จดหมายข่าวฉบับที่ 36

วันที่ 5 มกราคม 2556

ถึงพี่น้อง ผู้รักสันติทุกท่าน
วันนี้ขอเปิดจดหมายข่าวด้วยความรู้สึกดีๆของผู้จัดรายการซึ่งได้ร่วมรายการอบรมครั้งนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ
คุณ ฐาปณีย์ สมปรีดา หรือคุณเบนซ์ นักทรัพยากรบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ "ดิฉัน มีความรู้สึกดีที่ได้รับประสบการณ์จากมูลนิธิ บราห์มา กุมารี ราชาโยคะ ด้วยการสอนให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ให้อยู่กับตัวเองมากขึ้น เกิดการเคารพตัวเองมากขึ้น และทำให้เราสงบมากขึ้น แค่นี้ก็ทำให้การดำรงชีวิตทุกๆวันอยู่ได้อย่างสบายมากขึ้น ขอบคุณค่ะ"

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2555 เวลา9.30-16.00น มูลนิธิ บราห์มา กุมารี ราชาโยคะ ได้รับเชิญให้ไปบรรยายและทำกิจกรรมกลุ่มให้แก่ข้าราชการใหม่ประมาณ 30 ท่าน เกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม การฝึกปฏิบัติ ทำสมาธิเพื่อการปฏิบัติงาน ณ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ พี่หล้า พี่ภา พี่ธรและน้องฝนคือทีมวิทยากรที่ได้ผลัดกันแบ่งปันแก่นสาระตามลำดับผ่านสื่อ เสียง เพลง ภาพและกิจกรรมพัฒนาคุณธรรม โดยพี่หล้าเริ่มเปิดรายการในความมืดท่ามกลางหมู่ดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า(จำลอง) เชิญชวนให้เห็นค่าของดวงดาวที่สะท้อนแสงอาทิตย์ของความรู้ ผู้ให้ความหวังแก่ผู้หลงผิดในความมืดมิด ทุกคนร่วมสร้างครอบครัวดวงดาว จับคู่แนะนำตัวด้วยคุณสมบัติของดาวที่แต่ละคนได้รับตอนลงทะเบียน โดยมีเป้าหมายหลักของการเรียนรู้ร่วมกันครั้งนี้ คือความสงบ- พลัง-ปัญญา(Peace-Power-Wisdom)

ความสงบ(Peace)น้องฝนให้นิยามและเชิญชวนสร้างความสงบเพื่อโลกตามโครงการ 'อยู่เพื่อความสงบ' "ความสงบคือคุณธรรมแรกที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เราไม่จำเป็นต้องไปหาความสงบ ณ ที่ใด แท้จริงแล้ว ความสงบอยู่ห่างจากเราเพียงก้าวเดียว ลมหายใจเดียว ความคิดเดียว เพียงแต่จดจ่อจิตใจในความสงบ แล้วเราจะพบว่าความสงบไม่ได้เป็นเพียงการไม่ใช้เสียงแต่เป็นความนิ่งและความสมดุลของจิตใจ ดังนั้น ลองหาเวลา 5 นาทีในทุกๆเช้า อยู่ในความสงบกับตนเองและกระจายกระแสนี้ให้กับโลก…"

พลัง(Powers) พี่ธร ได้เน้นประเด็น" พลังที่แท้จริง คือการมีอำนาจเหนือตนเองอย่างสมบูรณ์ คนส่วนใหญ่คิดว่า พลังหมายถึงความสามารถที่จะทำในสิ่งที่เขาต้องการหรือสามารถเปลี่ยนแปลงและสร้างอิทธิพลให้อยู่เหนือผู้อื่นซึ่งเป็นการเชื่อมโยงพลังเข้ากับสิ่งภายนอกที่ไม่จีรังยั่งยืน แท้จริงแล้ว พลังอยู่ในจิตสำนึกของมนุษย์ที่เราเรียกว่า...

