จดหมายข่าวฉบับที่ 17

วันที่ 24 สิงหาคม 2555

ถึงพี่น้อง ผู้รักสันติทุกท่าน
วันนี้ เรามาพบกับ ผู้ที่อยู่ในวงการ 'ธนาคาร' ที่รู้ค่า 'ความสงบ' อันเกิดจากความมั่งคั่งภายใน จึงกลายเป็นคลังสมบัติที่ทุกคนสามารถค้นพบและแบ่งปันได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ด้วยภาษาและลีลาที่ต่างกัน ท่านทั้งสามนี้กำลังติดตามข่าวสารของการ 'อยู่เพื่อความสงบ'และมีผลต่อการกระจายคลื่นของความสงบนี้ออกไปเรื่อยๆ

คุณเดือนเพ็ญ ภวัครานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส และผู้บริหารงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ กทม. ได้ส่งจดหมายขอบคุณมาตั้งแต่เริ่มโครงการ 11 กรกฎาคม 2555 (แปลจากภาษาอังกฤษ)

"ดิฉันรู้สึกเพลิดเพลินที่ได้อ่านข้อคิดเพื่อความสงบประจำวัน และรอคอยที่จะอ่านทุกๆวัน เป็นข้อคิดที่สั้น ถูกต้อง แม่นยำและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ดิฉันได้ส่งข้อคิดนี้ให้กับเพื่อนร่วมงานด้วย ขอบคุณ" มิ้นท์

ต่อมา คุณเดือนเพ็ญ ได้เลือกที่จะแบ่งปันคุณสมบัติของดวงดาว ' เบาสบาย ' "ผู้คนภายนอกที่พบเห็นดิฉัน มักจะพูดว่า ทำไมดูหน้าตาสดชื่น ไม่ค่อยบูดบึ้ง ทำไมมีพลังเยอะ ทำไมดูอ่อนกว่าวัย ทำไมจึงไม่มันส์ ไม่ค่อยผสมโรงเวลามีการกล่าวถึงผู้อื่นในทางที่เป็นลบ ทำไมไม่เต้นแร้งเต้นกาหรือพูดจาดุเดือด เวลามีเรื่องคอขาดบาดตาย

สิ่งภายนอกที่พบเห็นคงจะสะท้อนความคิดและจิตวิญญาณภายในของฉัน ในฐานะที่มีอาชีพด้านบริหารงานบุคคล ดิฉันคิดเสมอว่า ถ้าบริหารใจตนเองไม่ได้แล้วไม่ควรจะมาทำอาชีพนี้ โดยธรรมชาติของงาน ต้องพยายามหาความสมดุล…..
  • ระหว่างความต้องการของธุรกิจกับความต้องการของคน
  • ระหว่างงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด กับ การบริหารอัตรากำลังคน ที่มีทั้งลดและเพิ่ม
  • ระหว่างสไตล์นาย อารมณ์นาย กับสไตล์ลูกน้อง อารมณ์ลูกน้อง
  • ระหว่างความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมพนักงานอย่างเร่งด่วน กับความคุ้นชินในแบบเดิม ๆ
นอกจากนั้น ดิฉันก็ยังดำรงตำแหน่งอันสำคัญอีกตำแหน่งหนึ่ง คือ เป็นแม่ของลูกออติสติค ที่มีความบกพร่องทางภาษาและทางสังคม พร้อมเสมอที่จะมีพฤติกรรมแปลก ๆ ให้ได้อับอาย พอๆกับให้รู้สึกน่าสงสารเห็นใจ

สองบทบาทข้างต้น ท้าทายมากที่จะต้องบริหารใจตนเอง เพื่อให้สามารถรับกับความแปรปรวนของชีวิต เพราะเป็นชีวิตที่ฉันเลือกเดิน ฉันต้องรับผิดชอบ จะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉันจะบริหารให้มันหนัก ให้มันเครียด ให้มันทุกข์ ให้มันแย่ เพราะชีวิตนี้เลือกได้

ความเบาสบายเริ่มจาก การคิดบวก การพูดและทำในสิ่งที่เป็นบวก การพยายามหยุดยั้งการขยายตัวของความคิดที่เป็นลบ ฉันเชื่อว่าในทุกความมืด จะมีจุดเล็ก ๆ ของความสว่าง เสมอ พยายามบริหารสติ พยายามหาจุดดี ๆ ชมตัวเอง ให้อภัยตนเองและให้อภัยผู้อื่นเร็ว ๆ ฉันคิดว่าความโกรธเป็นเห็บหรือเหาที่พร้อมจะขยายแพร่พันธุ์ ถ้าไม่รีบกำจัด เราสามารถบริหารจัดการได้ โดยไม่ต้องพึ่งใคร ฉันแอบคุยกับพระเจ้าเป็นครั้งคราว เพราะฉันเกรงใจพระเจ้า" เมื่อถามว่า...

