เต็มไปด้วยความสุข"

จำคำพูดของ Dadi Janki ได้ว่า "Inner satisfaction brings creativity"
ความสมหวังภายในนำมาซึ่งการสร้างสรรค์

บ่อยครั้งที่เราทำอะไรเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นความเคยชินกับสิ่งที่เคยทำเสมอมา โดยไม่มีเหตุผลใดเป็นพิเศษ ชีวิตจึงราบเรียบ เงียบนิ่งไม่ไหวติงกับสิ่งที่ต้องปรับปรุง แล้วเราเองก็ตกที่นั่งลำบาก เพราะขาด... แรงบันดาลใจ

ดังนั้น เมื่อเรามีความสุขอยู่ภายในเท่านั้น เราจึงสามารถสร้างสรรค์ชีวิตได้ แม้จะต้องทำในสิ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวันอีกมายมาย เราก็จะไม่เบื่อหน่าย เพราะเมื่อเรามีความสุข เราสามารถคิดหาวิธีการใหม่ๆ ในการทำเรื่องเก่าๆได้ เริ่มด้วยเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยก็มีผลกระทบอันใหญ่หลวง และในไม่ช้า เราจะได้แรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนได้มากขึ้น เป็นการท้าทายศักยภาพตนเองยิ่งขึ้น

จำกิจกรรมที่เราทำในปี ค.ศ.1988 เป็นโครงการนานาชาติ 'ร่วมกันสรรค์สร้างโลก' 'Global Co-operation for a Better World' เราเรียนรู้ถึงขั้นตอนในการได้รับความร่วมมือจากประชาชนทั่วโลกใน 129 ประเทศ และเก็บหลักฐานเป็นพิมพ์เขียว(Blue Print) สำหรับงานสร้างโลกใหม่ให้เป็นจริง จนกระทั่งบัดนี้ จากการกำหนดความคิด-การกระทำ ที่สร้างสรรค์ด้วยจิตใจที่สงบ เราเริ่มใช้คำว่า Vision-Action คิดแล้วทำ! ด้วยพลังของจิตวิญญาณที่เห็นกระบวนการเกี่ยวโยงของความเป็นบวก (Positivity) การสร้างสรรค์ (Creativity) ความร่วมมือ (Co-operation)

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ร่มชูชีพของจิตใจของท่านเปิดขึ้นเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นไปได้?

ขอตอบคำถามนี้ ด้วยสมาธิสร้างสรรค์กับภาพ เพลง จากจินตนาการที่ทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่างสวยงามในทุกสภาวะ ที่เห็นนัยสำคัญ

ร่มทำงานเมื่อกางออก
ร่มชูชีพของจิตใจที่บริสุทธิ์และปรารถนาดีช่วยชีวิต
บอลลูนพาเราไปอยู่เหนือทุกสิ่ง เป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง

พร้อมนี้ พี่ภา ผศ.ประภา วิทยารุ่งเรืองศรี ได้สรุปข่าวรายการจากบ้านแม่น้ำในเดือนกันยายนที่ดวงดาวทั้งสองร่วมกันจัด ในช่วงเช้า

สรุปข่าวจากนครปฐม

ณ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม
วันที่ 28 กันยายน 2555 เวลา 10.00-12.00 น. และ 13.00-15.00 น.

บ้านแม่น้ำ สถานที่สำหรับการพัฒนาจิตวิญญาณจังหวัดนครปฐม กำหนดจัดรายการสำหรับประชาชน เพื่อสนับสนุนโครงการ "ฉันอยู่เพื่อความสงบ" ในวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2555 แต่พบกับสภาวะน้ำหลากที่แม่น้ำนครชัยศรี จากบ้านแม่น้ำจึงต้องย้ายไปจัดที่ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งตั้งอยู่ใกล้พุทธมณฑล