พลังทางจิตวิญญาณ เป็นพลังที่ละเอียดอ่อนเกิดจากความสงบภายในและความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นพลังที่สร้างอำนาจในการควบคุมตนเอง เปลี่ยนแปลงตนเองให้กลับคืนสู่ธรรมชาติดั้งเดิมที่ดีงามซึ่งไม่อาจปิดบังซ่อนเร้นเพราะให้แรงบันดาลใจแก่ผู้อื่น

พลังทางจิตวิญญาณทั้งแปด และเป็นพลังหลักที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการเติบโตทางจิตวิญญาณที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้เหมาะสมตามเหตุการณ์ การเลือกพลังให้ถูกต้องขึ้นอยู่กับความสงบของแต่ละคนและความสามารถในการมองเห็นสถานการณ์นั้นอย่างทะลุปรุโปร่ง"

ปัญญา(Wisdom)พี่ภาพูดถึง "ปัญญาที่เกิดจากการล่วงรู้ว่า ฉันคือ แสงที่คงอยู่เป็นนิรันดร์ ไม่ใช่ร่างกายแต่เป็นนายของร่างกายที่ฉันใช้"…จากบทเรียนแรกที่สำคัญที่สุดของบราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลกจึงจบลงด้วยการแนะนำมหาวิทยาลัยทางจิตของโลกด้วยVCD

การเสวนาโดยวิทยากร 4 ท่านนั้นได้เชื่อมโยงพลังและการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันตามความต้องการที่ลึกล้ำอันจะนำไปสู่การปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปสาระสำคัญไว้ดังนี้

ประเด็นที่ 1 : ทำไมบางครั้งมีพลัง บางครั้งขาดพลัง?
จากการตระหนักรู้ว่า พลังคือความสามารถที่จะมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงอนาคต ไม่ว่าภายในหรือภายนอก น้องฝนมีคำตอบ "แท้จริงแล้วไม่ใช่ใครหรือสิ่งใดที่จะบั่นทอนพลังของเราได้นอกจาก ความคิดของเราเอง ความคิดที่ฝังลึกจนเป็นความเชื่อที่ว่า... หากสิ่งใดเกิดขึ้น แทนที่จะมองดูความผิดพลาดของตน เรามักจะชี้ความผิดไปที่ผู้อื่น หรือรู้สึกว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของตนที่จะแก้ไข แต่เป็นหน้าที่ของผู้อื่นที่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งนั้น... การมีความคิดเช่นนี้มีผลให้เราสูญเสียพลังไปโดยไม่รู้ตัวจนกระทั่งเกิดความรู้สึกหมดพลังทางจิตวิญญาณหรืออาการเหนื่อยใจในที่สุด วิธีการที่จะแก้ไขการบั่นทอนพลังได้ คือการทิ้งความเชื่อเหล่านั้นไปและแทนที่ด้วยการสร้างความคิดใหม่... ทุกสิ่งเริ่มต้นที่ตนเอง...เราคือผู้สร้างทุกสิ่งที่เรารู้สึก ...เราคือผู้รับผิดชอบกับที่สิ่งที่เราคิด ไม่ว่าใครจะพูดหรือทำอย่างไร ความรับผิดชอบต่อตนเองเป็นรากฐานของการมีชีวิตที่มีพลัง"

ประเด็นที่ 2 :วัดความต้องการที่ลึกล้ำได้อย่างไร?
ด้วยธรรมชาติของความกระตือรือร้น เมื่อเราทำสิ่งที่เราเลือกอย่างมีสติและมีความสุขสันต์ ด้วยทัศนคติที่ 'อยากทำ'ไม่ใช่ 'ต้องทำ' ทุกเช้า ลองตรวจสอบตนเองว่า พร้อมที่จะลุกจากเตียงนอนอย่างร่าเริง เบาสบายเต็มไปด้วยความหวัง มีเป้าหมายที่กระจ่างชัด รู้ทิศทางของชีวิต ความกระตือรือร้นสร้างความแข็งแกร่งเพราะเกิดขึ้นจากภายในสู่ภายนอก เมื่อเราได้ทำสิ่งที่เรากำหนดแบบไว้ นั่นคือ การสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่งานศิลปะจากอารมณ์ศิลปิน ต่างจากความตื่นเต้นซึ่งได้รับการกระตุ้นจากภายนอกที่ทำให้พลังงานไหลออกไปจนหมดสิ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีหลักการ มีเป้าหมายที่กระจ่างชัดและสร้างสรรค์ด้วยคุณค่าของ 'ความรัก'