วันนี้ อะไรที่ทำให้ท่านรู้สึกเบาสบาย?
"ความรู้สึกขอบคุณที่ได้รับของขวัญจากมูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชาโยคะ ทุกเช้า เพราะช่วยเสริมให้ฉันได้มั่นคงในความคิด และยังได้ฝึกภาษาอังกฤษอีกด้วย ที่กล่าวมาคือ ความเบาสบายในสไตล์ของฉัน"

คุณรุ่งกาล ชนะนนท์ อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ได้แบ่งปันประสบการณ์ความซื่อตรงเพื่อให้ 'ดวงดาวแห่งความ
ซื่อตรง' (Star of Integrity) เปล่งรัศมี

"ตั้งแต่เด็กเล็กกระทั่งเป็นเด็กโต ที่ได้เล่าเรียนในโรงเรียนแม่ชีฝรั่ง ซึ่งท่านได้ปลูกฝังให้รับรู้ว่า เราเป็นใคร (who I am) ท่านสอนให้รู้จักตัวเอง และซื่อตรงกับตัวเอง จวบจนเริ่มชีวิตการทำงานในธนาคารยาวนานกว่า 30 ปี เริ่มต้นจากพนักงานเด็กๆ ที่ก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เติบโตก้าวหน้าจนกระทั่งวันหนึ่งมีโอกาสเป็น ผู้จัดการสาขา นับว่าเป็นผู้บริหารระดับต้น ๆ ขององค์กร

ชีวิตของคนเรามักต้องเลือกข้างเสมอ เฉกเช่นท่อนไม้ที่ต้องมีสองปลาย ยามเมื่อเราถือท่อนไม้ตั้งตรงไว้ในมือ เราจะต้องเลือกข้างว่า เราจะเลือกด้านที่ชี้ขึ้นท้องฟ้า หรือจะเลือกด้านที่ชี้ลง การทำงานในแวดวงนักธุรกิจที่ต้องคำนึงถึงคำว่า กำไร และ ขาดทุน การทำงานในสถาบันธนาคารที่มีสิ่งยั่วยุ ล่อแหลม ให้เดินออกจากเส้นมาตรฐานที่ว่า คนทำงานธนาคารจะต้องเป็นที่น่าเชื่อถือ ไว้วางใจได้ รักษาคำพูด จากพื้นฐานการอบรมสั่งสอนของพ่อ แม่ และการได้เห็นต้นแบบที่ได้อยู่กับแม่ชีฝรั่ง ทำให้ซึมซับกับการเคารพตนเอง การซื่อตรงต่อการกระทำของตัวเอง การรักษามาตรฐานความดีงามของตนเอง ส่งผลให้การทำงานเป็นผู้บริหารระดับสาขา สามารถสะท้อนตัวตนของตัวเอง และภาพลักษณ์ของธนาคาร รักษามาตรฐานที่ว่า ธนาคารต้องเป็นสถาบันที่ นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไป สามารถไว้วางใจได้"

เมื่อถามว่า จะรู้สึกอย่างไร เมื่อคิด พูด และทำอย่างซื่อตรง?
คงต้องขอตอบคำถามแทนเพื่อนรักของเราตั้งแต่สมัยเด็กอยู่โรงเรียนเรยีนา เชลีวิทยาลัย เชียงใหม่ เมื่อความ "ซื่อตรง" ของเรามาพบกันหลังจากหลายสิบปี มีแต่ความจริงใจ ความปรารถนาดีต่อกัน ไม่ระแวงสงสัยหรือกลัวว่าจะมาไม้ไหน ให้ต้องเสียรู้ เสียใจ กับรูปแบบใหม่ที่ดูเหมือนลัทธิศาสนาใหม่ (เช่นที่คนทั่วไปคิดจากประสบการณ์ที่ไม่ดีหรือมีมุมมองที่คับแคบแล้วปิดกั้นการเรียนรู้) เมื่อถามเพื่อนว่า “อยากไปร่วมรายการ Peace of Mindที่อินเดียด้วยกันไหมกับคนทุกชาติศาสนา?” เขาตอบรับทันทีแล้วจึงเกิดการเรียนรู้เพื่อแบ่งปันสิ่งดีๆให้แก่กัน

เราลองมาฝึกสมาธิง่ายๆ
กันก่อนที่จะรู้จักกับ
'ดวงดาวแห่งสมาธิ'
(Star of Concentration)


คุณจินตนา โล่ห์ตระกูล อดีตผู้บริหารของธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ผู้จัดการทีมระเบียบปฏิบัติงาน

