จดหมายข่าวฉบับที่ 20

วันที่ 30 สิงหาคม 2555

ถึงพี่น้อง ผู้รักสันติทุกท่าน







ลองฝึกให้นิ่งในสำนึกที่เป็นจุดแห่งแสง
ปราศจากร่างอยู่เหนือเสียงอึกทึกของจิตใจ
ไปให้ไกลเกินแรงดึงดูดใดๆ ของร่างกาย





วันนี้พี่ชัย ดวงดาวแห่งความสงบ (Star of Peace) ชวนไปชมดาวบนท้องฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับ เพื่อตอบคำถามนี้

จะเห็นความสงบเป็นเช่นไร ถ้าเป็นฉากของธรรมชาติ?
"เราจะรู้สึกถึงความสงบเพราะดวงดาวเหล่านั้นเปรียบเหมือนดวงวิญญาณที่มีชีวิตเปล่งประกายแสงอยู่ในโลกวิญญาณที่อยู่เหนือเสียงและการเคลื่อนไหว"

"ทุกคน ทุกบ้าน ทุกสังคมต้องการความสงบเพราะธรรมชาติของดวงวิญญาณคือความสงบ บ้านของดวงวิญญาณคือโลกวิญญาณ บ้านของความสงบที่แสนหวาน(Sweet Silent Home) เมื่อดวงวิญญาณลงมาใช้ร่างกายในโลกที่มีตัวตนก็ค่อยๆลืมธรรมชาติดั้งเดิมของตนและค้นหาพึ่งพิงสิ่งที่มีตัวตนภายนอกเพื่อทำให้ตนเองกลับมาสงบซึ่งเป็นไปเพียงชั่วคราวเท่านั้น เช่นไปชายทะเล ขึ้นเขา เข้าถ้ำ เข้าป่า เป็นต้น ตราบจนกระทั่งดวงวิญญาณได้กลับเข้าไปสู่ความลึกล้ำภายในด้วยสำนึกที่ถูกต้องจึงพบความสงบที่แท้จริงที่ไม่มีใครสามารถขโมยไปได้ เราสามารถปลุกเรียกความสงบนั้นขึ้นมาเมื่อต้องการ"


ขอเชิญชมนิทรรศการ 'ความสงบ'ที่แท้จริง


พี่อึ่ง ตามมาชมนิทรรศการหมวดวิธีการที่พูดถึง 'พลังการเปลี่ยนแปลง' เพื่อทำหน้าที่ของดวงดาวแห่งความเข้าใจลึกซึ้ง (Star of Insight) เพราะทุกสิ่งเกิดขึ้นตามเวลาที่ถูกต้อง และให้คุณประโยชน์ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงตามกฎธรรมชาติ จากจุดที่เสื่อมที่สุดไปสู่จุดที่มีพลังสูงสุด ดังนั้นเมื่อมองเห็นวงจรของเวลา ทุกจุด ทุกจังหวะ คือจุดหักเหจนกระทั่งกลับไปจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้งตามกฎของการเสื่อมสลายของพลังงานที่ครอบคลุมจักรวาล

"ฉันมีโอกาสได้เลือกดวงดาวสีเหลือง เพราะอะไร?
เป็นสีที่สว่างทำให้มองเห็นอะไรได้อย่างชัดเจน
ฉันอยากเห็นอะไร? ความดีงามที่ให้ความสุข
ฉันต้องการอะไรในชีวิต? ความสุข แต่ไม่ใช่ความสุขที่เจือปนกับความทุกข์แบบผิวเผิน มาแล้วก็ไป เป็นความสุขจากการเข้าใจอย่างลึกซึ้งในทุกสิ่งที่เห็น ที่ทำ และที่เป็นซึ่งเต็มไปด้วยความหมายและนัยยะสำคัญ ขณะที่อยู่ในหนทางของการพัฒนาจิตวิญญาณ ฉันศึกษาความรู้ของมหาวิทยาลัยทางจิตเป็นประจำทุกวันจากต่างจังหวัดโดยระบบโทรศัพท์ ฉันเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้และรับความสุขอย่างแท้จริงด้วยการเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีที่สุด ทุกสถานการณ์และทุกคนที่ผ่านเข้ามาในละครชีวิต ฉันชื่นชมและรู้ค่าว่าทุกบทบาทนั้นสำคัญต่อการอยู่ร่วมกัน"