กิจกรรมพัฒนาคุณธรรม
กำหนดชะตากรรม
ในความสงบ


ประเด็นที่ 3: ความรักคืออะไร?
เป็นเส้นด้ายสีแดงที่เชื่อมโยงความคิดทั้ง 3 เข้าไว้ด้วยกัน พลัง-ความชอบที่ลึกล้ำและหลักการเพราะความรักนั้นไม่ใช่สิ่งที่ได้มาจากภายนอกหรือความรู้สึกที่ผ่านเข้ามาเพื่อจะมีประสบการณ์ แต่เป็นความตั้งใจที่จะช่วยเหลือให้ประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน

เมื่อพลังสร้างสรรค์ในความสัมพันธ์ใดมีรัก ที่นั่นมี การเชื่อมโยง ที่ชัดเจน เกิดความเป็นหนึ่งเดียวหรือการรวมเป็นหนึ่ง ระหว่างสองจิตสำนึก สองจิตใจ สองจิตวิญญาณ มีการแบ่งปันและรับฟังความคิดเห็นของกันและกันอย่างเปิดใจ

การมีความรักจึงทำให้เรา 'เห็นคุณค่า' ไม่ว่ากับสิ่งใดหรือคนใดที่เราพบเจอ แต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราอยู่ในสภาวะของความกลัว ความโกรธ หรือความเศร้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเชื่อมโยงความรักกับความซาบซึ้งหลงใหลในอารมณ์และมีการคาดหวัง-ผิดหวังหรือในระดับโรแมนติกและความสัมพันธ์ทางเพศเท่านั้น

เราจะมีพลังมากที่สุด... เมื่อจิตสำนึกของเราได้กระจายรังสีของความรัก
เราจะกระตือรือร้น... เมื่อเราแสดงออกถึงความรัก
เราจะมีอิทธิพลต่อ
การเปลี่ยนแปลงอนาคต

ในทางที่สร้างสรรค์และให้คุณประโยชน์ทั้งภายในและภายนอก… เมื่อเราได้ให้พลังงานของความรัก สร้างชีวิตทางจิตวิญญาณด้วยการเชื่อมโยงกับสิ่งสูงสุด

การทำให้จิตสำนึกของเรากลับมาอยู่ในสภาวะของสัจจะสูงสุด คือ สภาวะที่เราเรียกความรัก เพราะความรักคือพลัง คือเป้าหมาย คือต้นเหตุของความชื่นชอบ ดังนั้นพันธะกิจของเรา คือการค้นพบความหมาย ความรู้สึก และความเป็นตัวตนที่แท้จริงที่เรียกว่า ความรักอีกครั้ง ไปชมภาพยนตร์เรื่อง รักแท้ True love กันดีมั้ย?

การอบรมข้าราชการด้านคุณธรรมครั้งนี้ เราได้ใช้กระบวนการเรียนรู้จักตนเอง (Self) สร้างทีมงาน(Team) และสร้างงาน(Task) ด้วยการมี ความสงบเงียบ(Silence) เป็นพลังงานหลัก(Core Energy) โดยน้องฝนสรุป Self จากสื่อ Power point ฉันคือใคร

พี่ภาและพี่ธรช่วยกันอธิบาย 'ทีมงานภายใน':
จาก 4 ตัวอักษร
T-Thought ความคิด
E-Emotion อารมณ์
A-Attitude ทัศนคติ
M-Memory ความทรงจำ


พี่ภาได้แบ่งปันประสบการณ์จากการทำงานร่วมกันเป็นทีมของคณะวิทยากรครั้งนี้

"ได้เรียนรู้วิธีทำงานเป็นทีม ก่อนที่จะไปสอนผู้อื่น ก็ต้องเรียนรู้และสอนตนเองก่อน จึงเริ่มต้นด้วยการจัดทีมภายในตนเองให้ ความคิด อารมณ์ ทัศนคติ ความทรงจำ อยู่ในสภาวะที่ทำงานได้อย่างดี มีการตรวจสอบในทุกช่วงเวลาของการทำงานรับใช้ช่วยเหลือผู้อื่น ตั้งแต่ขั้นการเตรียม การวางแผนที่มีการระดมความคิดกับผู้ร่วมงานทั้งหมด การเดินทาง ขณะนำเสนอคอยระมัดระวัง ให้รู้ตัวอยู่ทุกขณะ เมื่อแต่ละคนในทีมต่างดูแล ทีมภายในของตนเองอย่างดี งานของทีมภายนอกก็สำเร็จได้อย่างง่ายดาย ไม่เหน็ดเหนื่อยกับบทบาทที่ได้รับ ทุกบทบาทเมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้วก็เป็นผลงานในตู้โชว์ที่สมควรได้รับรางวัลที่หนึ่งเพราะทุกคนพอใจและแน่นอน พระเจ้าย่อมพอใจด้วย"