"การจดจ่อจิตใจอย่างตั้งใจในความเงียบสงบ คือการอยู่ในสันโดษโดยไม่ถูกดึงรั้งจากสิ่งใด ด้วยพลังความคิดที่สร้างสรรค์ปราศจากความคิดที่ไร้สาระจนกระทั่งเกิดประสบการณ์ของความสงบที่ผ่อนคลาย มีประโยชน์อย่างมากในการดำเนินชีวิต...ทำให้จิตใจมั่นคงกระจ่างชัด สามารถสัมผัสแหล่งพลังงานภายใน เป็นพลังสมาธิซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากการมองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น"

อะไรทำให้ท่านมีสมาธิอย่างเป็นธรรมชาติ?
การมีเป้าหมายที่จะกลับคืนสู่ความบริสุทธิ์สมบูรณ์ที่เป็นธรรมชาติดั้งเดิมของตนเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกชีวิตด้วยพลังของจิตวิญญาณ

การฝึกสมาธิ จึงไม่เพียงแต่ปิดตา นั่งนิ่งๆ ไม่ทำสิ่งใดให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของการกระทำและความสัมพันธ์ แต่เป็นการเปิดตา ควบคุมจิตใจ ให้สร้างความคิด ความรู้สึกในจิตสำนึกที่ถูกต้อง มองเห็นทุกสิ่งที่เป็นจริง โดยไม่ทิ้งความรับผิดชอบต่อบทบาทและหน้าที่ ดังนั้นทุกขณะ ทุกการกระทำและการปฏิสัมพันธ์ของผู้ที่ต้องการกลับมาบริสุทธิ์นั้น ต้องฝึกฝนตลอดเวลาให้มีทั้ง ตื่นตัว(Alert) คล่องแคล่ว(Active) ทำได้รอบด้าน (All-rounder) พร้อมเสมอ(Ever-ready) และถูกต้องแม่นยำ(Accurate)

เมื่อสมาธิคือพลังของการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการเปลี่ยนแปลงนิสัยหรือธรรมชาติของตนเอง เริ่มด้วยขั้นแรกของการสังเกตการณ์(Observation) ต่อมาคือการไตร่ตรอง(Contemplation) การฝึกสมาธิ(Concentration)และการตระหนักรู้ในตนเอง(Realisation)นั่นหมายถึง พลังสมาธิที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของจิตใจและสติปัญญา ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริง ผ่านกระบวนการสำรวจตรวจสอบตนเองทุกขณะ เพื่อสร้างความกระตือรือร้นที่จะไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการเป็นมนุษย์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมความดี มีศักยภาพในการสัมผัสกับสิ่งสูงสุด อันเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์และโลก ตามคำขวัญที่ว่า "เมื่อเราเปลี่ยน โลกเปลี่ยน"


เวทย์มนต์ของสมาธิ (The Magic of Concentration)

วิธีการ(Method)
พูดกับจิตใจด้วยความรัก
แนะนำจิตใจให้ละทิ้งความคิดที่ไม่ดี
หันเหออกจากการคิดถึงอดีต
เป็นอิสระจากความวิตกกังวลต่ออนาคต
ยกระดับจิตสำนึกให้เข้าไปสู่โลกของสิ่งสูงสุด
เปิดใจให้แก่วิสัยทัศน์ของสิ่งสูงสุด
เห็นตนเองเช่นที่สิ่งสูงสุดเห็นเรา
เห็นผู้อื่นเช่นที่สิ่งสูงสุดเห็นเขา
เห็นละครชีวิตเช่นที่สิ่งสูงสุดเห็น...ตั้งแต่ต้นจนจบ
เปิดหัวใจให้แก่ความรู้สึกของสิ่งสูงสุด
และจมหายเข้าไปในหัวใจที่เต็มไปด้วยความรัก
ของสิ่งสูงสุด
คุณประโยชน์(Benefit)
จิตใจจะสงบ
หัวใจจะมีความรักต่อทุกคน
สติปัญญาจะกระจ่าง
อิทธิพลภายนอกจะไม่กระทบจิตใจ
ความพอใจจะมากขึ้นและมั่นคง
ความเข้าใจและความหนักแน่นจะเพิ่มขึ้น
ร่างกายจะแข็งแรงและมีพละกำลังมากขึ้น
เสียงมโนธรรมจะได้ยินชัดขึ้น
การปรากฏอยู่ของสิ่งสูงสุดจะรู้สึกได้มากขึ้น
การจับกระแสความคิดของสิ่งสูงสุดจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
ชีวิตจะเป็นสุข-สนุกสนานมากยิ่งขึ้น




© 2015 Brahma Kumaris Thailand. All rights reserved.