จ.นครปฐม โดยอาจารย์ ดร.สุพิน นายอง ประสานงานการจัด สองรายการ ในช่วงเช้าสำหรับนักศึกษาปีที่ 2 หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาหูหนวกศึกษา รายวิชา ประเด็นทางทฤษฎี และ วิชาชีพการเป็นล่ามมือ จำนวน 17 คน ผู้สนใจ 5 คน และ ในช่วงบ่าย สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 จำนวน 100 คน

ในช่วงเช้า เน้นความสำคัญของการตั้งเป้าหมายให้กับความสำเร็จในชีวิตที่เริ่มต้นที่การสร้างความคิดเชิงบวก และการออกไปจากวงจรของความคิดที่ไม่ดี โดยคำนึงถึงประโยชน์ของการมีความคิดที่ดีและโทษของการมีความคิดที่ไม่ดีหรือไร้สาระ ใช้เทคนิค SOS การหยุดพิจารณา (Stop) สังเกตการณ์ (Observe) และ บังคับทิศทาง (Steer) ตามแนวคิดของหลักสูตรคิดดี มีพลัง ( Positive Thinking) นำเสนอด้วยเกม ภาพ และนิทาน

ช่วงบ่าย เป็น รายการสนับสนุนโครงการ "ฉันอยู่เพื่อความสงบ" มีผู้ใหญ่หลายท่านให้ความสนใจเข้าร่วม อดีตท่านทูตและภรรยา รวมทั้งคุณ วีนา กุมารี กุนเดอร์ ผู้ศึกษาหลักสูตร ราชา โยคะ จากบ้านแม่น้ำและได้แนะนำ อาจารย์ ดร.สุพิน นายอง ให้มาเรียนความรู้ทางจิตด้วย หลังจากจบบทที่ 4 อาจารย์สุพิน ได้รับแรงบันดาลใจที่จะให้ประโยชน์แก่นักศึกษาของวิทยาลัยแห่งนี้ จึงได้มีหนังสือเชิญ BK สไบทิพย์ ศิริรัตน์ธำรงค์ ประธานกรรมการมูลนิธิ บราห์มา กุมารี ราชาโยคะและคณะมาเป็นวิทยากรในครั้งนี้

ความพิเศษของรายการนี้คือการมีล่ามภาษามือสื่อความหมายทางจิตวิญญาณ ที่มาจากธรรมชาติที่สงบของทุกชีวิตจึงทำให้สามารถเข้าใจสาระได้มาก ด้วยการใช้ภาษาพูดที่ชัดเจน เรียบง่าย มีสื่อที่สร้างสรรค์ ช่วยให้ทุกสิ่งกระจ่างชัด เช่น ภาพดวงดาวบนท้องฟ้าเวลากลางคืน สามารถทำให้ทุกคนเข้าใจ การเป็นครอบครัวดวงดาวที่กำลังร่วมมือกัน สร้างความเป็นหนึ่งเดียวในโลกด้วยแสงแห่งความสงบที่เต็มไปด้วยคุณค่าภายในของแต่ละคน