ส่วน E- Emotion อารมณ์ พี่ธรสรุปประเด็นไว้

"ความคิดไม่สามารถขาดจากอารมณ์ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อความคิดดี/เลว,ชอบ/ไม่ชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า "ของฉัน"ที่ก่อให้เกิดอารมณ์ได้มากมายจากความยึดมั่น ความคิดที่ทำงานผิดปกติ คือ สิ่งที่ร่างกายมีปฏิกิริยา ไม่ว่าจะคิดไร้ประโยชน์ คิดลบ คิดธรรมดาที่ไม่ได้ตรวจสอบ เกิดเป็นอารมณ์ลบ ความเครียดและความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอก อารมณ์ลบ(เช่น ความกลัว ความโกรธ กังวล อาฆาต เศร้า เกลียด อิจฉาริษยา)เป็นพิษต่อร่างกายทำให้เสียสมดุลของฮอร์โมน เป็นการรบกวนการไหลเวียนของกระแสพลังงานในระบบของร่างกายยิ่งกว่านั้นคือส่งผลต่อความสัมพันธ์ต่อบรรยากาศที่กระทบผู้อื่นๆอีกมากมาย เราจึงเรียกอารมณ์ลบทุกประเภทว่า ความทุกข์ ส่วนอารมณ์บวก คือความปรารถนาดี ส่งผลดีต่อสุขภาพลานามัยและสภาพธรรมชาติที่แท้จริงภายในที่มีความสงบ ความรัก และความสุข"

แต่ต้องระวัง! อารมณ์บวกที่เกิดจากสำนึกที่หยาบของการเป็นร่างกายที่มีตัวตนนั้นพร้อมจะเปลี่ยนเป็นอารมณ์ลบได้ทันที ยกตัวอย่าง ความรักที่หวานชื่น ขณะยังไม่เป็นอื่น ผูกพันเป็นของกันเกาะเกี่ยวเหนียวแน่นจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังได้เมื่อผิดหวังไม่ถูกใจ เปลี่ยนใจ หรือมีคู่แข่งเกิดการแย่งชิง

ส่วน M-Memory ความทรงจำ พี่ธรสรุปไว้เช่นกัน

"ความทรงจำอยู่ในจิตใต้สำนึกที่ใช้สร้างบุคลิกภาพ จากทุกสิ่งที่คิด พูด ทำซึ่งถูกบันทึกไว้ในส่วนที่ลึกสุดกลายเป็นนิสัย เมื่อกระทำซ้ำมากๆ ความทรงจำก็มีพลังมากขึ้น กลายเป็นแรงกระตุ้นที่ทำโดยไม่พิจารณาเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบในทางลบโดยอัตโนมัติ

หากเราสามารถเปลี่ยนความเชื่อและความคิดหรือนิสัยที่ไม่ดีที่สร้างขึ้นจากความหลอกลวงของสำนึกที่เป็นร่างด้วยการตระหนักรู้จักตนเองอย่างแท้จริง นิสัยเก่าๆ ก็จะค่อยๆหมดกำลังลง เรารู้สึกมีอิสระมากขึ้นและมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น"

สุดท้ายคือการสร้างงาน(Task) พี่หล้าทำกิจกรรมกลุ่มในการสร้างความเป็นผู้นำภายใน(Inner Leadership)เพราะความสำเร็จของทุกองค์กรขึ้นอยู่กับความเป็นผู้นำของแต่ละบุคลากรที่จะมีความเข้าใจ การยอมรับและความพอใจกับสิ่งที่ตนทำก่อนที่จะทำเพื่อผู้อื่นหรือองค์กรใด
เกมปิดตามาจบรายการเมื่อพบกันในอุโมงค์แห่งความรัก'Tunnel of Love'



© 2017 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.