อะไรที่ฉันต้องเข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้งเร็วๆ นี้?
"เริ่มแรกฉันใช้ความรู้เปลี่ยนเป็นคุณธรรมของความอดทน การให้อภัย จากฐานความเข้าใจเกี่ยวกับกฎแห่งกรรมและกฎแห่งกาลเวลา ด้วยความปรารถนาดี ฉันจึงเปิดใจยอมรับและสามารถรอคอยการเปลี่ยนแปลงของบางสิ่งและบางคน ที่ทำให้ฉันไม่พอใจ เสียใจ และรู้สึกโกรธ ขณะนี้ฉันได้เรียนรู้วิธีที่จะอยู่อย่างนิ่งสงบที่ทำให้เข้าใจกระบวนการเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณ ด้วยความรักและพลังของพระเจ้าผู้ไม่มีตัวตน จนกระทั่งในที่สุดฉันจะสามารถอยู่ได้โดยไม่ติดกับรูปและนามของใคร หรือผูกพันยึดมั่นในร่างกายของตนและผู้มีร่างกายใดๆ เป็นการเปิดหัวใจกว้างไกลไม่มีขีดจำกัด

การเข้าใจอะไรได้อย่างลึกซึ้งนั้นใช้สติปัญญาที่บริสุทธิ์ ยกตัวอย่างเรื่องของดาดี้แจงกี(ผู้นำสถาบัน) เมื่อดาดี้นำความผิดของผู้อื่นไปเล่าให้บราห์มาบาบา(ผู้ก่อตั้ง) ท่านได้สอนให้มองเห็นความผิดของทุกคนเป็นของตนเองและใช้สติปัญญามองหาวิธีที่จะช่วยผู้ที่อ่อนแอบกพร่อง ดาดี้จึงมีความสามารถที่จะพัฒนาศักยภาพที่จะแก้ไขตนเองเพื่อเป้าหมายไปสู่ความสมบูรณ์พร้อม"

พี่อึ่งเริ่มด้วยสีเหลือง เราจึงขอจบลงด้วยความเข้าใจที่ลึกลงไปเกี่ยวกับการสร้างความสุขที่ต้องการ ซึ่งพบว่าทุกระบบของชีวิตทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติของร่างกายและจิตใจที่ทำให้เรามีสุขภาวะที่ดี ไม่เช่นนั้นการทำงานที่ขัดแย้งระหว่างจิตใจ(Psyche-soul) และร่างกาย(Soma-body) จะเป็นสาเหตุของความไม่สบายที่เรียกว่าโรคภัยต่างๆ
(Dis-ease) ซึ่งล้วนเกิดจากโรค Psychosomatic

จากตารางสีและสุขภาพนี้ จะเห็นว่า อนุภาคของสีเหลืองอยู่ในบริเวณท้องมีผลต่อระบบการย่อยอาหาร ดังนั้นเมื่อขาดความสุข แม้กระทั่งเกิดความตึงเครียดเล็กน้อยระบบการย่อยอาหารจะมีปัญหา เราจึงต้องป้อนอาหารของความคิดที่ดีให้แก่จิตใจ ทำให้หัวใจเข้มแข็ง สติปัญญากว้างไกลแยกแยะและตัดสินได้อย่างถูกต้อง ให้เกิดการกระทำที่ดี มีผลต่อการใช้ชีวิตที่มีพลานามัยดี มีความมั่งคั่งและมีความสุข(Be healthy,Be wealthy and Be happy)อย่างแท้จริง

ความสุขคือยาที่ดีที่สุด!
Happiness is the best medicine



© 2017 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.