สุดท้ายขอปิดข่าวด้วยสีสันของดวงดาวแห่งความเป็นบวก(Star of Positivity)จากน้องนงค์(อรปภา ธนพรภาวี)
"ความคิดของเราเป็นเหมือนผืนดิน คำพูดของเราเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์และการกระทำเป็นเหมือนผลของความคิดและคำพูดของเรา มนุษย์เป็นสัตว์สังคมชอบอยู่รวมกันเป็นหมู่เป็นพวก การสร้างพวก สร้างมิตรทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ จะทำอย่างไรที่จะรักษาไว้ซึ่งความเป็นมิตรและใกล้ชิดเป็นประหนึ่งครอบครัว ที่จริงแล้วโลกของเราทั้งโลกก็คือ ครอบครัวนั่นแหละ ถ้าคิดให้ดี(คิดบวก) ทุกคนที่เกิดมาในโลก คือ พี่น้องเป็นคนในครอบครัว มีทั้งดีทั้งชั่วปนกันไปถ้าเรามองอย่างเข้าใจ คิดให้ดี(คิดบวก) ทุกคนก็ยังเป็นพี่น้อง คนดีย่อมได้รับการยกย่อง แต่ไม่ได้หมายความว่า คนชั่วต้องถูกประณาม เรากลับต้องให้อภัย ละไว้ในสิ่งที่เขาเป็น มนุษย์ยุคนี้จะหาดีเต็ม 100% คงยาก การถ่อมตนเป็นการแสดงความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ถ้าเราคิดว่ามนุษย์ทุกคนเป็นพี่เป็นน้องของเรา เราจะเข้าใจเขาและให้อภัย ให้กำลังใจเขา ยกย่องเขา ไม่พูดเสียดสี ไม่เยาะเย้ย ไม่พูดถากถางเพราะคนฟังแล้วหดหู่ ลองรักเขาให้ได้ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และให้ความปรารถนาดีจากหัวใจ การช่วยเหลือเขาในเวลาที่ต้องการ จะทำให้จิตใจเราเบิกบานและมีพลัง มีความปิติในความรักที่ให้ผู้อื่น ส่วนเราจะได้ตอบรับมากน้อยไม่สำคัญ ชีวิตไม่ใช่สมการ 1+1=2แต่ความอิ่มใจพอใจที่ได้ทำสิ่งดีๆจะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตให้คุณค่า ให้มีความสุขและมีความปิติได้มากขึ้น"

ท่านจะรักษาความคิดที่เป็นบวกใดไว้ในวันนี้?
"การเปลี่ยนจุดมองที่เป็นลบให้เป็นบวก คือการสร้างความหวัง" ...แต่ละวันเรามองโลกในแง่ร้ายยิ่งขึ้น ขณะที่ความเป็นลบรายล้อมเราอยู่ทุกด้าน รวมทั้งระบบการสื่อสารบางชนิดที่ป้อนยาพิษให้เราติดพัน การเสพติดคือความอ่อนแอแต่เราก็ยินยอม จนกระทั่งการสนทนาและการปฎิสัมพันธ์ของเราเต็มไปด้วยสิ่งที่เป็นลบ ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ ดังนั้นเราจึงต้องมีความรู้ทางจิต สร้างชีวิตที่แข็งแกร่งด้วยปัญญาในแต่ละวัน ที่พร้อมแยกแยะตัดสินที่จะลด ละ เลิก สิ่งที่เลวร้าย ไม่เช่นนั้นความเป็นลบจะเร็วและแรงมากยิ่งขึ้น จนเกินกว่าที่จะปกป้องตนเองหรือใครได้

เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องรู้ตัว เมื่อการสนทนากับผู้อื่นมีความเป็นลบ เราต้องปรับเปลี่ยนไปเป็นบวก และรู้ค่าในสิ่งที่ชีวิตให้เรามา สิ่งดีๆ มากมายที่เรามองข้าม เมื่อจับจ้องมองด้านดีที่เป็นบวก เราก็สร้างสิ่งแวดล้อมของความกระตือรือร้นสำหรับอนาคตที่มีผลกระทบทุกคนรอบตัว

ขอบคุณดาดาดี้แจงกีผู้นำสถาบัน บราห์มา กุมารี ที่ให้ข้อคิดทุกวันจากคำสอนที่ศักดิ์สิทธิ์... ทัศนคติที่ให้คุณประโยชน์มีผลต่อสิ่งแวดล้อม และกระแสจิตของเราเอง จะกลับมามีผลต่อการเพียรพยายาม... ที่จะรักษาความเป็นบวก โลกที่เราสร้างจากทัศนคติของเราเองก็จะปกป้องเราให้ปลอดภัย ในที่สุดเราจะดึงดูดความร่วมมือจากผู้มีพลังงานบวกมาเพิ่มความแข็งแกร่งของป้อมปราการนี้



© 2015 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.